Home > Cover Story (Page 98)

จับตาฟิตเนส ธุรกิจหมื่นล้าน ในวันที่กำลังกระอักเพราะพิษโควิด

ธุรกิจฟิตเนสเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การระบาดในระลอกแรก จนถึงระลอกล่าสุดที่ดูจะหนักหนาสาหัสและอาจทำให้ผู้ประกอบการกว่าครึ่งจำต้องโบกมือลา ก่อนการอุบัติขึ้นของโรคโควิด-19 ธุรกิจฟิตเนสถือเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดและมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด อันเนื่องมาจากเทรนด์ของคนในสังคมปัจจุบันที่หันมาใส่ใจในเรื่องการรักษาสุขภาพและออกกำลังกายกันมากขึ้น ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อยต่างก้าวเข้าสู่สังเวียน เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจและช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดก้อนโต ข้อมูลย้อนหลังจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจฟิตเนสในช่วงปี 2558-2560 เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยถึง 12.40% ต่อปี ฟิตเนสรายย่อยเปิดตัวมากขึ้นและกระจายตัวอยู่ในย่านชุมชนเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการออกกำลังกายใกล้บ้าน ในขณะที่ฟิตเนสรายใหญ่ยังคงมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูล ณ ปี 2562 พบว่า มูลค่าตลาดโดยรวมของธุรกิจฟิตเนสอยู่ที่ 9,000-10,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 10%-12% ต่อปี และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องถ้าไม่ประสบกับวิกฤตโควิด-19 อย่างในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้รัฐออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการสั่งปิดสถานที่ออกกำลังกายและฟิตเนสเป็นการชั่วคราว เพราะมองว่าเป็นสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด โดยเป็นธุรกิจแรกๆ ที่ต้องปิดกิจการตามมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่กลับเป็นกลุ่มท้ายๆ ที่จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติได้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อผู้ให้บริการฟิตเนสทั้งรายใหญ่และรายย่อยอย่างถ้วนหน้า ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ฟิตเนสจำนวนไม่น้อยมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ “ศูนย์” ในขณะที่รายจ่ายยังคงเท่าเดิม ศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ฟิตเนสต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่าเช่า

Read More

อุตสาหกรรมอาหารเครื่องดื่ม ผู้อยู่รอดในยุคโควิดครองเมือง?

มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลที่มีหมุดหมายเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ขยายวงกว้างมากเกินกว่าความสามารถของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะทานไหว ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มาตรการดังกล่าวคล้ายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความต้องการอาหารมากกว่าสถานการณ์ปกติ นอกจากนี้ ยังมีตัวแปรอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการกักตุนอาหารทั้งในแง่ของผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็ก หรือประชาชน เช่น แรงงานภาคขนส่งจำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว แต่แรงงานบางส่วนยังไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีน หรือเกิดคลัสเตอร์ในกลุ่มแรงงานภาคการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ อาจทำให้ผลผลิตมีจำนวนลดลง รวมถึงระยะเวลาในการขนส่งที่อาจล่าช้ากว่าเดิม ซึ่งจะทำให้การกระจายสินค้าไปในพื้นที่ยากลำบากมากขึ้น ศูนย์วิจัยธนาคารออมสินเคยวิเคราะห์แนวโน้มภาพรวมของผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการขยายตัวของความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการที่หลายประเทศประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารจากการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปประเทศคู่ค้าหลักขยายตัว โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทานพร้อมปรุง ตลอดจนอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นาน เช่น ไก่สดแช่แข็ง ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่คาดว่ามูลค่าการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 น่าจะเติบโตดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดย 3 ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกอาหารและเครื่องดื่มไทยเติบโต คือ 1. เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว 2. การบริหารจัดการวัคซีนมีประสิทธิภาพ และ 3. การขาดแคลนแรงงานคลี่คลาย ทั้งนี้อาจมีปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่มีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ช่วงครึ่งหลังปี 2564 มูลค่าการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มของไทยน่าจะเติบโตราว 4.9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมปี 2564

Read More

ขยะพลาสติกล้นเมือง ผลพวงจากอีคอมเมิร์ซ-ฟู้ดดิลิเวอรีโต

แม้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้เศรษฐกิจในหลายประเทศต้องหยุดชะงักลง หลายอุตสาหกรรมไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเต็มกำลัง ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมากได้รับผลกระทบต้องประกาศหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่ชั่วคราวไปจนถึงถาวร ทว่า ยังมีบางธุรกิจที่สามารถดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางวิกฤตสงครามเชื้อโรค และนอกจากจะดำเนินกิจการได้ แต่ยังมีทิศทางการเติบโตแบบก้าวกระโดดสวนกระแสของสถานการณ์ปัจจุบัน นั่นคือ ธุรกิจฟู้ดดิลิเวอรี และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ปัจจัยที่เอื้อประโยชน์และส่งผลให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสองธุรกิจข้างต้น คือ เทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรุดหน้า และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ทำให้ทิศทางของตลาดในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป หากพิจารณาจากมูลค่าตลาดของธุรกิจฟู้ดดิลิเวอรีนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่ามีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี โดยปี 2557 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านบาท ปี 2558 มูลค่าตลาด 2.4 หมื่นล้านบาท ปี 2559 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท ปี 2560 มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ปี 2561 มูลค่าตลาด 3.1 หมื่นล้านบาท และในปี 2562 อยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท การขยายตัวของตลาดนี้ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นปกตินั้น เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยปัจจัยแวดล้อมของเศรษฐกิจโดยรวม หากมองในมุมของผู้ประกอบการอาจเห็นว่า เปอร์เซ็นต์ของอัตราการขยายตัวยังไม่ได้เพิ่มสูงมากนัก แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ

Read More

A&W ปูพรมบุกเซเว่นฯ ปลุก All Day Waffle สู้โควิด

ฟาสต์ฟูดยักษ์ใหญ่ A&W เร่งเดินหน้าขยายช่องทางเจาะกลุ่มลูกค้า โดยล่าสุดผุดโปรเจกต์นำร่องส่งเมนูยอดฮิต Waffle All Day กระจายเข้าร้านสะดวกซื้อ “เซเว่นอีเลฟเว่น” เพื่อเสิร์ฟอาหารถึงมือลูกค้าให้ง่ายที่สุดและเร็วที่สุด ลดผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ซึ่งมีแนวโน้มว่าศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อาจต้องขยายการบังคับใช้และปิดร้านอาหารในศูนย์การค้ายืดเยื้อต่อไป แน่นอนว่า หากเปรียบเทียบช่องทางโมเดิร์นเทรดทั้งหมด กลุ่มร้านสะดวกซื้อ หรือคอนวีเนียนสโตร์ มีเครือข่ายกว้างขวางครอบคลุมผู้คนทุกเซกเมนต์ ซึ่งเซเว่นอีเลฟเว่นภายใต้การบริหารของบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) มีสาขามากกว่า 12,000 สาขา และยังวางแผนสยายปีกยึดพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ ทำให้ A&W สามารถต่อยอดกลยุทธ์ขั้นต่อไปและมีโอกาสเติบโตมากขึ้นด้วย ที่สำคัญ ในยุคโควิดระบาดอย่างหนักและวิถี New Normal ผู้คนต่างงดการเดินทางและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ แม้ ศบค. ผ่อนผันให้ร้านอาหารในศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าสามารถให้บริการดีลิเวอรีได้ แต่ต้องเสียค่าขนส่ง ขณะที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นให้บริการดีลิเวอรีฟรี เพียงแค่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้ารวมกันมากกว่า 100 บาทเท่านั้น นางสาวหลุยส์ เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ

Read More

โควิดลามหนัก ธุรกิจพ่นฆ่าเชื้อโตพรวด 60%

ปฏิบัติการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อไวรัสกลายเป็นธุรกิจสุดฮอตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังหนักหนาสาหัสและลุกลามไปทุกสถานที่ ผู้ให้บริการหลายรายต้องปรับเพิ่มทีมงานมากขึ้น บางเจ้าลุยตลอด 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการที่พุ่งพรวดกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะช่วงไม่กี่เดือนทำรายได้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน 50-60% ที่สำคัญ จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังมีแนวโน้มทำนิวไฮ จะไม่ใช่แค่ระดับ 20,000 คนต่อวัน โดยล่าสุด รศ.ดร.นวลจันทร์ สิงห์คราญ นักวิชาการคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาวิเคราะห์ผลตามแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ พบว่า ยอดการติดเชื้อโควิด-19 ในไทยมีแนวโน้มแตะ 1 ล้านราย ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ และจะแตะ 4 ล้านรายในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม 2564 ขณะเดียวกัน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูล ว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2564 สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้กระจายไป 98 ประเทศทั่วโลก และกำลังสร้างปัญหาใหญ่แก่มวลมนุษยชาติ เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีพฤติกรรมหลายอย่างแตกต่างจากเดิม และเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมออกมาย้ำเตือนอีกครั้งถึงโควิดสายพันธุ์เดลตามีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

Read More

Home Isolation ยืดเยื้อ ดรักสโตร์-สุขภาพ พลิกเติบโต

ตลาดร้านขายยากลับมาเติบโตมากกว่าเท่าตัว เมื่อผู้คนแห่ซื้อตุนยาและอาหารเสริมป้องกันไวรัสทุกรูปแบบ ชนิดที่ดรักสโตร์หลายร้านต้องเร่งปรับกลยุทธ์รอบใหญ่ เพื่อช่วงชิงการขาย รวมถึงเตรียมพร้อมเป็นจุดกระจายชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) ตามแผนของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อีก 8.5 ล้านชุด ระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น บอร์ด สปสช. ยังมีมติเร่งจัดหายาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์เพิ่มเติมและมีแนวคิดจะดึงเครือข่ายร้านขายยาทั่วประเทศร่วมเป็นจุดส่งต่อยาในบางส่วน เพื่อแก้ปัญหาจำนวนหน่วยบริการสาธารณสุขไม่เพียงพอทำให้ผู้ป่วยโควิดจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงยาและมองสถานการณ์การแพร่ระบาดยังรุนแรงต่อเนื่องอย่างน้อยถึงสิ้นปี 2564 โดยวางแผน “ก๊อกสอง” ขอให้ร้านขายยามาช่วยทำ Home Isolation เช่น ให้คำปรึกษา ติดตามอาการ เพราะผู้ป่วยโควิดหลายรายไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก สามารถดูแลตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม หากมองกระแสธุรกิจร้านขายยาเริ่มกลับมาคึกคักมากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงอย่างหนัก หลายร้านเข้าร่วมโครงการของรัฐ ทั้งเราชนะ คนละครึ่ง ม.33 เรารักกัน ดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายอย่างดี ขณะที่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยปลดล็อกการจำหน่ายชุดตรวจ ATK มีเครือข่ายร้านขายยาขนาดใหญ่เร่งสั่งซื้อสินค้ารองรับความต้องการ แม้ราคาสูงมากเกือบ 400 บาทต่อชุด เช่น เครือข่ายร้านยากรุงเทพที่มีสาขาในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากกว่า 100 แห่ง ทั้งสาขาที่บริษัทลงทุนเองและสาขาแฟรนไชส์

Read More

Limited Education แก้ปัญหาผ่านแบรนด์ เปลี่ยนการศึกษาไทยให้เป็นของ (ไม่) ลิมิเต็ด

เสื้อยืดสีขาวที่มีตัวอักษรโย้เย้สะกดชื่อแบบผิดๆ ถูกๆ อยู่บนตัวเสื้อ หรือ ป้าย “ขนมปังเนยโสด” ที่อยู่บนกล่องขนมปังเนยสดของร้านขนมหวานชื่อดังอย่าง After You คงเคยผ่านตาของใครหลายคน แม้มุมหนึ่งอาจจะดูน่ารัก ดึงดูดความสนใจ ประหนึ่งการตลาดรูปแบบใหม่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ภายใต้ตัวอักษรเหล่านั้นกำลังสะท้อนความจริงของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทย “ความเหลื่อมล้ำ” เป็นคำที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง แต่โดยส่วนมากมักนึกถึงความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจหรือรายได้เป็นหลัก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้เป็นปัญหาที่เห็นภาพเด่นชัดในสังคมไทย ทว่าช่องว่างของรายได้และทรัพย์สินที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำด้านต่างๆ ในสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา” ที่โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ ปัญหาเรื้อรังที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ตัวอักษรโย้เย้และคำสะกดผิดที่อยู่บนเสื้อยืดสีขาวและกล่องขนมข้างต้น คือหนึ่งในความพยายามที่จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ผ่านโครงการ “Limited Education” ที่เป็นดั่งพื้นที่รวบรวมสินค้า Limited Edition จากแบรนด์ดังต่างๆ ที่เห็นความสำคัญและพร้อมที่จะเข้ามาร่วมกันเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย โดยเชื่อว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทยจะลดลงได้ เมื่อเกิดพื้นที่แห่งความร่วมมือจากทุกคน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ อุดหนุน และส่งต่อประเด็นปัญหา ผ่านสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษโดยใช้คำที่สะกดผิดจากลายมือจริงของเด็ก ที่ดูผ่านๆ หลายคนคงคิดว่าเป็นลายมือของเด็กประถม แต่แท้ที่จริงแล้วทุกตัวอักษรและทุกข้อความที่ปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์เหล่านั้น เป็นฝีมือของเด็กระดับมัธยมต้น ที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการศึกษา ขาดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ทำให้อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น “จากสถิติปี 2563 เราพบว่า

Read More

ส่งออกไทยโต อานิสงส์จากตลาดโลกฟื้น สวนทางการค้าในประเทศ

แม้การพึ่งพาตลาดต่างชาติมากเกินไปจะส่งผลเสียเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เมื่อยามที่เกิดวิกฤตเช่นปัจจุบัน ที่โลกกำลังเผชิญหน้าและต่อสู้กับสงครามไวรัส ทว่า การฟื้นตัวของตลาดโลกในหลายประเทศในเวลาอันรวดเร็วกลับส่งผลดีต่อภาคการส่งออกของไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะจีนที่เอาชนะโควิด-19 ได้ในเวลาไม่นาน และเริ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศของตัวเอง ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะสร้างแรงกระเพื่อมในระบบเศรษฐกิจของประเทศตัวเองเท่านั้น แต่ยังแผ่อานิสงส์ไปสู่ประเทศอื่นๆ ที่เป็นคู่ค้าสำคัญอีกด้วย ในเวลานี้อุตสาหกรรมที่กลายเป็นฟันเฟืองตัวสำคัญในระบบเศรษฐกิจไทยคือ ภาคการส่งออก ที่แม้ว่าจะทำงานอย่างหนักแต่เมื่อเห็นผลลัพธ์แล้วคงพอหายใจหายคอได้ เพราะยามนี้ภาคการลงทุนหรือภาคการท่องเที่ยวยังไม่สามารถสร้างรายได้แก่ไทยได้อย่างที่เคยเป็นมา และยังไม่มีคำตอบว่าเครื่องจักรสำคัญนี้จะสามารถกลับมาเดินเครื่องแบบเต็มสูบได้อีกครั้งเมื่อไหร่ แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวไทย ที่กำลังพยายามอย่างหนักและน่าจะฝากความหวังไว้ได้กับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทว่า เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ คือการไม่มีผู้ติดเชื้อในจังหวัดภูเก็ตสูงเกินกว่า 90 รายต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยแวดล้อมที่น่าเป็นกังวลว่าอาจจะส่งผลต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในจังหวัด นั่นคือการชุมนุมทางการเมือง ที่อาจสร้างความเสียหายและกระทบต่อโครงการนำร่องครั้งนี้ รายงานสรุปจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตัวเลขภาคการส่งออกในเดือนมิถุนายนขยายตัวสูงตามการค้าโลกที่ปรับเพิ่มต่อเนื่องและฐานต่ำในระยะต่อไป ส่งออกยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยมูลค่าการส่งออกเดือนมิถุนายน 2021 ขยายตัวถึง 43.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า นับเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ 11 ปี และหากหักทองคำการส่งออกจะขยายตัว 43.4% ทำให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 มูลค่าการส่งออกขยายตัวที่ 15.5% และหากไม่รวมทองคำการส่งออกจะเติบโตถึง 22.4% ด้านการส่งออกรายสินค้าพบว่าการส่งออกสินค้าสำคัญทุกประเภทมีการขยายตัว โดยสินค้าสำคัญที่ขยายตัวสูง ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ผลิตภัณฑ์ยาง

Read More

พัสดุล้น-ส่งของล่าช้า วิกฤตซ้อนวิกฤตของขนส่งไทย?

ช่วงที่ผ่านมาขนส่งไทยกำลังเผชิญปัญหาและความท้าทายอย่างหนัก ภาพกล่องพัสดุตกค้างที่ไม่สามารถส่งถึงมือผู้รับได้ภายในกำหนดถูกวางกองเต็มโกดัง บางส่วนเป็นผลไม้สดที่กำลังเน่าเสีย ได้ถูกเผยแพร่ลงบนสื่อโซเชียล เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมเสียงสะท้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับแวดวงขนส่งไทยไม่น้อย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐออกมาตรการคุมเข้มเพื่อลดการแพร่ระบาด สถานประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าถูกสั่งปิดชั่วคราว หลายธุรกิจต้องย้ายตัวเองมาอยู่บนออนไลน์ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับกระทบจากการเลิกจ้างส่วนหนึ่งต่างผันตัวเองกลายมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เพื่อประคับประคองให้รอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ในขณะที่ผู้บริโภคเองก็หันมาสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ทั้งจากมาตรการล็อกดาวน์ งดการเดินทาง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ จนการซื้อของออนไลน์กำลังกลายเป็น New Normal ของผู้คนในปัจจุบันไปแล้ว ซึ่งนั่นย่อมส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและขนส่งพัสดุเติบโตตามไปด้วย ปีที่ผ่านมาธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตแบบก้าวกระโดดและนับเป็นธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุด ข้อมูลวิจัย “เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 จาก Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า มูลค่าตลาดของอีคอมเมิร์ซพุ่งสูงถึง 9,000 ล้านดอลลาร์ หรือราวกว่า 270,000 ล้านบาท และถือเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตโควิดอย่างนี้ แต่การแพร่ระบาดล่าสุดที่ขยายเป็นวงกว้างจนมีผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึงวันละ 17,000-18,000 คนต่อวัน ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทขนส่งพัสดุด้วยเช่นกัน พนักงานขนส่งพัสดุบางส่วนติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ศูนย์รับและกระจายพัสดุมีพนักงานไม่เพียงพอ และบางสาขาถูกสั่งปิดชั่วคราว ในขณะที่จำนวนพัสดุยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดความชะงักงันของระบบขนส่ง เกิดปัญหาการคัดแยกและทำให้จัดส่งพัสดุล่าช้าตามมา พัสดุจำนวนมากตกค้างอยู่ภายในโกดังไม่สามารถจัดส่งให้ถึงมือผู้รับได้ตามกำหนด

Read More

เดอะมอลล์ดัน “กูร์เมต์เนเชอรัล” ปลุกไฮไลต์ผักสดๆ LED FARM

หลังจากเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุ่มงบปรับโฉม กูร์เมต์ มาร์เก็ต อัปเกรดความเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมและเน้นไลฟ์สไตล์สายสุขภาพ โดยเฉพาะโซนใหม่ GOURMET NATURAL ถือเป็นบิ๊กไฮไลต์ เพื่อสร้างความต่างและเกาะกระแส “ปลอดเชื้อ” ในยุคโควิดที่ผู้คนกำลังต้องการสินค้าออร์แกนิกอย่างแท้จริง ที่สำคัญ การตัดสินใจเปลี่ยนแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตจาก “โฮมเฟรชมาร์ท” เป็น “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” ถือเป็นโจทย์การก้าวผ่านจากกลุ่มลูกค้าระดับแมสสู่กลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์ตามแผนยุทธศาสตร์การปลุกปั้นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส หากย้อนดูเส้นทางธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตของเดอะมอลล์กรุ๊ป เริ่มต้นจากแบรนด์โฮมเฟรชมาร์ท เปิดสาขาแรกเมื่อปี 2526 ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ 2 รามคำแหง โดยขณะนั้นวางเป้าหมายแค่การเป็นตัวดึงคนเข้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ไม่ได้นึกถึงยอดขายหรือกำไรมากมาย ทีมผู้บริหารจึงพยายามสร้างจุดขายและภาพลักษณ์ภายใต้สโลแกน “ครบ สด สะดวก ปลอดภัย” ซึ่งประสบความสำเร็จในแง่การดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าได้อย่างดี ช่วงเวลาหลายปี โฮมเฟรชมาร์ทขยายสาขาตามเดอะมอลล์ จนกระทั่งมีการสร้างแบรนด์ใหม่ “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” รับการแตกไลน์ศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ “เอ็มโพเรียม” ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าต่างชาติและเศรษฐีคนรุ่นใหม่ ตามด้วยการเปิดศูนย์การค้าสยามพารากอนและลงทุนสร้างกูร์เมต์ มาร์เก็ต พื้นที่รวมมากกว่าหมื่นตารางเมตร กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาสของโลก เวลานั้น ผู้บริหารบริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด กล่าวอย่างมั่นใจว่า ถ้าไม่พูดถึงจำนวนสาขาเปรียบเทียบกับคู่แข่ง กูร์เมต์

Read More