วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > อโรชา กิตติวิทยากุล ผู้ฉายแสงแห่ง L&E Beyond

อโรชา กิตติวิทยากุล ผู้ฉายแสงแห่ง L&E Beyond

หลังจากแยกตัวออกมาจาก L&E เพื่อมาต่อยอดและบุกตลาดเอนเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี เมื่อ 2 ปีก่อน ภายใต้ชื่อ L&E Beyond ซึ่งมีหมุดหมายในแผนการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจบันเทิง งานคอนเสิร์ต งานนิทรรศการ รายการทีวี จากความชำนาญศาสตร์และศิลป์แห่งแสง ทำให้ช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา L&E Beyond ค่อยๆ เติบโตแบบออแกนิก และได้การยอมรับในวงกว้าง

อโรชา กิตติวิทยากุล จากผู้จัดการแผนก Entertainment Lighting บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สู่ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ธุรกิจ L&E Beyond ผู้ที่อยู่เบื้องหลังฉากที่มีแสงเป็นตัวหลักในการสร้างความโดดเด่นให้ผู้อยู่หน้าฉากบนเวทีการแสดง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศ

ความชื่นชอบในด้านเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นทุนเดิม และการบ่มเพาะแรงบันดาลใจจากการศึกษาต่อการละครที่ประเทศอังกฤษ ทำให้อโรชาได้ค้นพบโจทย์สำคัญที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ

“ตอนเรียนการละครที่อังกฤษต้องทำกิจกรรม แต่ต้องให้เพื่อนนักศึกษาคอยช่วยด้านอุปกรณ์ เรามีคอนเซ็ปต์ในการนำเสนอที่อาจารย์ยอมรับ เพียงแต่ไม่คุ้นกับการใช้อุปกรณ์ เวลานั้นทำให้เราเข้าใจว่า pain point ด้านอุปกรณ์เป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเบื้องหลังวงการบันเทิง” อโรชาถ่ายทอดความคิด ก่อนจะขยายความว่า

“คนไทยมีความเก่งไม่ด้อยกว่าคนชาติอื่นๆ แต่เราอาจจะติดขัดในเรื่องอุปกรณ์ที่ดีที่จะช่วยเสริมศักยภาพให้คนทำงาน การแยกหน่วยธุรกิจออกมาจาก L&E มาเป็น L&E Beyond เพราะอยากจะสนับสนุนด้านนี้อย่างจริงจัง เพราะหากว่าคนไทยได้รับการศึกษาเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง ได้เรียนรู้มากขึ้น จะช่วยให้คนไทยสามารถเป็น global citizen ได้ ที่ผ่านมาจึงได้พยายามที่จะเทรนให้ความรู้ในเรื่องเหล่านี้กับทีมงานเด็กๆ รุ่นใหม่ เพื่อให้มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ และศักยภาพในการที่จะรับงานได้ทั้งในไทยและต่างชาติ”

การเป็นผู้อยู่เบื้องหลังรายการบันเทิง การจัดแสดงต่างๆ และการที่จะรู้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังบ้างนั้น ต้องรอให้ end credit ท้ายรายการขึ้นเสียก่อน แต่นั่นไม่ได้การันตีว่าจะมีคนอยู่รอดู end credit ทุกครั้งไป

แต่ที่น่าแปลกคือ L&E Beyond มีผลงานที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างของผู้ที่ทำงานเบื้องหลังด้านแสงบนเวทีการแสดงใหญ่ๆ ระดับชาติ การเติบโตแบบออแกนิกจึงเป็นคำตอบ

“คนในวงการถามกันมาเยอะว่า เราจะทำ L&E Beyond ทำไม ในเมื่อมี L&E อยู่แล้ว และยังเจอคำถามว่า เราตัดราคาคนอื่นไหม เพราะเราได้งานใหญ่ๆ จำนวนมาก ต้องบอกว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเราดำเนินธุรกิจในลักษณะการร่วมผลิตกับลูกค้า งานประเภทนี้คือ วินาทีช็อต แสดงแล้วจบเลย ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เหมือนงานที่มี post-production นี่เป็นงานที่ต้องใช้ใจค่อนข้างเยอะ และเราต้องการจะพิสูจน์ว่าเราทำได้”

อโรชาได้พิสูจน์แล้วว่า การเติบโตแบบออแกนิกของบริษัทฯ ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นลายเซ็นโดยที่ไม่ต้องอาศัยโลโก้ใน end credit กลายเป็นคำตอบ โดยเฉพาะเมื่อ L&E Beyond เป็นผู้อยู่เบื้องหลังระบบแสงบนเวทีในรายการ The Voice และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายการThailand Music Countdown

L&E Beyond คงไม่ใช่ผู้ให้บริการด้านสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเข้ามามีบทบาทในการดูแล production ด้านแสงด้วย

“ผลงานที่น่าจะเป็นที่สร้างชื่อให้ L&E Beyond คือ The Voice Thailand 2024, The Voice All Stars, อีเวนต์ KAWS; Holiday Bangkok ที่สนามหลวง และ Thailand Music Countdown”

L&E Beyond มีธุรกิจอยู่ 4 ด้านคือ 1. Product อุปกรณ์เกี่ยวกับโคมไฟ 2. Production 3. Rental 4. Studio “เรามีโรงงานประกอบไฟสำหรับใช้บนเวที การแสดงต่างๆ โดยที่สินค้าของเราได้รับการรับรองจากมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. ซึ่งมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ระบบการป้องกันความปลอดภัย ที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญ สินค้าภายใต้แบรนด์ L&E แม้จะไม่ใช่สินค้าราคาถูกที่สุดในท้องตลาด แต่สินค้าเรามีการรับประกัน 2 ปี มีบริการหลังการขาย  ส่วนงาน Production ก็อย่างที่ได้เห็นผลงาน และธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ เช่น โคมไฟ จอ LEDที่เกี่ยวข้องกับงานแสดงรูปแบบต่างๆ เช่น คอนเสิร์ต อีเวนต์ที่แสดงแสงสีเสียง โขนพระราชทาน”

แม้ว่า L&E Beyond จะมีธุรกิจอยู่ด้วยกัน 4 ด้านหลัก แต่อโรชายังมองว่างานที่จะเป็นอนาคตคือ Virtual Studio จนทำให้ตัดสินใจควักเงินลงทุนเกี่ยวกับงานด้านนี้ไปสูงถึง 100 ล้านบาท พร้อมกับศึกษาด้าน Extended Reality เพิ่มเติม เพื่อที่จะต่อยอดงานในอนาคต เมื่อเห็นโอกาสที่กำลังเข้ามา

“ที่บอกว่า Virtual Studio จะเป็นอนาคตของเรา เพราะในช่วงโควิดที่งานน้อย เราได้ศึกษางานด้าน Extended Reality เพิ่ม เพื่อตอบโจทย์งานด้านมิวสิกวิดิโอได้ ที่บอกว่าเป็นอนาคตเพราะ Virtual Studio ช่วยให้ทุกคนที่ต้องทำงานในกองถ่ายสามารถประหยัดเวลา ซึ่งเป็นต้นทุนชีวิตของคนทำงาน แม้ว่างบประมาณอาจจะไม่แตกต่างกันมากนัก หากต้องใช้เวลาในการออกกองในสถานที่ถ่ายทำจริง เทียบกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีการถ่ายทำ การตัดต่อมาใช้ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาทำงานสอดคล้องกับพฤติกรรม ความต้องการ ซึ่งเป็นแนวคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการการทำงานที่คุ้มค่า”

มิวสิกวิดิโอเพลง Magic Car ของศิลปิน PiXXie เป็นผลงานที่เกิดจากการถ่ายทำใน Virtual Studio ของ  L&E Beyond ทั้งทีมงานเบื้องหน้า เบื้องหลัง ไม่ต้องออกกองในสถานที่จริง และทุกอย่างสามารถถ่ายทำจบได้ภายในเวลาไม่นาน แต่ผลงานที่ออกมาแทบจะดูไม่ออกว่าการถ่ายทำเกิดขึ้นในสตูดิโอเท่านั้น

แม้ว่าในอุตสาหกรรมจะมีผู้ประกอบการในธุรกิจนี้อยู่พอสมควร แต่อโรชากลับไม่ได้มองว่าผู้เล่นรายอื่นเป็นคู่แข่ง

“หากมองแยกในแต่ละกลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ด้านของเรา ก็ต้องบอกว่า มีคู่แข่งอยู่บ้าง แต่เรามองเป็นพาร์ตเนอร์มากกว่า เช่น อุปกรณ์สำหรับเช่า คงเป็นไปได้ยากที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งจะมีอุปกรณ์จำนวนมากและครบทุกอย่าง เราไม่ตัดราคาใคร เพียงแต่นำเสนอกับผู้ประกอบการรายอื่นว่า เรามีโซลูชันด้านนี้ที่พร้อมให้บริการ แต่หากจะหาผู้เล่นที่มีธุรกิจที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านแบบเรา ก็ต้องบอกว่าเราไม่มีคู่แข่งเลย”

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีเวนต์ขนาดใหญ่อาจถูกชะลอการจัดหรือเลื่อนออกไปตามสถานการณ์ แน่นอนว่าย่อมกระทบกับ L&E Beyond อยู่บ้าง แต่อโรชาบอกว่า รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ มาจากส่วนของธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ และคาดหวังว่าเป้ารายได้ปีนี้ที่จะพอหวังได้คือ 50%

“นับตั้งแต่เราเริ่มต้นธุรกิจ L&E Beyond มีการเติบโตด้านรายได้อย่างต่อเนื่องแบบ 100% ปีนี้ด้วยสภาพเศรษฐกิจอาจจะเป็นไปได้ยาก เราคาดหวังว่าจะมีการเติบโตที่ 50% เพราะยังมองว่าคนยังชอบออกจากบ้าน ธุรกิจน่าจะยังพอไปได้ แต่ผู้ประกอบการ เจ้าของเงินทุนอาจปรับตัว มองหาทางเลือกใหม่ ใช้เงินภายใต้เงื่อนไขของความคุ้มค่ามากที่สุด โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ทุกคนต้องใช้ ต้องทำความรู้จัก เพราะเป็นเครื่องมือใหม่ของชีวิตในทุกมิติ”

แผนการดำเนินธุรกิจของ L&E Beyond ในปีหน้า อโรชามองว่าคงไม่ได้มีการลงทุนเพิ่ม แต่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่รุกตลาดโดยนำเสนอ Virtual Studio ที่มองว่านี่จะเป็นอนาคตสำคัญของบริษัท

“หลังจากเราลงทุนไป 100 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบให้แก่ Virtual Studio หมายความว่า ตอนนี้เรามีเรือลำใหญ่ขึ้น หาปลาได้มากขึ้น แต่ความท้าทายคือ การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมของผู้คนที่เร็วมากในช่วงหลัง แม้แต่เราเองวิธีการใช้เงินยังเปลี่ยน ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์เป็นธุรกิจที่ใช้เงิน งานของเราจำเป็นต้องใช้เงิน นี่เป็นความท้าทายในสถานการณ์อันยากลำบาก แต่เราต้องสร้างความพร้อมที่จะทำอย่างไรให้ยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ โดยเฉพาะในธุรกิจที่เราถนัด” อโรชาทิ้งท้าย

ผลงานที่ผ่านมาของอโรชาทำให้ L&E Beyond มีลูกค้าต่างชาติจำนวนไม่น้อย ด้วยมาตรฐานการทำงาน ความพร้อมด้านอุปกรณ์ และการวางแผนที่พร้อมจะเติบโตในสายงานเบื้องหลังที่แม้คนภายนอกอาจจะไม่รู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังผลงานแสงสีแห่งความบันเทิง แต่ชื่อชั้นของ L&E Beyond ถูกโจษจันถึงฝีมือที่ผู้จัดงานให้ความยอมรับ.