วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 18, 2026
Home > Cover Story > 3 แชมป์คนกลางน้ำ อุตสาหกรรมกาแฟไทย

3 แชมป์คนกลางน้ำ อุตสาหกรรมกาแฟไทย

World Coffee Championship (WCC) ถือเป็นเวทีการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เปรียบเสมือนโอลิมปิกของคนกาแฟทั่วโลก ครอบคลุมตั้งแต่การชิม การคั่ว การชง ไปจนถึงศิลปะการเทนมในแก้ว โดยการแข่งขันจะกระจายไปตามเทศกาลกาแฟในเมืองต่างๆ ซึ่งผู้เข้าร่วมจากแต่ละประเทศต้องผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ก่อนจะได้ยืนบนเวทีนี้ และผลงานของแชมป์ แต่ละปีจะเป็นมาตรฐานใหม่ที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกาแฟไปทั่วโลก

ประเทศไทยเองก็มีบทบาทสําคัญบนเส้นทางนี้ผ่าน Thailand National Coffee Championship (TNCC) ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับประเทศที่ใช้เกณฑ์เดียวกับเวทีโลก และจัดขึ้นทุกปีในงาน Thailand Coffee Fest และ Thailand Coffee Fest Year End โดยเวทีนี้จะเป็นการเฟ้นหาตัวแทนไทยไปแข่งขันในระดับโลก ซึ่งทุกครั้งที่เปิดรับสมัครจะได้รับความสนใจจากผู้สมัครจํานวนมากและเต็มภายในไม่กี่นาที จนต้องเพิ่มรอบคัดเลือกเพื่อให้คนกาแฟหน้าใหม่มีโอกาสอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ยังได้เชิญกรรมการจากเวทีระดับโลกมาร่วมตัดสินในหลายรายการ เพื่อสร้างมาตรฐานให้กาแฟไทย และเตรียมนักแข่งไทยให้พร้อมสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

ผู้ถือลิขสิทธิ์ตัวแทนจัดการแข่งขัน World Coffee Championship รายการในประเทศไทย อย่างช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จํากัด และผู้จัด งาน Thailand Coffee Fest มองว่า ผู้เข้าแข่งขันไทยที่ได้แชมป์ในสาขาต่างๆ บนเวทีนี้ ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในตัวบุคคล แต่เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมกาแฟไทย

“การที่คนไทยสามารถคว้าแชมป์กาแฟในเวทีโลกได้มากขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของบุคคล แต่คือสัญญาณสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟทั่วโลกเริ่มหันมามองประเทศไทยในฐานะประเทศผู้เล่นที่จริงจัง นี่คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาซัปพลายเชนกาแฟไทยอย่างเป็นระบบ และการขยายศักยภาพของกาแฟไทยสู่ตลาดในระดับนานาชาติ อีกทั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการกาแฟไทยมีทิศทางการเติบโตและพัฒนาขึ้นมาก จนอุตสาหกรรมกาแฟไทยกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกคนสัมผัสได้ผ่านกาแฟทุกแก้ว ไม่ใช่แค่เพราะกาแฟไทยอร่อยขึ้น แต่เป็นเพราะคนในอุตสาหกรรมกาแฟจับมือกันก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน ตั้งแต่เกษตรกรผู้เพาะปลูก คนคัดเลือก คนคั่ว ไปจนถึงบาริสต้า หรือแม้แต่พนักงานที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์” ช้างน้อยให้ทัศนะ

และในการแข่งขันบนเวที World Coffee Championship 5 รายการ ได้แก่ Thailand National Barista Championship แข่งขันทักษะการชงกาแฟเอสเปรสโซและเครื่องดื่มจากเอสเปรสโซ, Thailand National Brewers Cup Championship แข่งขันการชงกาแฟดริปแบบ Manual Brew, Thailand National Coffee Roasting Championship แข่งขันการคั่วกาแฟเพื่อหาตัวแทนไปแข่งขันระดับโลก, Thailand National Lattee Art Championship แข่งขันการวาดลวดลายบนฟองนม และ Thailand National Cup Tasters Shampionship แข่งขันการชิมและแยกแยะรสชาติกาแฟ

คนไทย 3 คนที่ได้แชมป์จากเวทีนี้ ได้แก่ 1. ฉัตรเฉลิม เลิศเอนกวัฒนา คนไทยคนแรกที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกในฐานะแชมป์ World Cup Tasters Championship 2. นฤพนธ์ วุฒิภาพภิญโญ เคยคว้าแชมป์ประเทศไทยในรายการ Thailand National Coffee Roasting Championship 2025 และอันดับ 2 ของโลก World Coffee Roasting Championship 3. ศราวุธ หมั่นงาน แชมป์ Thailand National Latte Art Championship สองปีซ้อน

นักชิมกาแฟอาจไม่มีบทบาท หรือถูกจดจำมากเท่าบาริสต้า หรือคนคั่ว แต่เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของอุตสาหกรรมกาแฟที่ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ และฉัตรเฉลิม เลิศเอนกวัฒนา หรือ บอส เคยคว้าแชมป์ World Cup Tasters และเป็น 1 ใน 2 คนบนโลกที่ทำสถิติแยกกาแฟถูกทุกแก้วตลอดการแข่งขัน

“ทุกอย่างมาจากการทุ่มเทฝึกซ้อมชิมกาแฟจากหลายประเทศ หลายระดับการคั่ว วันละหลายแก้ว ที่ต้องทำควบคู่ไปกับงานประจำในฐานะบาริสต้าร้าน Roots และยังต้องดูแลสุขภาพ การนอนหรือความเครียดล้วนส่งผลต่อความแม่นยำของประสาทสัมผัส และความทนทานในการชิมกาแฟจำนวนมาก หลายคนคิดว่าการชิมคือเรื่องของลิ้น แต่สำหรับผมมันคือเรื่องของสติ เพราะในสนามจริง เราไม่รู้เลยว่าจะเจอกาแฟแบบไหน รสอะไร หรือยากแค่ไหน สิ่งเดียวที่ควบคุมได้ดีคือ ใจของเราเอง ถ้าเครียดหรือรีบเกินไป ต่อให้ชิมเก่งแค่ไหนก็หาคำตอบไม่เจอ” ฉัตรเฉลิมอธิบาย

ขณะที่นักคั่วกาแฟดีกรีรองแชมป์อันดับ 2 ของโลกอย่าง นฤพนธ์ วุฒิภาพภิญโญ เล่าถึงแรงผลักดันที่ทำให้ยืนบนเวทีโลกได้ไม่ใช่เพื่อล่ารางวัล แต่รู้สึกว่าตัวเองเก่งไม่พอ “อุปสรรคไม่ใช่เทคนิคการคั่ว แต่เป็นความกลัว กลัวพลาด กลัวเก่งไม่พอ แต่ความกลัวกลายเป็นแรงผลักดันให้เรียนรู้และเปลี่ยนวิธีคิด โดยเฉพาะยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เครื่องคั่วไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ระบบแก๊ส นักคั่วต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ตั้งแต่คุมความร้อน การออกแบบรสชาติ เพราะการคั่วกาแฟคือการหาจุดที่พอดีของเมล็ดแต่ละตัว และไม่มีสูตรสำเร็จใดทำแทนประสบการณ์ได้”

ด้านศราวุธ หมั่นงาน แชมป์ลาเต้อาร์ตสองปีซ้อน มองว่าความท้าทายในการแข่งกันไม่ใช่การเทลายฟองนมให้สวย แต่เป็นการรับมือกับกติกา เทรนด์ และสภาวะต่างๆ ที่เปลี่ยนไปทุกปี ต้องมีการฝึกซ้อมจนทุกจังหวะของการสตรีมนมและการเทลาย กลายเป็น muscle memory เพื่อให้แก้วบนเวทีออกมาตรงตามที่ตั้งใจ แม้จะอยู่ในภาวะกดดัน และที่สำคัญคือ ความสำเร็จเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะมีทีมคอยช่วยคิด ทดลอง และแก้ปัญหาในทุกขั้นตอน เพราะทีมทำให้เรามองเห็นสิ่งที่เราไม่เห็น และทำให้เราไปได้ไกลกว่าที่คิด

นี่ถือภาพสะท้อนของวงการกาแฟไทยที่เกิดจากความพยายามของคนตัวเล็กๆ ตั้งแต่เกษตรกรบนดอยที่ปลูกกาแฟ จนถึงร้านกาแฟกลางเมือง ทุกบทบาทล้วนสำคัญ นี่เป็นการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย.