Home > Cover Story (Page 99)

จับตาขยาย “เคอร์ฟิว” จี้แผนรับมือเศรษฐกิจ Worst Case

2 สิงหาคม 2564 ครบกำหนดมาตรการเคอร์ฟิว 14 วัน หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. สั่งบังคับใช้มาตรการล่าสุดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด พร้อมๆ กับมาตรการคุมเข้มอีกหลายข้อเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนตัวเลขต่างๆ ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังพุ่งสูงทำนิวไฮทุกวัน โดยเฉพาะยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 20,000 คน ล่าสุด กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค และสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข คาดการณ์สถานการณ์การระบาด COVID-19 ของประเทศไทย ระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2564 พบว่า หากล็อกดาวน์ 1 เดือน จะสามารถชะลอจุดสูงสุดของการใช้ทรัพยากรถึงต้นเดือนตุลาคม แต่หากล็อกดาวน์ 2 เดือน ร่วมกับมาตรการกระจายวัคซีนในผู้สูงอายุได้ผลดีและดำเนินการได้รวดเร็ว คาดว่าในเวลาไม่เกิน 2 เดือน จะช่วยรักษาระดับการใช้เครื่องช่วยหายใจไม่เกิน 1,500 รายต่อวัน และชะลออุบัติการณ์การเสียชีวิตไม่เกิน 200 รายต่อวันไปจนถึงเดือนธันวาคม ดังนั้น

Read More

เซเว่นฯ-โลตัส สู้ศึกรอบด้าน อัดแคมเปญซื้อใจมวลชน

ธุรกิจรีเทลในเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือ “ซีพี” โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น และไฮเปอร์มาร์เก็ต โลตัส ต้องเร่งอัดแคมเปญกระตุ้นการจับจ่ายอย่างเข้มข้น เพราะสงครามธุรกิจยุคโควิดรอบนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับการแพร่ระบาดระลอก 3 ทำให้กำลังซื้อทรุดหนัก ต้องปิดให้บริการเร็วขึ้นจากมาตรการล็อกดาวน์ และการช่วงชิงกลุ่มลูกค้ากับคู่แข่ง แต่ยังหมายถึงการแก้เกมตอบโต้กระแสต่อต้านจากกลุ่มการเมืองสารพัดรูปแบบ ล่าสุด “กลุ่มทะลุฟ้า” นำโดย ยาใจ ทรงพล ผู้ประสานงาน และจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน งัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืนเฉยๆ ที่ 7-11” ประเดิมบุกร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาซีพีทาวเวอร์ย่านถนนสีลม และยืนเฉยๆ 30 นาที เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อประท้วงกลุ่มทุนที่สนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมประกาศนัดมวลชนติดตามเพจทะลุฟ้าเดินสายจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และเชิญชวนประชาชนงดซื้อของจากเซเว่นอีเลฟเว่น หันมาซื้อของพ่อค้าแม่ค้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และกระจายรายได้ผู้ประกอบการรายย่อย ส่งเสียงให้นายทุนทั้งหลายหยุดสนับสนุนรัฐบาลที่บริหารงานล้มเหลว แกนนำกลุ่มทะลุฟ้าระบุว่า เหตุที่ต้องกดดันกลุ่มทุน เนื่องจากย้อนไปในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จัดการระดมทุนสนับสนุนการเลือกตั้ง มีการจัดโต๊ะจีน เชิญพันธมิตรธุรกิจรายใหญ่ร่วมงาน มีตัวแทนจาก

Read More

จากสินมั่นคงสู่ฟู้ดแพนด้า บทเรียนที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม

การดำเนินธุรกิจภายใต้สภาวการณ์ปัจจุบันที่โลกต้องประสบกับปัญหาโรคระบาดที่ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่นั้น เป็นเรื่องยากอยู่แล้วที่จะประคองธุรกิจให้ผ่านคลื่นลมพายุที่โหมกระหน่ำทุกทิศทาง นอกจากความท้าทายที่กล่าวไปในข้างต้น ความขัดแย้งทางสังคมไทยในปัจจุบันที่แบ่งออกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน ดูจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจจำเป็นจะต้องนำมาขบคิด ในห้วงยามนี้ หากนักการตลาดหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลภาพลักษณ์สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ พยายามจะยึดโยงแบรนด์ที่ก่อร่างสร้างตัวมานาน โดยมุ่งหวังเพียงแค่จะเกาะกระแสเพื่อให้ได้พื้นที่หน้าข่าวจากประเด็นความขัดแย้ง ด้วยการไปเข้ากับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ดูจะเป็นการไม่เหมาะสมนัก เพราะนอกจากจะผิดจากหลักการตลาดพื้นฐานแล้ว ยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ทางอ้อมด้วยเช่นกัน บทเรียนจากประกาศยกเลิกกรมธรรม์โควิดแบบ “เจอ จ่าย จบ” ของ บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2564 สร้างความเสียหายในหลายมิติต่อแบรนด์ ทั้งแง่มุมของความน่าเชื่อถือที่สินมั่นคงสร้างเอาไว้มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ที่เริ่มดำเนินธุรกิจในวันที่ 27 มกราคม 2494 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกเพียง 2 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ บริษัท ป้วนฮงเซ้งประกันภัย จำกัด ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น สินมั่นคงประกันภัย ในเวลาต่อมา ความมั่นคงที่แบรนด์ได้สร้างไว้เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในปี 2534 ที่มีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแปรสภาพเป็น บริษัท มหาชน จำกัด ในปี 2537 การประกาศยกเลิกกรมธรรม์โควิดในช่วงเวลานี้สร้างความสั่นคลอนให้แก่ธุรกิจประกันภัยโดยรวมทั้งประเทศ แน่นอนว่าประชาชนผู้ซื้อและถือครองกรมธรรม์ ต่างมีคำถามผุดขึ้นในใจในเวลาไม่นานว่า บริษัทเจ้าของกรมธรรม์ที่ตัวเองทำข้อตกลงไว้

Read More

ฤา ธุรกิจการบินของไทย ถึงคราล่มสลายและอวสาน?

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งล่าสุดในสังคมไทยกำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นและความเป็นไปของสังคมไทยอย่างหนักหน่วง เพราะการแพร่ระบาดดังกล่าวไม่เพียงแต่จะทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นสถิติใหม่ในแต่ละวัน ซึ่งติดตามมาด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตรายวันกว่า 100 ราย จากผลของการขาดแคลนเตียงในการรักษาพยาบาล สะท้อนภาพความล่มสลายของระบบการสาธารณสุขไทยอย่างไม่อาจเลี่ยง ขณะเดียวกันมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของกลไกรัฐครั้งใหม่ที่ดำเนินไปด้วยการล็อกดาวน์ หรือการสั่งห้ามการเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมอีกหลากหลายประการกำลังทำให้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำซบเซามาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 ทรุดหนักลงไปอีกและขยายวงกว้างส่งผลกระทบต่อธุรกิจแต่ละประเภทมากขึ้นไปอีก โดยบางธุรกิจได้ถึงคราวล่มสลายและยุติกิจการไปโดยปริยาย โดยเฉพาะธุรกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและภาคบริการที่เคยเป็นกลไกในการหนุนนำเศรษฐกิจไทยมาก่อนหน้านี้ การแพร่ระบาดดังกล่าวทำให้การคาดการณ์ว่าด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2564 ถูกปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดหลายสำนักได้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้เพียงร้อยละ 1 จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 1.8 เพราะการแพร่ระบาดของ COVID-19 มีความรุนแรงกว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้ต้องมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและการจ้างงานมากขึ้น ทำให้กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทรุดตัวลงไปอีก ขณะที่มาตรการเยียวยาจากภาครัฐน่าจะช่วยประคองการดำรงชีพที่จำเป็น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมได้ และมีบางสำนักประเมินในทางลบถึงขั้นที่ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 อาจไม่เติบโตเลย และมีแนวโน้มที่จะเติบโตแบบติดลบอีกด้วย ข้อสังเกตที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งอยู่ที่การปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2564 ลงมาอยู่ที่ 2.5-6.5 แสนคน จากเดิมประมาณการไว้ที่ 2.5 แสน-1.2 ล้านคน โดยแม้ว่าจะเริ่มมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” และ “สมุย พลัส โมเดล” แต่การจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่อื่น และจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามายังต้องขึ้นอยู่กับการแพร่ระบาดและการเร่งฉีดวัคซีนเป็นหลัก

Read More

จากสงครามการค้า สู่สงครามไวรัส-ข้อมูล คนไทยควรรู้เท่าทัน

ไทยต้องเผชิญกับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ห้ำหั่นกันระหว่างสองมหาอำนาจจากสองซีกโลกอย่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่อุบัติขึ้นนับตั้งแต่ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงต้นปี 2560 ผลพวงจากความพยายามที่จะดำเนินตามนโยบายที่นายทรัมป์หาเสียงไว้ นั่นคือ อเมริกันเฟิร์ส ส่งผลให้การค้ากับต่างประเทศต้องชะงัก แน่นอนว่าประเทศที่กลายเป็นเป้าหมายสำคัญในครั้งนั้นคือ จีน เมื่อจีนกอบโกยเงินจำนวนมหาศาลกลับประเทศจากการส่งสินค้าจำนวนมากมาขายยังสหรัฐฯ สหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มจากสินค้านำเข้าจากจีน 25% ในระยะแรกเริ่มที่เครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมพลังงาน ต่อมาพิจารณาเก็บภาษีเพิ่มจากสินค้าประเภทเหล็ก เครื่องจักรไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถไฟ และ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าเกษตร สิ่งทอ อุปกรณ์ก่อสร้าง ชิ้นส่วนรถยนต์ เรียกว่าหมัดแลกหมัด เมื่อจีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 25% จากสินค้าที่มาจากสหรัฐฯ จำนวน 545 ราย เช่น ผลิตภัณฑ์เกษตร รถยนต์ ผลิตภัณฑ์จากทะเล รวมมูลค่ากว่า 34,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สงครามการค้าระหว่างสองประเทศนี้ไม่มีใครยอมใคร และยังคงยืดเยื้อยาวนาน แม้จะมีความพยายามที่จะพูดคุยตกลงกันเพื่อพักการทำสงครามการค้าลงชั่วคราว แต่แน่นอนว่าผลกระทบได้เกิดขึ้นไปแล้วต่อประเทศคู่ค้าที่ต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังสองประเทศนี้ ในเวลานั้นรัฐบาลไทย โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการค้าระหว่างประเทศ พยายามมองหาโอกาสที่เกิดขึ้นระหว่างสงคราม ทั้งการเล็งที่จะจูงใจนักลงทุนในกรณีที่นักลงทุนเตรียมย้ายฐานการผลิตออกจากสหรัฐฯ เพื่อหลีกหนีฐานภาษีสินค้านำเข้าที่ค่อยๆ เพิ่มเพดานสูงขึ้น และมองหาฐานการผลิตใหม่โดยเฉพาะกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน ในขณะที่ไทยกำลังเริ่มต้นการเจรจาโดยเฉพาะกับนักลงทุนชาวจีนที่เตรียมจะยึดหัวหาดและลงเม็ดเงินสร้างฐานการผลิตในไทย ทว่า การเปลี่ยนผ่านขั้วการเมืองทำให้หลายเรื่องที่กำลังถูกต่อยอดและน่าจะสร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก กระทั่งสงครามไวรัสเริ่มอุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินจีนในช่วงปลายปี 2562 และเริ่มแพร่ระบาดไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก

Read More

การเดินทางของ “อาหารส่วนเกิน” จากผู้ให้ส่งถึงมือผู้รับ

“อาหารที่มูลนิธิเอามาให้มันช่วยเราได้เยอะ อย่างผักนี่เอาไปต้มจืดก็กินได้หลายมื้อแล้ว ยิ่งช่วงโควิดอย่างนี้มันช่วยได้มากจริงๆ” เสียงจากชาวชุมชนมักกะสัน ขณะกำลังช่วยกันลำเลียงอาหาร ทั้งผักสด ผลไม้ ออกจากรถเก็บความเย็นของมูลนิธิเอสโอเอสที่นำอาหารที่ได้รับบริจาคมาส่งต่อให้กับชุมชน แต่ละวันเรามีอาหารส่วนเกินที่เกิดจากการผลิตที่เกินความจำเป็นอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งอาหารจากไลน์บุฟเฟต์ ร้านอาหาร ผักผลไม้ที่ไม่สวย อาหารกระป๋อง และอาหารแช่แข็งที่ถูกถอดออกจากชั้นวางในซูเปอร์มาร์เก็ตตามมาตรฐานของห้างร้านแม้จะยังไม่หมดอายุก็ตาม อาหารเหล่านี้กลับถูกทิ้งไปอย่างไร้ประโยชน์ ซึ่งจากรายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า แต่ละปีทั่วโลกมีอาหารที่ถูกทิ้งถึง 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นทั้งปี ขณะเดียวกันกลับมีกลุ่มคนที่ขาดแคลนและไม่สามารถเข้าถึงอาหารเพิ่มขึ้นทุกปีเช่นกัน มูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (Scholars of Sustenance: SOS) หรือ เอสโอเอส ประเทศไทย จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการนำส่วนหนึ่งของอาหารส่วนเกินเหล่านั้นไปส่งมอบให้กับผู้ที่ขาดแคลน ทั้งตามชุมชน สถานสงเคราะห์ เพื่อไม่ให้อาหารถูกทิ้งอย่างไร้ประโยชน์ ในทุกๆ เช้า ณ ที่ทำการของมูลนิธิเอสโอเอส เหล่า Food Rescue Ambassador หรือผู้พิทักษ์รักษ์อาหาร ที่ทำหน้าที่เก็บกู้และส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ได้รับบริจาคมาให้แก่ชุมชนต่างๆ จะคอยตระเตรียมความพร้อมในการออกไปรับอาหาร โดยทยอยนำตะกร้าพร้อมกล่องสำหรับบรรจุอาหารลำเลียงขึ้นรถเก็บความเย็นจำนวน 4 คัน

Read More

มูลนิธิ SOS กับภารกิจ กอบกู้ “อาหารส่วนเกิน” เติมเต็มความหิว

ทุกวันนี้โลกของเราผลิตอาหารที่มากพอจะเลี้ยงคนได้ถึงหมื่นล้านคน ในขณะที่ประชากรบนโลกมีเพียง 7.8 พันล้านคน แต่กระนั้นยังมีกลุ่มคนอีกกว่า 1 พันล้านคนที่ยังขาดแคลนและไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่มีประโยชน์ได้ ในขณะที่เราผลิตอาหารได้จำนวนมาก แต่ทำไมยังมีผู้คนที่ขาดแคลนและหิวโหยอยู่จำนวนไม่น้อย? “อาหารส่วนเกิน” ที่ถูกผลิตขึ้นมาเหล่านั้นถูกส่งไปที่ใด? รายงานจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยว่า ในแต่ละปีทั่วโลกมีอาหารที่ถูกทิ้งราวๆ 1.3 ล้านตัน หรือ 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นทั้งปี ที่กลายเป็น “ขยะอาหาร” ทั้งที่ยังใช้ประโยชน์ได้ ถูกนำไปทิ้งในบ่อฝังกลบ หมักหมมจนก่อให้เกิดก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อน และถ้าขยะพลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สังคมให้ความสำคัญ ขยะอาหารที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถนำอาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปส่งต่อให้กับผู้ที่ขาดแคลน เพื่อทำให้อาหารที่ผลิตออกมามีประโยชน์อย่างสูงสุด แทนที่จะกลายเป็นขยะอาหารที่สูญเปล่าและก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา “สาเหตุหลักของอาหารเหลือทิ้งหรือขยะอาหารคือการจัดการอาหารที่ไม่เป็นระบบ การซื้อกักตุนไว้เกินความจำเป็น มาตรฐานการบริโภค การคัดมาตรฐานสินค้าเกษตรที่ต้องดูดีสวยงาม ทำให้บ่อยครั้งอาหารที่ยังบริโภคได้ ผัก ผลไม้ ที่รูปร่างไม่สวยต้องถูกทิ้งเป็นขยะอย่างน่าเสียดาย ซึ่งการจะแก้ปัญหาอาหารเหลือทิ้งอย่างยั่งยืนนั้น คือการสร้างทัศนคติที่ดี ตระหนักรู้ และรับผิดชอบในการบริโภค รวมถึงสร้างระบบการจัดการอาหารเหลือที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมูลนิธิ SOS มองเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ จึงเข้ามาเป็นตัวกลางในการส่งต่ออาหารส่วนเกินเหล่านี้ไปยังผู้ที่ขาดแคลน โดยใช้ระบบโลจิสติกส์ที่เรามีความชำนาญ

Read More

“วัคซีน” ด้อยประสิทธิภาพ จุดแตกหักสังคมไทย

ความเป็นไปและสับสนว่าด้วยประสิทธิภาพของวัคซีนต้านทานและยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่จากผลของการจัดการจัดหาและจัดสรรวัคซีน CoronaVac ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Sinovac Biotech หรือที่ได้รับการเรียกขานในนาม SINOVAC มาอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย ด้วยเหตุที่รัฐไทยนำมาเป็นวัคซีนหลักในการระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ดูจะเป็นประเด็นแหลมคมที่กำลังส่งผลต่อความเชื่อมั่นศรัทธาต่อระบบการสาธารณสุขไทยอย่างหนักหน่วงและอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความพยายามที่จะระบุว่าการสาธารณสุขไทยก้าวไกลและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในช่วงก่อนหน้านี้ กระแสข่าวว่าด้วยจำนวนผู้คนที่ล้มเจ็บด้วยเหตุแห่งการติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มมากขึ้นเป็นสถิติใหม่ในแต่ละวัน ควบคู่กับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุที่โรงพยาบาลไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยหนักที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ สะท้อนภาพความล้มเหลวของการสาธารณสุขไทยที่พยายามเน้นย้ำความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์แต่ขาดความรู้ความเข้าใจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการนโยบายด้านการสาธารณสุขในฐานะที่ public health ต้องเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายสาธารณะหรือ public policy อย่างจริงจัง ความล้มเหลวในการระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กลายพันธุ์ไปอย่างหลากหลายทำให้วัคซีนเชื้อตายที่พัฒนาขึ้นจากสายพันธุ์ดั้งเดิมเมื่อครั้งที่มีการระบาดใหญ่ระลอกแรกที่มณทลอู่ฮั่นประเทศจีน เมื่อกว่า 2 ขวบปีที่ผ่านมา ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการรับมือกับการระบาดระลอกใหม่ๆ ที่กำลังกลายพันธุ์และพัฒนาความรุนแรงไปสู่สายพันธุ์ Alpha-Delta และสายพันธุ์อื่นๆ ที่กำลังติดตามมาอย่างไม่อาจเลี่ยง วัคซีนป้องกันโรค COVID-19 สองยี่ห้อหลักของจีนที่พัฒนามาจากเชื้อตายทั้ง Sinovac และ SinoPharm กำลังถูกทำให้ตกเป็นข่าวในทางลบตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น รวมกระทั่งแม้แต่พบผู้เสียชีวิตในหมู่ประชากรที่ได้รับวัคซีนของ Sinovac และ SinoPharm ครบตามจำนวนแล้วก็ตาม ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนทั้งสองยี่ห้อนี้ แม้ว่า ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า

Read More

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูง เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ประชาชนขาดสภาพคล่อง

บ่อยครั้งที่ “ผู้จัดการ 360 องศา” นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมเกินคำว่าถดถอยไปมาก ปี พ.ศ. 2564 ล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ทว่าสถานการณ์ของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่ทุเลา ขณะที่รัฐบาลไทยต้องประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง และกลับไปใช้มาตรการที่เคยนำมาใช้เมื่อช่วงเดือนเมษายนของปีก่อน หลายฝ่ายคาดหวังว่า “เจ็บแต่จบ” ครั้งนี้จะเป็นของจริงเสียที ภาคเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงพิจารณาได้จากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม หรือจีดีพี ที่ติดลบมาอย่างต่อเนื่องนับแต่ปีก่อนหน้า รวมไปถึงความสามารถในการจับจ่ายของภาคประชาชน ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับ “หนี้ครัวเรือนไทย” ดูจะทำสถิติสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปีที่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือนของปี 2563 โดยไตรมาส 1 หนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 80.1% ต่อจีดีพี ในเวลานั้น สำนักข่าวส่วนใหญ่พาดหัวไปในลักษณะเดียวกันว่า หนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ใครจะรู้ว่าสถิติในครั้งนั้นจะถูกทำลายลงในไตรมาสต่อมา ด้วยตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไตรมาส 2/2563 พุ่งสูงขึ้นอยู่ที่ 83.8% ต่อจีดีพี ไตรมาส 3/2563 อยู่ที่ 86.8% ต่อจีดีพี และไตรมาส 4/2563 แตะ 89.3%

Read More

แฟรนไชส์ไก่ห้าดาว ยิ้มร่า เราชนะ-คนละครึ่ง ยอดพุ่ง 70%

หลายธุรกิจเจอพิษโควิดกระหน่ำอย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่า ธุรกิจห้าดาว หรือ Five Star ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ยังสามารถเติบโตสวนกระแส โดยเฉพาะบรรดาแฟรนไชส์ไก่ย่างไก่ทอดที่ลงทะเบียนเข้าโครงการกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล ตั้งแต่มาตรการเราชนะ ม33 เรารักกัน คนละครึ่งเฟส 1 ยาวถึงเฟส 3 บางสาขาสับไก่แทบไม่ทัน ยอดขายพุ่งพรวดมากกว่า 50-70% ขณะเดียวกันต้องถือว่า แฟรนไชส์ห้าดาวสามารถรองรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจขนาดย่อมได้อย่างดีในสถานการณ์ที่ทุกคนมีงบจำกัด เนื่องจากใช้เงินทุนก้อนแรกไม่สูงมาก ผู้ลงทุนได้ร้าน อุปกรณ์พร้อมขาย และวัตถุดิบที่สามารถเปิดขาย 1-2 วันทันที ไม่มีการเก็บรายเดือน ไม่ต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ ที่สำคัญ จุดแข็งในแง่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ “ซีพี” สินค้าหลากหลาย และทุ่มงบการตลาดอัดโปรโมชั่นดึงดูดกลุ่มลูกค้าผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เจ้าของซุ้มห้าดาวย่านรามอินทรารายหนึ่งกล่าวกับ “ผู้จัดการ 360” ว่า เธอตกลงซื้อแฟรนไชส์ไก่ย่างห้าดาวเมื่อ 15 ปีก่อน สามารถสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าขาประจำอย่างเหนียวแน่น ยอดขายไม่ได้ลดลง เนื่องจากมีหมู่บ้านตลอดแนวถนน ขณะที่ซุ้มห้าดาวยังมีจำนวนไม่มาก

Read More