วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > DNA ของดานอน นโยบายยั่งยืนเพื่อสังคม-โลก

DNA ของดานอน นโยบายยั่งยืนเพื่อสังคม-โลก

นโยบาย Sustainability เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่หน่วยงาน องค์กรธุรกิจ ยึดถือและปฏิบัติ รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายความก้าวหน้า เพื่อเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่ม

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้องค์กรต่างๆ ดำเนินธุรกิจโดยมีนโยบาย Sustainability เพราะโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ทรัพยากรเริ่มขาดแคลน ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

ขณะที่องค์ประกอบของนโยบาย Sustainability จะครอบคลุม 3 ด้านคือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม  และธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล

หลายองค์กรมองเรื่องนี้เป็นเพียงนโยบายหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ แต่ ดานอน ประเทศไทย บริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ กลับเปลี่ยนนโยบายนี้ให้กลายเป็น DNA

“ความยั่งยืนไม่ใช่โครงการเสริม แต่เป็น DNA ของดานอน สุขภาพ ธรรมชาติ ผู้คน ชุมชน วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงสิ่งที่เราทำสำเร็จ แต่เราจะร่วมกันมองไปข้างหน้า” แดนิช ราห์มัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดานอน ประเทศไทย เปิดมุมมองกับ “ผู้จัดการ 360◦” ก่อนจะเสริมว่า

“เราเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า เราต้องการอะไร โภชนาการ สังคม หรือสิ่งแวดล้อม พันธกิจของดานอนคือ ส่งมอบอาหารที่ดีที่สุดให้กับทุกคน อาหารไม่ใช่แค่พลังงาน แต่คือพลังที่หล่อหลอมการเติบโต การใช้ชีวิต และการดูแลโลกของเรา การสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องซัปพลายเชน หรือบรรจุภัณฑ์ แต่คือการดูแลทั้งระบบ สุขภาพของผู้บริโภค สังคม โลก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

นอกจากนี้ ดานอน ยังร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ พันธมิตร และชุมชน โดยมีหมุดหมายในการร่วมออกแบบวิธีการผลิต บริโภค และให้คุณค่ากับอาหารในรูปแบบใหม่ ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้คนและโลก

“ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่ปัญหาสุขภาพอย่างภาวะโภชนาการที่ไม่เหมาะสมยังคงมีอยู่ จากข้อมูลงานวิชาการมี 4 ปัจจัยหลักที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกบริโภคสินค้าเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น 1. ติดฉลากโภชนาการหน้าบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน 2. ลดน้ำตาลและเกลือในสูตรอาหาร 3. การเสริมอาหารที่จำเป็นสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 4. การพัฒนานวัตกรรมอาหารที่คำนึงถึงผู้บริโภค” รศ.ดร. ธัญญ์นลิน วิญญูประสิทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบาย

ดานอน ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน B Corp ในปี 2021 ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงมาตรฐานที่ธุรกิจนั้นๆ ได้รับ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ ดูแลพนักงานอย่างเป็นธรรม และสร้างผลกระทบที่ดีต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ดานอน ยังพัฒนานวัตกรรมด้านโภชนาการเพื่อยกระดับสุขภาพของเด็กไทย โดยเฉพาะเด็กที่เกิดจากการผ่าคลอด ซึ่งผู้บริหารของดานอนมองว่า ภาวะการขาดไมโครนิวเทรียนในเด็กนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแล โดยเฉพาะด้านโภชนาการที่ช่วยเติมเต็มและแก้ปัญหานี้ได้

“หนึ่งในภาวะที่ต้องการการแก้ไขในระดับเร่งด่วนในเด็กเล็ก คือ ภาวะขาดไมโครนิวเทรียนหรือสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อย แต่มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของร่างกาย โดยเฉพาะในช่วง 2,000 วันแรกของชีวิต นี่จึงเป็นสาเหตุที่นวัตกรรมด้านโภชนาการของเราต้องเริ่มต้นจากวิทยาศาสตร์และความเข้าใจว่าคนในท้องถิ่นต้องการอะไร เพื่อพัฒนาทางออกที่เข้าถึงง่าย ในราคาที่เหมาะสม และใช้งานได้สะดวก

โดยดานอนมีแนวทางในการจัดการกับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia: IDA) ซึ่งเด็กไทยอายุต่ำกว่า 6 ปีมีโอกาสเสี่ยงถึงกว่า 1 ใน 3 ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรเสริมวิตามินเพื่อเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กถึงสามเท่า

นอกจากนี้ ดานอนยังได้พัฒนาสูตรซินไบโอติก (Synbiotic Formulas) ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับสุขภาพลำไส้ของเด็กผ่าคลอด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการแพ้และปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน ผ่านการทดสอบทางคลินิก และเป็นสูตรที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงพันธกิจของดานอนในการเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะในช่วง 2,000 วันแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองพัฒนาไปกว่า 90% และโภชนาการที่เหมาะสมจะมีผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว” วินเซนต์ เต รองประธานฝ่ายโภชนาการเฉพาะทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากดานอน เล่า

มาตรฐานใหม่ของระบบอาหารที่ยั่งยืน จากวิสัยทัศน์ของดานอน ประเทศไทย คือการมุ่งมั่นสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนแบบครบวงจร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจและส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม

แดนิช ราห์มัน ขยายความเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันโรงงานดานอนที่บางพลีได้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นสัดส่วนกว่า 25% และยังมีแผนขยายพื้นที่โซลาร์รูปท็อป และพัฒนาอุปกรณ์ประหยัดพลังงานเพื่อลดการใช้พลังงาน ในแง่การจัดการน้ำ เราใช้แนวทาง 4R คือ ลดใช้, ใช้ซ้ำ, รีไซเคิล และฟื้นฟู  เพื่อจัดการน้ำจากกระบวนการผลิตของโรงงานดานอนเองและน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

ขณะที่ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ของดานอน ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 93% สามารถรีไซเคิลได้ และเรากำลังมุ่งสู่เป้าหมาย 100% ภายในปี 2030 เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้จริง”.