Home > Cover Story (Page 100)

ลุ้นเฮือกสุดท้าย ชิงเม็ดเงิน “คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้”

ธุรกิจในครึ่งหลังปี 2564 มีแนวโน้มเจอผลกระทบสาหัสยิ่งกว่าครึ่งปีแรก โดยเฉพาะพิษสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์ใหม่ ทั้งสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) เดลตา (อินเดีย) และเบต้า (แอฟริกาใต้) แถมล่าสุด องค์การอนามัยโลกค้นพบสายพันธุ์ใหม่ “แลมบ์ดา” (Lambda) ประเทศเปรู ทำให้รัฐบาลต้องงัดมาตรการควบคุมเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างรายได้และการจับจ่าย แม้รัฐบาลทุ่มงบประมาณหลายแสนล้านอัดฉีดมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อหลายรอบ หากดูเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจลุยโครงการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน 5 มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “เราชนะ” เพิ่มวงเงินอีกคนละ 2,000 บาท โครงการ ม.33 เรารักกัน เพิ่มวงเงินให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกคนละ 2,000 บาท โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มวงเงินให้ผู้มีสิทธิ์คนละไม่เกิน 3,000 บาท ใช้จ่ายวันละไม่เกิน 150 บาทเหมือนข้อกำหนดในเฟส 1-2 โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น

Read More

สหฟาร์มผุดร้านไก่ย่างถ่าน เจาะตลาดสด ลุยดีลิเวอรี่

ในสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด “สหฟาร์ม” ยิ่งต้องเร่งหารายได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการทุกช่องทาง ทั้งส่งออกต่างประเทศและเจาะขยายกลุ่มลูกค้าในประเทศ ซึ่งถือเป็นโจทย์ยากกว่าทุกวิกฤตที่ผ่านมา โดยล่าสุดตัดสินใจแตกไลน์ธุรกิจร้านไก่ย่างเตาถ่าน เจาะทำเลตลาดสดและชุมชนขนาดใหญ่ พร้อมบริการดีลิเวอรี่ เพื่อรุกเข้าถึงตัวลูกค้ามากขึ้น ที่สำคัญ ปัญญา โชติเทวัญ ประธานกรรมการบริษัท สหฟาร์ม และบริษัทในเครือ ยังคงยืนยันจุดขายและจุดแข็ง เรื่องการผลิตสินค้าราคาประหยัดรองรับมวลชนรากหญ้า คุ้มค่าคุ้มเงิน และการเป็นอาหารฮาลาลให้กลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิม เน้นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจากไก่ ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ กลุ่มอาหารแปรรูปทุกรูปแบบ พร้อมกับการสื่อสารข้อมูลต่างๆ กับลูกค้าผ่านเพจเฟซบุ๊ก เช่น แนะนำสินค้าในเครือ ประโยชน์ของการบริโภคเนื้อไก่ สารอาหาร แคลอรีที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่อย่างเนื้อหมู แหล่งข่าวจากบริษัท สหฟาร์ม กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจปลุกปั้นแบรนด์ร้านไก่ย่างถ่าน “สหฟาร์ม” ชูจุดขายการย่างด้วยถ่านหอมกลิ่นรมควัน พร้อมๆ กับบูธจำหน่ายสินค้าในเครือเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาย่อยๆ ในทำเลตลาดสดรอบนอกกรุงเทพฯ เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปจับจ่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาสำนักงานใหญ่ย่านถนนนวมินทร์ และเน้นจัดโปรโมชั่นตัดราคาสินค้ายอดนิยม เพื่อสร้างการรับรู้กับผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ปัจจุบันร้านไก่ย่างถ่านมีทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ สาขาตลาดมารวย หทัยราษฎร์ สาขาตลาดบ้านฟ้าเลอมาเช่ คลอง 6 สาขาตลาดชัชวาล คลอง 7

Read More

CLMV ได้รับอานิสงส์ที่แตกต่าง หลังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) อย่างหนักในปี 2020 ไม่แตกต่างจากที่ไทยได้รับ แต่ในปี 2021 ขณะที่ไทยยังคงเผชิญหน้ากับการขยายวงการแพร่ระบาดและจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทว่า กลุ่มประเทศ CLMV กลับมีผู้ติดเชื้อลดจำนวนลง โดยล่าสุดข้อมูลวันที่ 29 มิถุนายน 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเมียนมา 1,225 ราย กัมพูชา 883 ราย เวียดนาม 398 ราย และ สปป. ลาว 0 ราย นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าประเทศในกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มการเติบโตหรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราที่สูงขึ้น ศูนย์วิจัยกรุงศรีระบุว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ (CLMVIP) ได้รับผลกระทบอย่างหนักในปี 2020 อย่างไรก็ดี ในปี 2021 หลายประเทศในกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโตในอัตราสูงราวร้อยละ

Read More

“ปิดแคมป์-ล็อกดาวน์” ผลกระทบที่เกินจินตนาการ

การประกาศมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง โดยให้ปิดสถานที่ก่อสร้างและปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงานทั้งที่อยู่ภายนอกและภายในสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งให้หยุดงานก่อสร้าง ห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน ดูจะกลายเป็นมาตรการที่ส่งผลเป็นแรงสั่นสะเทือนสู่สังคมวงกว้าง มากกว่ามาตรการของรัฐที่เคยมีออกมาก่อนหน้าไม่น้อยเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนวกกับการสั่งล็อกดาวน์ พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณทลที่ออกมาควบคู่กัน การสั่งล็อกดาวน์แบบไม่ล็อกดาวน์ตามมาตรฐานของกลไกรัฐไทยในการบริการจัดการกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ล่าสุดอยู่ที่การกำหนดมาตรการควบคุมโรคเฉพาะสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยการสั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านให้ซื้อกลับบ้านได้เท่านั้น รวมถึงการให้ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าให้ปิดบริการในเวลา 21.00 น. ขณะที่โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม เปิดดำเนินการได้ตามปกติ แต่ห้ามจัดประชุม สัมมนาหรือจัดเลี้ยง และห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันเกินกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ กำลังส่งผลกระทบด้านลบต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในสังคมไทยให้ทรุดต่ำหนักลงไปอีก เนื่องเพราะการสั่ง “ปิดแคมป์และล็อกดาวน์” รอบใหม่ นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มแรงงานก่อสร้างที่ต้องหยุดงานและห้ามเดินทางเคลื่อนย้ายแล้ว มาตรการดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยกลุ่มอื่นๆ ไม่น้อยเลย และกำลังส่งผลต่อชีวิตและประชาชนในวงกว้าง โดยมีการประเมินว่า การสั่ง “ปิดแคมป์และล็อกดาวน์” ครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลกระทบต่อแรงงานไทยรวมไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีแรงงานรวมมากถึง 1.2 ล้านคนที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบในฐานะที่เป็นผู้เสมือนว่างงานหรือมีชั่วโมงการทำงานรวมน้อยกว่า 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์อีกด้วย ข้อมูลตลาดแรงงานไทย

Read More

การส่งออกไทยกระเตื้อง สัญญาณดีหรือภาพลวงตา

สัญญาณว่าด้วยการส่งออกของไทยที่มีแนวโน้มจะกระเตื้องขึ้น หลังจากที่ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 41.59 ซึ่งนับเป็นการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 11 ปี โดยมีมูลค่ารวม 23,057 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภาพรวมการส่งออกไทย 5 เดือนระหว่างมกราคมถึงพฤษภาคม 2564 การส่งออกมีมูลค่า 108,635 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.78 ซึ่งกลไกรัฐพยายามระบุว่าเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญที่เริ่มกระเตื้องขึ้น และทำให้การคาดการณ์การขยายตัวด้านการส่งออกทั้งปีถูกขยับตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 4 ข้อมูลที่น่าสนใจจากการขยายตัวเป็นประวัติการณ์ดังกล่าวในอีกด้านหนึ่ง พบว่าการนำเข้าของไทย มีมูลค่ารวม 107,141 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.52 ซึ่งทำให้ดุลการค้า 5 เดือนแรกของไทย เกินดุล 1,494 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการส่งออกไทยที่ขยายตัวดังกล่าวนี้ได้รับการตอกย้ำว่าเป็นไปตามแผนการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง บวกกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญมีแนวโน้มฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน ประเด็นที่น่าสนใจประการหนึ่งอยู่ที่สินค้าที่มีการขยายตัวดี เป็นสินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหาร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการ Work from Home และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งขยายตัวเกือบทุกหมวดสินค้า สินค้าเกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด โดยเฉพาะเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ รวมถึงถุงมือยาง สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของภาคการผลิต และสินค้าคงทนหรือสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูง

Read More

ศึกพิซซ่าพลิกโฉม รายย่อยแห่เปิดตัว อร่อย ถูก ส่งฟรี

ตลาดพิซซ่ามูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท พลิกโฉมครั้งใหญ่ เมื่อแบรนด์ไทย แบรนด์ท้องถิ่น แห่เปิดตัว และขยายสาขาเจาะชุมชน เน้นราคาประหยัด เครื่องแน่น ๆ แถมส่งฟรี หรืออาจบวกเพิ่มเพียง 20-30 บาทเท่านั้น ที่สำคัญ ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อทำให้ผู้คนจำนวนมากตกงานและดิ้นรนหารายได้เสริม ซึ่ง “พิซซ่า” ถือเป็นอีกเมนูอาหารเต็งหนึ่งที่สามารถสร้างอาชีพ โดยมีแบรนด์ท้องถิ่นเกิดขึ้นใหม่หลายสิบแบรนด์และแบรนด์เหล่านี้ต่างรุกคืบขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง แนวรบตลาดในยุคโควิดจึงไม่ใช่มีเพียงแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่างพิซซ่าฮัท เดอะพิซซ่า โดมิโน่พิซซ่า และพิซซ่าคาเฟ่ของค่ายเซเว่นอีเลฟเว่นที่กระโดดเข้าสู่สมรภูมิเมื่อปลายปี 2563 แม่ค้าร้านพิซซ่ารายหนึ่งย่านสมุทรปราการกล่าวกับ “ผู้จัดการ 360” ว่า เธอตัดสินใจเปิดกิจการร้านพิซซ่าเมื่อ 2 ปีก่อน เริ่มจากการทำอบกินเองในบ้าน เพราะตัวเองและทุกคนในครอบครัวชอบรับประทาน ซึ่งทุกคนรวมถึงเพื่อนบ้านที่ได้ชิมต่างยืนยันถึงความอร่อยและวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เธอจึงเริ่มทดลองขายแบบไม่มีหน้าร้านและส่งขายในหมู่บ้านก่อน จนคนรอบข้างและเพื่อนๆ ที่เคยสั่งรับประทานติดใจรสชาติ เกิดความสนใจอยากเอาสูตรไปทดลองขายในช่วงสถานการณ์โควิดที่กำลังขาดรายได้ ตกงาน โดยเธอสอนวิธีการทำพิซซ่า สูตรหน้าต่าง ๆ แบบฟรี ๆ ไม่เก็บค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือเพื่อน ๆ ที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจากปัญหาโควิด ปัจจุบันแบรนด์พิซซ่าของเธอสามารถขยายร้านได้ถึง 15

Read More

ตลาดสดยังอ่วมโควิด แม่ค้าออนไลน์จับมือสู้แอปดีลิเวอรี่

แม้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ยอมผ่อนคลายให้ร้านอาหารเปิดให้นั่งรับประทานได้ถึงเวลา 23.00 น. แต่ตัวเลขการแพร่ระบาดที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและยอดผู้เสียชีวิตทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เลือกใช้บริการดีลิเวอรี่ เหล่าแม่ค้าออนไลน์จึงต้องพลิกกลยุทธ์อีกครั้ง โดยเฉพาะการแก้เกมแอปขนส่งที่เรียกเก็บค่าคอมหรือ “GP” สูงกว่า 30% ขณะเดียวกันตลาดสดหลายแห่งยังถือเป็นคลัสเตอร์เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด อย่างในกรุงเทพฯ มีการสั่งปิดตลาดขนาดใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน ตลาดกลางดินแดง ตลาดบางกะปิ ตลาดคลองเตย ตลาดสามย่าน ตลาดสดหนองจอก ตลาดสายเนตร ตลาดศาลาน้ำร้อน ตลาดลำนกแขวก นอกจากนั้น จากการเฝ้าระวังตรวจเชิงรุกตลาดค้าส่งหลายแห่งช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จำนวน 379 แห่ง มีตลาด 289 แห่ง ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 76 และไม่ผ่านเกณฑ์ 90 แห่ง หรือร้อยละ 24 แต่มีตลาดสดขนาดเล็กอีกจำนวนมากในชุมชนต่างๆ ซึ่งจัดพื้นที่ค้าขายเฉพาะช่วงเวลา เช่น เช้า หรือเย็น และเกือบทั้งหมดมีมาตรการควบคุมน้อยมาก อย่างน้อย 2-3 แห่งต่อเขต รวมแล้วมากกว่า

Read More

กลยุทธ์ “บาร์บีกอน” ล้มให้ไว ลุกให้เร็ว แก้เกมโควิด

“ล้มให้ไว ลุกให้เร็ว คือประโยคล่าสุดที่สร้าง Passion ในการเดินหน้าต่อช่วงโควิด-19…” บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายสร้างโอกาสทางการตลาด กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท ฟู้ดแพชชั่น ยักษ์ใหญ่เครือข่ายร้านอาหารสไตล์ปิ้งย่าง “บาร์บีคิวพลาซ่า” กล่าวกับสื่อถึง Passion ที่ช่วยผลักดันธุรกิจร้านอาหารเดินหน้าต่อไป ล้มได้แต่ต้องลุกขึ้นเร็ว และเปลี่ยนแปลงเพื่อแข็งแกร่งกว่าเดิม แม้เจอผลกระทบหนักหน่วงจากสถานการณ์โควิด-19 ยาวนานเกือบ 2 ปีแล้ว โดยเฉพาะแผนกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ ใส่สีสันสร้างความฮือฮาและกระตุ้นกลุ่มลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า ไม่มีใครลืมกิมมิกเด็ดๆ ของบาร์บีคิวพลาซ่า ที่งัดไอเดียให้เจ้าบาร์บีกอนมานั่งเป็นเพื่อนในวันแรกของการเปิดให้บริการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิดและต้องเว้นระยะห่าง 1 โต๊ะ 1 คน ปลุกกระแส Talk of The Town ในสังคมโซเชียล พร้อม #บาร์บีกอนจะเยียวยาทุกสิ่ง เล่นเอาผู้คนแห่เข้าร้านและจองซื้อเจ้าบาร์บีกอนล็อตใหญ่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ยังคงส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารรุนแรง ซึ่งฟู้ดแพชชั่นประเมินยอดลูกค้าเข้าใช้บริการร้านในเครือช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ทั้งร้านบาร์บีคิวพลาซ่า จุ่มแซบฮัท ฌานา โภชา เรดซัน

Read More

เศรษฐกิจไทยยังไปไม่รอด รอปี 2566 ค่อยฟื้นตัวอีกครั้ง

ขณะที่การจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ยังดำเนินไปท่ามกลางความสับสนอลหม่านที่ติดตามมาด้วยการเลื่อนนัดหมายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในวงกว้าง ภารกิจอีกด้านหนึ่งว่าด้วยการกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเพื่อให้กลไกทางเศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ก็ดูจะยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กลไกรัฐมุ่งประสงค์ได้ และมีแนวโน้มจะทรุดต่ำลงไปเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง การปรับลดประมาณการและการคาดการณ์ถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยของหลายสำนักในช่วงที่ผ่านมา ได้สะท้อนข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่อย่างไม่อาจเลี่ยง แม้ว่ากลไกรัฐจะพยายามโหมประโคมประชาสัมพันธ์ถึงมาตรการและผลงานความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา หากแต่ดูเหมือนว่ามาตรการที่รัฐมีออกมาจะเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือมาตรการบรรเทาเหตุเบื้องต้น ที่ขาดจินตภาพและวิสัยทัศน์ในการกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง ประเด็นที่น่าสนใจประการหนึ่งอยู่ที่รัฐบาลได้พยายามนำเสนอแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติภายใต้กรอบระยะเวลา 20 ปีระหว่างปี 2561-2580 หากแต่แผนดังกล่าวดูจะไม่ช่วยผลักดันการพัฒนาให้ประเทศหรือสังคมไทยดำเนินก้าวไปสู่ความจำเริญข้างหน้ามากนัก และมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคมของไทยให้ต้องชะงักงันหรือแม้แต่ถอยหลังด้วยความเฉื่อยช้าลงไปอีก ความด้อยประสิทธิภาพและความล้มเหลวบกพร่องของแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ดังกล่าวในด้านหนึ่งเห็นได้ชัดจากกรณีของการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤตที่เผชิญอยู่เบื้องหน้าว่าด้วยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะประเด็นว่าด้วยความปลอดภัยและสวัสดิการของประชาชนในมิติด้านการสาธารณสุขเท่านั้น หากยังส่งผลต่อการดำรงชีวิตในเชิงเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคมที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ดูจะเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความล้าหลังไม่ทันต่อสถานการณ์ของแผนยุทธศาสตร์ฉบับดังกล่าว ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีสถานะคู่ควรต่อการเรียกว่าเป็นแผนยุทธศาสตร์ของชาติเสียด้วยซ้ำ เพราะขาดการประเมินผลและปัจจัยแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอยู่ตลอดเวลาในยุคสมัยปัจจุบัน ข้อมูลที่น่าสนใจประการหนึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่าทิศทางเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2564 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้รับผลจากการระบาดของ COVID-19 ในประเทศ ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันยังคงเพิ่มขึ้นสูง ในขณะที่ภาครัฐยังใช้มาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของCOVID-19 ในประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ระลอก 3 ที่มีความรุนแรง รวมถึงการกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่ดำเนินไปอย่างไร้ความแน่นอนชัดเจน ทำให้ความคาดหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นจากการจ่อมจมอยู่ในปลักแห่งความซบเซามาอย่างยาวนาน มีแนวโน้มที่จะทอดยาวต่อเนื่องออกไปอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1.5-2 ปีนับจากนี้ หรือหากกล่าวอีกนัยหนึ่งคือต้องรอไปจนถึงไตรมาสที่ 1 ของปี 2566 เลยทีเดียว การประเมินดังกล่าวดูจะไม่เกินเลยไปนัก เมื่อผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

Read More

ขนส่งสินค้าทางเรือวุ่นหนัก วิกฤตตู้ขาดแคลนดันค่าระวางขยับตัวสูง

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนานมามากกว่าหนึ่งปีครึ่ง กำลังเป็นปัจจัยกดทับให้ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางเรือเผชิญกับความโกลาหลครั้งใหม่ หลังจากที่การหมุนเวียนของตู้คอนเทนเนอร์เปล่าอยู่ในภาวะขาดแคลน ท่ามกลางความต้องการของผู้ผลิตสินค้าที่หวังจะส่งออกสินค้าไปยังตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น จนทำให้ค่าขนส่งสินค้าทางเรือในหลายเส้นทางปรับตัวสูงขึ้น และทำสถิติใหม่ในรอบปีไปโดยปริยาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกรวมถึงผู้ผลิตสินค้าอย่างมาก ผู้ส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยดังกล่าว หลังจากที่ราคาค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือหลายเส้นทางได้ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี โดยสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนในหลายท่าเรือที่มีการสัญจรหนาแน่น ซึ่งผลกระทบดังกล่าวยังลามไปถึงห่วงโซ่การผลิตในหลายประเทศ และอาจกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกได้ ก่อนหน้านี้ การสำรวจภาพรวมของค่าส่งสินค้าทางเรือในช่วงที่ผ่านมา พบว่าราคาของค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุต ในเส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้ของจีนถึงรอตเตอร์ดัมในยุโรป ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่อยู่ที่ 8,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตู้ จากราคาปกติซึ่งอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-ลอสแองเจลิส ได้ทำราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน โดยปรับตัวไปอยู่ที่ประมาณ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาปกติอยู่ที่เพียงไม่เกิน 2,700 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หากแต่สถานการณ์ล่าสุดดูจะหนักหน่วงขึ้นไปอีก เมื่อราคาค่าขนส่งของตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตจากเซี่ยงไฮ้ไปยังรอตเตอร์ดัมปรับตัวมีราคาสูงถึง 10,522 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตู้ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 547 โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Drewry Shipping ซึ่งเป็นบริษัทด้านการวิจัยข้อมูลทางทะเลระดับโลก

Read More