Home > Cover Story (Page 14)

คุยกับ “เบน ลิน” ผู้บริหาร ลาลามูฟ กับบทบาทมือขวาของผู้ประกอบการ SME

ลาลามูฟ (Lalamove) ก่อตั้งขึ้นในฮ่องกงเมื่อปี 2556 ในฐานะแพลตฟอร์มจัดส่งด่วนที่เชื่อมคน รถ และงานขนส่งด้วยเทคโนโลยี แต่เดิมใช้ชื่อว่า Easyvan และเปลี่ยนเป็น Lalamove ในปี 2557 ก่อนที่จะขยายไปสู่ตลาดใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศสิงคโปร์เมื่อปี 2557 ต่อด้วยไทเปในปี 2558 และมายังกรุงเทพฯ ในปีเดียวกัน ปัจจุบันลาลามูฟให้บริการแล้วใน 14 ประเทศ ทั้งในเอเชีย ลาตินอเมริกา และ EMEA (ยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา) ตลอดช่วงเวลาในไทยลาลามูฟเติบโตจากการเป็นผู้เล่นต่างชาติที่นำเทคโนโลยีมาเชื่อมตลาดการจัดส่ง มีรถให้บริการหลากหลายขนาด กระทั่งในปี 2565 ลาลามูฟประกาศเคลื่อนทัพใหญ่ด้วยแผนบุกตลาดการขนส่งแบบ On-Demand Logistics ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเดินหน้าบุกธุรกิจ SME เต็มสูบ ภายใต้การนำของ เบน ลิน กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย โดยลาลามูฟมองว่าการขนส่งแบบออนดีมานด์และธุรกิจ SME จะเป็นตัวสร้างการเติบโตให้กับลาลามูฟท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดได้ “SME

Read More

DNA ของดานอน นโยบายยั่งยืนเพื่อสังคม-โลก

นโยบาย Sustainability เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่หน่วยงาน องค์กรธุรกิจ ยึดถือและปฏิบัติ รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายความก้าวหน้า เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่ม ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้องค์กรต่างๆ ดำเนินธุรกิจโดยมีนโยบาย Sustainability เพราะโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทรัพยากรเริ่มขาดแคลน ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่องค์ประกอบของนโยบาย Sustainability จะครอบคลุม 3 ด้านคือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม  และธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล หลายองค์กรมองเรื่องนี้เป็นเพียงนโยบายหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ แต่ ดานอน ประเทศไทย บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กลับเปลี่ยนนโยบายนี้ให้กลายเป็น DNA “ความยั่งยืนไม่ใช่โครงการเสริม แต่เป็น DNA ของดานอน สุขภาพ ธรรมชาติ ผู้คน ชุมชน วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงสิ่งที่เราทำสำเร็จ แต่เราจะร่วมกันมองไปข้างหน้า” แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดานอน ประเทศไทย เปิดมุมมองกับ “ผู้จัดการ 360◦” ก่อนจะเสริมว่า “เราเริ่มจากคำถามง่ายๆ

Read More

ธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กับศาสตร์และศิลป์ของ ไทวัสดุ

สมรภูมิตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างมีมูลค่านับล้านล้านบาท ผู้เล่นรายเล็กรายใหญ่ ทั้งเจ้าเก่า เจ้าใหม่ ขยายสาขา วางหมุดสร้างเครือข่ายเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีทั้งกลุ่มผู้รับเหมา และลูกค้าบ้าน หากจะจำกัดวงให้แคบลง ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดเห็นจะเป็น ไทวัสดุ โฮมโปร บุญถาวร โกลบอลเฮ้าส์ และดูโฮม ซึ่งมีคาแรกเตอร์และจุดแข็งที่แตกต่างกัน แต่การฟาดฟันบนเวทีสงครามค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง แค่จำนวนสาขาอาจไม่ใช่คำตอบของทั้งหมด แต่น่าจะเป็นกลยุทธ์เชิงนโยบายที่จะชี้วัดผลได้ชัดเจน “ผู้จัดการ 360◦” มีโอกาสได้พูดคุยกับ ธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่ต้องบอกว่าผู้บริหารคนนี้ไม่ใช่คนหน้าใหม่ แต่เป็น “มืออาชีพ” คนเก่า ถือเป็นลูกหม้อที่ทำงานให้กับเซ็นทรัล รีเทลมากว่า 20 ปี “รีเทลอยู่ในสายเลือด” ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้เราเข้าใจตัวตนของธนวัฒน์ได้ส่วนหนึ่งในทันที เพราะผลงานของธนวัฒน์ คือการเป็นผู้นำในด้านการบริหารจัดการสินค้า การพัฒนาเทคโนโลยีออมนิชาแนล และผลักดันกลยุทธ์ Hybrid Store “เราเป็นลูกหม้อ ทำงานอยู่กับเซ็นทรัล รีเทลมาประมาณ 20 ปีแล้ว

Read More

ม.หอการค้าไทย ชวนผู้ประกอบการไทยสร้าง “4 สมรรถนะ” ปรับตัวสู่ “โครงสร้างเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” 

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยบทวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับพลวัตของแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทย จากรายงานปกขาว “เศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต: เส้นทางสู่ความยั่งยืนของผู้ประกอบการและระบบนิเวศดิจิทัลไทย” โดยเชื่อมโยงสถานการณ์ปัจจุบันเข้ากับ 2 กรอบคิดที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2025 ซึ่งระบุปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี 13 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ราชวิทยาลัยสวีเดนได้ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ให้แก่ ฟิลิป อาจิออง (Philippe Aghion) จาก Collège de France และปีเตอร์ ฮาวิตต์ (Peter Howitt) จากมหาวิทยาลัยบราวน์ ซึ่งสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อธิบายกระบวนการ “การทำลายเชิงสร้างสรรค์” (Creative Destruction) เมื่อเทคโนโลยีใหม่และโครงสร้างธุรกิจใหม่เข้ามาแทนที่รูปแบบเก่า บริษัทที่ยึดติดกับเทคโนโลยีและโมเดลธุรกิจล้าสมัยจะไม่สามารถแข่งขันได้ นวัตกรรมจึงสร้างสรรค์สิ่งใหม่และทำลายโครงสร้างเดิมไปพร้อมกัน ดร.กิตติพงษ์ สาครเสถียร ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อความยั่งยืน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า “แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้ามาท้าทายห่วงโซ่อุปทานแบบเก่าและเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทำได้ด้วยการมีคุณสมบัติ 3 มิติที่แพลตฟอร์มต่าง ๆ สร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1.) ระบบบริหารจัดการการไหลเวียนของสินค้าและการทำธุรกรรมซื้อขาย 2.) ระบบข้อมูลที่สร้างความได้เปรียบให้ผู้ขาย ผ่านการนำเสนอสินค้าอย่างรู้ใจผู้ซื้อในแบบที่ร้านค้าทั่วไปทำเองไม่ได้ รวมถึงการแบ่งปันข้อมูลหลังบ้านของร้านค้าให้กับตัวผู้ขายเอง 3.) การกลายเป็นหนึ่งช่องทางการขายพื้นฐานของผู้ประกอบการเพราะมีข้อได้เปรียบ ได้แก่ ความครบครันของข้อมูลจากการให้บริการที่สะสมมาเป็นเวลานานและการเข้ามาของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ด้าน ดร.ธีรข์กรณ์ อุดมรัตนะมณี รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ชี้ว่า “ปัจจุบันมีการพูดคุยถึงการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมหรือค่าจีพีของแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ บริการเรียกรถ และบริการส่งอาหาร กันมากขึ้น หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น บางคนหวังว่ารัฐจะเข้ามาช่วย บางคนเลือกที่จะใช้ช่องทางอื่น หากมองในมุมของการดำเนินธุรกิจ อาจกล่าวได้ว่าการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมเป็นไปตามกลไกการสร้างรายได้ของภาคธุรกิจตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปและเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มการลงทุนเพื่อพัฒนาการให้บริการจากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว และหากมองสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านกรอบของทฤษฎีที่ได้รับรางวัลโนเบล เราจะพบว่าเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามธรรมชาติที่เรียกว่าการทำลายเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งควรถูกคาดการณ์ไว้แต่แรก เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ผ่านพ้น “ระยะสร้างตลาด” ที่เน้นการลงทุนมหาศาลเพื่อดึงดูดผู้ใช้ และกำลังก้าวเข้าสู่ “ระยะสร้างมูลค่า” ที่ต้องมุ่งเน้นการสร้างรายได้อย่างจริงจังเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ ซึ่งเป็นวิถีการดำเนินธุรกิจที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายกับบริการดิจิทัลหลากหลายประเภททั่วโลก” “ดังนั้น

Read More

จับตาจังหวะรุกของ MINISO กับการเดินหน้ากลยุทธ์ IP เต็มสูบ

ภาพจำของ ’MINISO’ (มินิโซ) ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือการเป็นแบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์สัญชาติจีน ที่มาพร้อมสินค้าที่หลากหลายในราคาที่ย่อมเยา แต่วันนี้ภาพของ MINISO กำลังจะเปลี่ยนไปสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกด้านสินค้าลิขสิทธิ์ (IP) ที่รวบรวมสินค้าลิขสิทธิ์จากแบรนด์ชั้นนำมาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อจับโอกาสตลาดอาร์ตทอยที่ยังไม่แผ่ว และหลีกหนีจากสงครามราคาของสมรภูมิค้าปลีกที่ดุเดือด เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับ MINISO MINISO ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดย ‘กัวฟู เย่’ (Guofu Ye) นักธุรกิจชาวจีน ในฐานะแบรนด์ร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่สินค้าหลากหลาย ดีไซน์สวยงาม ในราคาที่คุ้มค่า จากร้านแรกในประเทศจีน MINISO สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2558 จึงเริ่มขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน จนปัจจุบันสามารถขยายธุรกิจออกไปได้กว่า 120 ประเทศทั่วโลก ปักหมุดในเมืองใหญ่ ทั้ง นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ปารีส ลอนดอน ดูไบ ซิดนีย์ และอิสตันบูล ด้วยจำนวนร้านค้ามากกว่า 7,600 สาขา มีจำนวนสมาชิกราว

Read More

ซีรีส์วาย–ยูริ โตไว ซอฟต์พาวเวอร์บันเทิงไทย

วงการบันเทิงไทย-ต่างประเทศ ในปัจจุบันกำลังมีผลผลิตซีรีส์ ละคร ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มความหลากหลายทางเพศ โดยมีตัวละครหลักเป็น ชาย-ชาย และหญิง-หญิง Boy love, Girl loveหรือที่เรียกกันว่า ซีรีส์วาย-ยูริ และมูลค่าการตลาดรวมมากกว่า 4,900 ล้านบาท ปัจจุบันแทบจะทุกสตรีมมิ่งต่างผลิตผลงานภาพยนตร์ ซีรีส์ ออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, WeTV, iQiYi, VIU, YouTube รวมถึงสถานีโทรทัศน์ของไทย หากมองในภาพรวม มีหลายประเทศที่พัฒนาซีรีส์วาย-ยูริ เช่น ญี่ปุ่น จีน แต่ที่ดูจะได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ผลงานซีรีส์จากไทย เช่น ใจซ่อนรัก, เพียงเธอ ที่มีนักแสดงชื่อดังอย่าง หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง และออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ แสดงคู่กัน ดูได้จากจำนวนฐานแฟนคลับของนักแสดงซีรีส์ที่ได้รับความนิยมทั้งในและต่างประเทศ จนต้องจัดงานแฟนมีตในต่างประเทศเพื่อเอาใจแฟนคลับโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีซีรีส์เรื่องใหม่ที่เป็นผลงานจากช่อง 3 ที่เพิ่งออกอากาศไปได้ไม่กี่ตอนอย่าง รักสุดท้าย

Read More

อโรชา กิตติวิทยากุล ผู้ฉายแสงแห่ง L&E Beyond

หลังจากแยกตัวออกมาจาก L&E เพื่อมาต่อยอดและบุกตลาดเอนเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี เมื่อ 2 ปีก่อน ภายใต้ชื่อ L&E Beyond ซึ่งมีหมุดหมายในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจบันเทิง งานคอนเสิร์ต งานนิทรรศการ รายการทีวี จากความชำนาญศาสตร์และศิลป์แห่งแสง ทำให้ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา L&E Beyond ค่อยๆ เติบโตแบบออแกนิก และได้การยอมรับในวงกว้าง อโรชา กิตติวิทยากุล จากผู้จัดการแผนก Entertainment Lighting บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สู่ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ธุรกิจ L&E Beyond ผู้ที่อยู่เบื้องหลังฉากที่มีแสงเป็นตัวหลักในการสร้างความโดดเด่นให้ผู้อยู่หน้าฉากบนเวทีการแสดง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ ความชื่นชอบในด้านเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นทุนเดิม และการบ่มเพาะแรงบันดาลใจจากการศึกษาต่อการละครที่ประเทศอังกฤษ ทำให้อโรชาได้ค้นพบโจทย์สำคัญที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ “ตอนเรียนการละครที่อังกฤษต้องทำกิจกรรม แต่ต้องให้เพื่อนนักศึกษาคอยช่วยด้านอุปกรณ์ เรามีคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอที่อาจารย์ยอมรับ เพียงแต่ไม่คุ้นกับการใช้อุปกรณ์ เวลานั้นทำให้เราเข้าใจว่า pain point ด้านอุปกรณ์เป็นอุปสรรคสำคัญ

Read More

ซีไลฟ์ แบงคอก เดินเกม Art Marketing ยกระดับจากแหล่งท่องเที่ยวสู่แลนด์มาร์กทางศิลปะ

เป็นเวลาถึง 20 ปีที่ ซีไลฟ์ แบงคอก (SEA LIFE Bangkok) ในเครือบริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด ทำหน้าที่เป็นโลกใต้ทะเลใจกลางกรุงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยี่ยมชมในแต่ละปีได้ไม่น้อย แม้ที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับความท้าทายในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ในปัจจุบัน “ภาพรวมปีนี้ของ ซีไลฟ์ แบงคอก จำนวนผู้เข้าชมลดลงอย่างเห็นได้ชัดในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ โดยเฉพาะตลาดจีน เมื่อก่อนสัดส่วนนักท่องเที่ยวของซีไลฟ์ แบงคอก เป็นต่างชาติ 60% ไทย 40% ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกลงมาเป็น 50:50 แต่ยังโชคดีที่ซีไลฟ์ไม่ได้พึ่งพิงเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เรายังมีตลาดคนไทยเข้ามาซัปพอร์ตทั้งแบบครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่มาซื้อบัตรรายปี จึงยังไม่ได้มีผลกระทบที่เยอะมากนัก แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าต่างชาติลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา” สกลภัส ปลูกจิตรสม ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงภาพรวมในปีนี้ของ ซีไลฟ์ แบงคอก ทั้งนี้ ตั้งแต่โควิด-19 เป็นต้นมา ซีไลฟ์ แบงคอก ได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าและอยู่รอดในตลาด ด้วยการใช้ “Dynamic

Read More

การกลับมาของคนละครึ่งพลัส หวังกระตุ้นเศรษฐกิจไทยท้ายปี

สถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยถูกประเมินและคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยผลการประเมินคือ เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณการเติบโตแผ่วเบา ไร้แรงกระตุ้น ขณะที่ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดทับไม่ให้เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก แต่ละสำนักเศรษฐกิจ หรือสถาบันวิจัยเศรษฐกิจล้วนแต่ประเมินออกมาด้วยตัวเลขที่ใกล้เคียงกันคือ GDP ไทยปี 2568 จะขยายตัวอยู่ในอัตรา 1.4-3.3 เท่านั้น แม้ว่าที่ผ่านมาภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่บ้าง เช่น โครงการเงินดิจิทัลหนึ่งหมื่นบาท ที่หวังสร้างพายุเศรษฐกิจ แต่กลับทำได้เพียงกระแสลมที่แผ่วเบา กระทั่งประเทศไทยได้นายกฯ คนใหม่ที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล และได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 โดยนโยบายที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีคือ โครงการคนละครึ่ง ที่หวังจะสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชน และนโยบายคนละครึ่งพลัสที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนและร้านค้าจำนวนมาก เห็นได้จากการที่ประชาชนต่อคิวเพื่อยืนยันตัวตนที่ธนาคารกรุงไทยตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ นี่แสดงให้เห็นว่าโครงการคนละครึ่งที่ถูกใช้ครั้งแรกในยุครัฐบาลลุงตู่ เป็นโครงการที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง โดยโครงการคนละครึ่งพลัสได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์จำนวนประมาณ 20 ล้านสิทธิ์ และระยะเวลาในการใช้สิทธิ์เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2568 ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท โดยจะแบ่งเป็น

Read More

Branded Residences แนวคิด World Class ของภูมิ จิราธิวัฒน์

หลังจากที่ภูมิ จิราธิวัฒน์ แถลงข่าวเปิดตัวบริษัทผู้บริหารกองทุน CG Capital ไปเมื่อปีที่ผ่านมา นี่นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ทายาทเจน 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ในการสร้างแรงกระเพื่อมให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการจับมือกับกลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับโลกอย่าง IHG Hotels & Resorts ผุดโครงการ Hospitality Branded Residences แบบ Freehold กลางสุขุมวิท มูลค่าโครงการประมาณ 5,500 ล้านบาท “รู้สึกตื่นเต้นมาก อยากเสนอโครงการแรกของ CG Capital ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีความคิดที่อยากจะทำ Branded Residences แต่หากนับจากจุดเริ่มต้นของ CG Capital นี่จะเป็นโครงการที่สอง โครงการแรกคือ เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ ภูเก็ต บางเทา ที่ปัจจุบันก็ขายเกือบหมดแล้ว “ถ้าถามว่าทำไมต้องเลือกที่กรุงเทพฯ เพราะผมเกิดที่นี่ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พิเศษมาก อาหารอร่อย สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบาย ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวพักผ่อนที่นี่บางคนยังไม่ยอมกลับบ้าน

Read More