Home > Cover Story (Page 11)

3 แชมป์คนกลางน้ำ อุตสาหกรรมกาแฟไทย

World Coffee Championship (WCC) ถือเป็นเวทีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เปรียบเสมือนโอลิมปิกของคนกาแฟทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่การชิม การคั่ว การชง ไปจนถึงศิลปะการเทนมในแก้ว โดยการแข่งขันจะกระจายไปตามเทศกาลกาแฟในเมืองต่างๆ ซึ่งผู้เข้าร่วมจากแต่ละประเทศต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ก่อนจะได้ยืนบนเวทีนี้ และผลงานของแชมป์ แต่ละปีจะเป็นมาตรฐานใหม่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟไปทั่วโลก ประเทศไทยเองก็มีบทบาทสําคัญบนเส้นทางนี้ผ่าน Thailand National Coffee Championship (TNCC) ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับประเทศที่ใช้เกณฑ์เดียวกับเวทีโลก และจัดขึ้นทุกปีในงาน Thailand Coffee Fest และ Thailand Coffee Fest Year End โดยเวทีนี้จะเป็นการเฟ้นหาตัวแทนไทยไปแข่งขันในระดับโลก ซึ่งทุกครั้งที่เปิดรับสมัครจะได้รับความสนใจจากผู้สมัครจํานวนมากและเต็มภายในไม่กี่นาที จนต้องเพิ่มรอบคัดเลือกเพื่อให้คนกาแฟหน้าใหม่มีโอกาสอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ยังได้เชิญกรรมการจากเวทีระดับโลกมาร่วมตัดสินในหลายรายการ เพื่อสร้างมาตรฐานให้กาแฟไทย และเตรียมนักแข่งไทยให้พร้อมสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ ผู้ถือลิขสิทธิ์ตัวแทนจัดการแข่งขัน World Coffee Championship รายการในประเทศไทย อย่างช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จํากัด

Read More

BDI โซ่ข้อกลาง เชื่อมข้อมูล หนุนเศรษฐกิจไทย

Big Data หรือข้อมูลขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับองค์กรภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับภาครัฐที่มีการทำงานแยกส่วนจนซับซ้อน ช่วยยกระดับการทำงานที่คาบเกี่ยวกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากลดต้นทุนในการทำงาน ยังเป็นการสร้างโอกาสและเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อมีการนำไปใช้งานอย่างถูกต้อง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ต้องขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ โดยมีภารกิจสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลระดับชาติ “ภารกิจของ BDI คือ 1. บูรณาการข้อมูลภาครัฐ เพื่อประโยชน์เชิงวิเคราะห์ 2. สร้างระบบนิเวศ แมตชิ่งกับผู้ที่ต้องการใช้ AI และ 3. พัฒนากำลังคน ทำอย่างไรให้สามารถขยายผลให้ผู้คนรู้จักและใช้ AI มากขึ้น ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ BDI มีภารกิจสำคัญในการวางโครงสร้างฐานข้อมูลระดับชาติ เพื่อสนับสนุนการทำงานของภาครัฐให้มีความทันสมัย เชื่อมโยงและตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัล การขับเคลื่อนดังกล่าวจึงต้องมุ่งพัฒนาระบบกลางที่ช่วยให้ข้อมูลจากหลายหน่วยงานสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการวางแผนนโยบาย ยกระดับบริการสาธารณะและสร้างนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI” ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ อธิบาย แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า D2 เป็นผลงานการออกแบบและพัฒนาของ BDI ที่ทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตร

Read More

เปิดวิสัยทัศน์ “พชรกฤษฏิ์ ชื่นชม” กับการเป็นสะพานเชื่อมเงินทุนโลกสู่เศรษฐกิจไทย

เรียกได้ว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตาไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับ “พชรกฤษฏิ์ ชื่นชม” ประธานบริหาร บริษัท พชรกฤษฏิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในฐานะ CEO ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อ ด้วยวัยเพียง 29 ปี ที่กำลังเดินหน้าเปลี่ยนเกมธุรกิจ จากผู้ให้บริการสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น Fund Management และที่ปรึกษาทางการเงินแบบครบวงจร ที่จะมาสร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการการเงินของประเทศไทย ก่อนที่จะขึ้นแท่น CEO อายุน้อยที่ประสบความสำเร็จในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่ออย่างในปัจจุบัน จุดเริ่มต้นของ “พชรกฤษฏิ์ ชื่นชม” ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีวัยเด็กที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เขาต้องทำงานสารพัดเพื่อจุนเจือครอบครัวและหาเงินส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งได้รับโอกาสก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในฐานะนายหน้าในวัยยังไม่ถึง 20 ปี ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเข้าสู่วงการสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ พชรกฤษฏิ์ค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์จากโอกาสที่ได้รับ และเริ่มเห็นถึงช่องว่างและอุปสรรคที่เจ้าของกิจการต้องเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญปัญหาการขาดสภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่อ นั่นทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้ง “บริษัท พชรกฤษฏิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด” ในฐานะผู้ให้บริการด้านสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ไปต่อได้ ในวัยเพียง 21 ปี “เราไม่ได้แค่มอบสินเชื่อ แต่เรามอบโอกาสให้ธุรกิจไปต่อได้” เป็นประโยคที่พชรกฤษฏิ์มักกล่าวอยู่เสมอ เมื่อพูดถึงบทบาทของ

Read More

3 งานคราฟต์ไทย จาก Local สู่ Global กับภารกิจยกระดับสู่สากลโดย คิง เพาเวอร์

ถ้าพูดถึง “คิง เพาเวอร์” (King Power) ภาพที่หลายคนคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ แหล่งรวมสินค้าปลอดอากรที่ล้วนเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง คิง เพาเวอร์ กำลังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมงานคราฟต์ท้องถิ่น (craft) ให้ก้าวสู่ตลาดสากล เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและยกระดับสินค้าชุมชนให้เติบโตสู่ตลาดสากล ผ่านการเลือกสรรสินค้าไทยเข้าสู่ร้านค้า การจัดพื้นที่ให้ชุมชนได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ การให้คำปรึกษาและพัฒนาสินค้าให้ร่วมสมัยและได้มาตรฐาน สนับสนุนช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ พร้อมการวิเคราะห์ยอดขายเพื่อพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ของความพยายามในการยกระดับงานคราฟต์ท้องถิ่น คิง เพาเวอร์ ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยกว่า 351 ราย ให้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคโดยตรง และช่วยผลักดันสินค้าไทยหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม แฟชั่น เครื่องประดับ ไปจนถึงของตกแต่งบ้านและของที่ระลึก เข้าสู่ร้านค้าดิวตี้ฟรี ร้านแท็กซ์ฟรี และคอมเพล็กซ์ของ คิง เพาเวอร์ ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต จากผู้ประกอบการกว่า 351 ราย ครั้งนี้ “ผู้จัดการ 360 องศา” จะพาไปทำความรู้จักกับ

Read More

แนวคิดทำนารูปแบบใหม่ Carbon Farming เกษตรฟื้นฟู

อุตสาหกรรมข้าวไทยอยู่ในช่วงขาลงตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 หากมองในมิติด้านราคาส่งออกข้าวขาว 5% ซึ่งเป็นข้าวส่งออกหลักของไทยที่มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2567 เนื่องจากต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาในตลาดส่งออกรุนแรงขึ้น หลังจากอินเดียที่เป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่กลับมาทำตลาดส่งออกข้าวอีกครั้งตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ทั้งที่ก่อนหน้าอินเดียมีนโยบายจำกัดการส่งออก ไทยยังเป็นผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก อินเดียและเวียดนาม นอกจากความท้าทายของการเป็นผู้ส่งออกข้าวในตลาดโลกที่ไทยต้องเผชิญแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั้งภาครัฐและเอกชน เกษตรกรต้องสร้างความพร้อมเพื่อเตรียมรับมือกับจุดเปลี่ยน ซึ่งจะส่งผลต่อผลผลิตและคุณภาพของข้าวไทย รวมไปถึงการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่าแนวคิดการทำนารูปแบบใหม่ Carbon Farming เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวนาไทยต้องปรับตัวเพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางธรรมชาติ “ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศมากมาย เนื่องจากระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมาสูงขึ้นจนทำลายสถิติในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ในขณะเดียวกันยังมีข่าวดีจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่ชี้ตรงกันว่า พืชและดินจะเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับคาร์บอนกลับคืนสู่ผืนโลก ส่วนในประเทศไทยมีจุดแข็งที่การทำการเกษตร โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ โดยงานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าภาคเกษตรไทยแม้จะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่บ้าง แต่กลับสามารถดูดซับกลับได้มากกว่า ทำให้ภาพรวมของภาคเกษตรเป็นคาร์บอนติดลบ หรือพูดง่ายๆ คือ ชาวนาไทยช่วยลดคาร์บอนมากกว่าที่ปล่อยออกมา เกษตรฟื้นฟูและ Carbon Farming แนวทางใหม่ของชาวนาไทย หากประเทศต้องการใช้ข้อได้เปรียบทางธรรมชาติให้เกิดผลสูงสุด แนวทางการทำเกษตรฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) และ

Read More

Longevity Economy ชีวิตยืนยาว เศรษฐกิจยั่งยืน

ข้อมูลจากสถาบันสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Institute: GWI) เปิดเผยว่า ธุรกิจ Health & Wellness ทั่วโลกมีแนวโน้มจะเติบโตถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะแตะ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันไทยมีผู้สูงวัยจำนวน 13.45 ล้านคน คิดเป็น 20.70% ของประชากรไทยทั้งหมด ขณะที่ตลาดของไทยถูกคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท แต่ฉากทัศน์ของตลาด Health & Wellness ในไทยกำลังจะเปลี่ยนไปสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่การดูแลสุขภาพเพียงผิวเผิน ที่ไม่ใช่แค่เทรนด์แต่จะกำลังจะกลายเป็นเศรษฐกิจอายุยืน หรือ Logevity Economy ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งในเชิงโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมผู้บริโภคซึ่งเป็นผลมาจากการกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประกอบกับคนรุ่นใหม่ที่เริ่มหันมาใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิตเพื่ออายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เพียง “อยู่ได้นาน” แต่ยังต้อง “อยู่ได้ดี” ทำให้แนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพกลายเป็นเทรนด์สำคัญที่น่าจับตาและส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและตลาดผู้บริโภคอย่างมหาศาล “จากเทรนด์ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ “เศรษฐกิจอายุยืน” หรือ Longevity Economy ที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคที่มองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว

Read More

ซีเล็ค ทูน่า เมื่อเจ้าตลาดขยับ กับการเติบโตแบบสวนกระแส

ตั้งแต่ปี 2561-2566 ตลาดปลาทูน่ากระป๋องของเมืองไทยมีการเติบโตคงที่เพียง 1% มาโดยตลอด และมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ราวๆ 700 ล้านบาท กระทั่งในปี 2567 ตลาดเริ่มมีการขยับจากที่โต 1% กลับเติบโตขึ้นเป็น 6% และในปี 2568 ขยับสูงขึ้นไปถึง 8% ด้วยมูลค่าการตลาดที่เพิ่มมาเป็น 760 ล้านบาท เพิ่มอัตราการเข้าถึงครัวเรือนจาก 8.8% ไปเป็น 12.2% โดยมี “ซีเล็ค” (SEALECT) แบรนด์ทูน่ากระป๋องภายใต้บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำตลาดที่ครองมาร์เกตแชร์ถึง 57.5% และมียอดขายเติบโตที่ 10% แม้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมจะไม่สดใสนัก อะไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดทูน่ากระป๋องที่เคยหยุดนิ่งมานาน และอะไรคือกลยุทธ์ที่ซีเล็คนำมาใช้ในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ “ผู้จัดการ 360 องศา” จะพาไปหาคำตอบ “ที่ผ่านมาตลาดทูน่ากระป๋องโตแค่ 1% มาตลอดหลายปี เพราะเราโฟกัสและสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคเพียงกลุ่มเดียว นั่นคือ กลุ่มคนออกกำลังกาย วิธีที่จะทำให้ตลาดเติบโตคือการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้หลากหลายมากขึ้น ซีเล็คในฐานะผู้นำตลาด

Read More

HOKA ปูพรมเปิดสาขาในกรุงเทพฯ เมื่อรองเท้าสาย Performance บุกตลาด

ตลอดหลายปีมานี้ “การวิ่ง” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมืองไทย เห็นได้จากจำนวนนักวิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดการรวมตัวกันเป็น “รันนิ่ง คลับ” (running club) ที่มีมากมายหลายกลุ่ม รวมไปถึงงานแข่งวิ่งหลายรายการที่จัดขึ้นในเมืองไทย ทั้ง Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 (ATMB) งานวิ่งระดับโลกที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยจำนวนนักวิ่งรวมทั้งสิ้น 47,913 คน จาก 86 ประเทศทั่วโลก หรือ HOKA Chiangmai Thailand by UTMB 2025 ที่เปรียบเสมือนโอลิมปิกของการวิ่งเทรลที่จัดขึ้นที่เชียงใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักวิ่งเทรลทั่วโลกเช่นกัน นอกจากการเติบโตของนักวิ่งและงานวิ่งแล้ว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องและแบรนด์สินค้ากีฬาก็เติบโตไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์รองเท้าวิ่งที่เรียกได้ว่าคึกคักขั้นสุด เพราะแต่ละแบรนด์ล้วนเดินหน้าบุกตลาดกันอย่างเข้มข้น ที่น่าสนใจคือฝั่งของรองเท้าวิ่งสาย Performance อย่าง HOKA แบรนด์โปรดของใครหลายๆ คน ก็เดินหน้าบุกตลาดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ๆ ที่ทยอยออกสู่ตลาด และล่าสุดกับการเปิดตัวร้านใหม่ถึง 3 สาขาติดๆ กัน

Read More

กาแฟจากดอย สร้างสมดุลชุมชน

ประเทศไทยไม่ได้มีกาแฟเป็นผลิตผลทางการเกษตรเป็นหลัก แต่กาแฟกลับสร้างความมั่นคง ความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับผู้คนในชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่บนดอยสูงที่เมล็ดกาแฟสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน งาน Thailand Coffee Fest Year End 2025: Coffee by Your Side ที่เพิ่งปิดฉากไป อายุ จือปา ผู้ก่อตั้ง Akha Ama Coffee ได้แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับกาแฟไว้อย่างน่าสนใจว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจกาแฟของตัวเองไม่ได้เกิดจากแพชชัน แต่ต้องการแก้ปัญหาโครงสร้างสังคมเกษตรกร “แบรนด์ Akha Ama Coffee ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากแพชชันเรื่องการดื่มกาแฟ แต่มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างในชุมชนที่เป็นสังคมเกษตรกร เนื่องจากมีพื้นฐานการทำงานด้านสังคมและมาจากครอบครัวเกษตรกร จึงเห็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ชุมชนขาดความสมดุล นั่นคือ อาชีพเกษตรกรไม่ได้รับการยอมรับและไม่สามารถกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้ ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเห็นว่าคนรุ่นใหม่ละทิ้งบ้านเกิด เดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ และสุดท้าย คือเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พืชผลดั้งเดิมปลูกได้ไม่ดีเหมือนในอดีต ทำให้โอกาสของคนในชุมชนลดน้อยลงเรื่อยๆ จนไม่มีใครอยากกลับบ้าน” เป้าหมายของอายุ ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยมุ่งหวังให้ถิ่นฐานบ้านเกิดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รวมไปถึงคนในพื้นที่จะต้องมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตัวเอง “องค์ความรู้จากพ่อแม่นำมาต่อยอดได้ โดยเฉพาะกับกาแฟ ที่เป็นตัวเลือกหลัก เพราะกาแฟสามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศ ทุกวัย

Read More

ภูเก็ต 2.0 ยุคเปลี่ยนผ่าน พราว บุกกมลา ด้วย Branded Residences

มุมมองและการวิเคราะห์ของ CBRE ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ต่อตลาดอสังหาฯ ในจังหวัดภูเก็ต ยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยดึงดูดผู้ซื้อจากทั่วโลกที่มองหาคอนโดและวิลล่าสำหรับพักผ่อนหรือลงทุน ในปี 2567 มูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และในปี 2568 ความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่อุปสงค์ในทำเลชายหาดชั้นนำยังคงจำกัด ตลาดบ้านพักตากอากาศยังคงเติบโต โดยผู้พัฒนาในพื้นที่มีบทบาทสำคัญและผู้พัฒนาจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มเข้ามาลงทุนอย่างจริงจัง ข้อมูลจาก CBRE ระบุว่า ยอดขายคอนโดในช่วงปลายปี 2567 เพิ่มขึ้นกว่า 201% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากที่ในปี 2566 มียอดขายเพิ่มขึ้น 96% เมื่อเทียบกับปี 2565 ขณะที่ยอดขายวิลล่าเพิ่มขึ้นถึง 148% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนต่างชาติยังคงมีบทบาทสำคัญโดยเฉพาะชาวรัสเซีย จีน ยุโรป และออสเตรเลีย ที่มองหาคอนโดหรือวิลล่าเพื่อการลงทุนและสำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศ ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อคนไทยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอสังหาฯ สไตล์ลักชัวรี ทั้งคอนโดและวิลล่า ทั้งเพื่อการลงทุนและเป็นบ้านหลังที่สอง ด้านทำเลที่ตั้งที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ได้แก่ กะตะ ป่าตอง กมลา และบางเทา ที่นอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นได้อย่างลงตัว โครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อมอย่างมาก ทำให้ทำเลดังกล่าวถูกจับตามองว่าเป็นทำเลศักยภาพที่เหมาะแก่การลงทุน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตกำลังเปลี่ยนผ่านจากเมืองท่องเที่ยวระยะสั้นสู่การเป็น

Read More