Home > Cover Story (Page 9)

ข้อเรียกร้องจากภาคอสังหาฯ ถึงรัฐบาลชุดใหม่

ปี 2568 เป็นปีแห่งความท้าทายของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากปัจจัยภายในประเทศที่ดูจะเป็นสาเหตุหลัก ภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงมาจากหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ซึ่งสูงถึง 90% ของ GDP ขณะที่สถาบันการเงินยังคงปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ประชาชนที่ต้องการมีบ้านกู้ได้ยากขึ้น มูลเหตุเหล่านี้ส่งผลให้ยอดการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ แนวสูง มือหนึ่งในปี 2568 ลดลงอย่างมาก ข้อมูลจาก บมจ. ศุภาลัย ระบุว่าประมาณ 5 หมื่นยูนิต ในขณะที่ปี 2566 มียอดซื้อที่อยู่ใหม่มากกว่า 8 หมื่นยูนิต ปี 2567 ใกล้เคียง 6 หมื่นยูนิต หากมองในมิติของผลที่จะส่งถึงตัวเลข GDP นับว่ามีผลค่อนข้างมาก เพราะภาคอสังหาฯ มีมูลค่าประมาณ 10% ของ GDP ไทย การหดตัวของภาคอสังหาฯ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคก่อสร้าง แรงงาน ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจซื้อขายที่ดิน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า

Read More

ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่ กับบทบาทเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank

ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings) ครั้งแรกในปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการประชุมในครั้งนั้น ผ่านมา 35 ปี ประเทศไทยมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอีกครั้ง ภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings) จัดขึ้นทุกปีในเดือนตุลาคม โดยจะหมุนเวียนสถานที่จัดงานระหว่างสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา จัดต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี และหมุนเวียนไปยังประเทศสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพทุก 3 ปี เพื่อสะท้อนถึงความหลากหลายในแต่ละภูมิภาคและความร่วมมือระดับสากล ถือเป็นเวทีหารือระดับนานาชาติที่สำคัญ

Read More

จับตาสมรภูมิเครื่องใช้ไฟฟ้า เบอร์ใหญ่งัดกลยุทธ์ชิงเจ้าตลาด

สงครามเครื่องใช้ไฟฟ้าปี 2569 เริ่มต้นระอุอีกครั้ง เมื่อแต่ละแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์ขึ้นมาเพื่อช่วงชิงตลาด ทั้งโตชิบาที่ตั้งเป้าโตแรงและขึ้นเป็นเบอร์ 1 ทั้งในไทยและระดับอาเซียนด้วยพอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้านไมเดียยักษ์ใหญ่จากจีนก็เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ เจาะกลุ่มคนเมืองด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทโฮมพร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนใหม่ ในขณะที่แอลจีตอบโต้ด้วยกลยุทธ์ด้าน AI และเสริมแกร่งด้วยการบุกตลาด B2B โดยภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของประเทศไทยปี 2568 (เดือนมกราคม-พฤศจิกายน) ซึ่งรวมสินค้ากลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดเล็ก (ไม่รวมทีวี) มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ประมาณ 7.1%  โดยมีผลกระทบส่วนใหญ่จากยอดจำหน่ายของเครื่องปรับอากาศซึ่งไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากจากสภาพอากาศไม่ร้อนนานเท่าที่ควร ทำให้ความต้องการของผู้บริโภคลดลง สำหรับปี 2569 แต่ละแบรนด์จึงต่างงัดกลยุทธ์ขึ้นมาสู้ศึก เพื่อรักษาอัตราการเติบโตในสภาวะกำลังซื้ออ่อนตัว และเพื่อชิงความเป็นเจ้าตลาด โตชิบาสู้ด้วยไลน์อัปของผลิตภัณฑ์ ตั้งเป้าเก็บทุกหย่อมหญ้า ประเดิมกันที่ ‘โตชิบา’ ที่มีสโลแกนติดหูอย่าง “โตชิบานำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” และมีคำว่า ‘Japan Quality’ เป็นตัวการันตีคุณภาพ ในปีที่ผ่านมาแม้ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายแต่โตชิบากลับโตแบบสวนกระแส โดยได้มือดีอย่าง ‘เสาวณีย์ สิราริยกุล’ มาเสริมทัพ “ต้องยอมรับว่าปีที่ผ่านมา เราเจอความท้าทายอย่างมากทั้งเรื่องของตลาด ดีมานด์

Read More

ถอดรหัสกลยุทธ์ Disrupt Marketing ของเบอร์เกอร์คิง

ยุคที่ไวรัลคือความสำเร็จในโลกออนไลน์ที่แบรนด์ต่างๆ มองว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจในแง่ของยอดขายและกระแสการตลาด เบอร์เกอร์คิง คือนักปั่นของสายฟาสต์ฟูดไทย และใช้กลยุทธ์ Disruptive Marketing Disruptive ถ้าแปลแบบตรงตัว คำนี้หมายความว่า การก่อกวน การทำลาย แต่หาก Disruptive Marketing กลายเป็นกลยุทธ์ที่สวนทางกับแนวคิดการโฆษณา การตลาดแบบดั้งเดิม แต่เป็นการสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดใจจากความแปลก สวนกระแส แต่เป็นไปในเชิงบวกต่อแบรนด์ กลยุทธ์ในลักษณะนี้มาจากการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิด Disruptive Marketing มีรากฐานมาจากแนวคิด Disruptive Innovation คือ กระบวนการที่บริษัทขนาดเล็กที่มีทรัพยากรไม่มากจะสามารถท้าทายกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ด้วยการบริหารจัดการทางธุรกิจที่แปลกใหม่ และยังเป็นการปฏิวัติการตลาดรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง และกลยุทธ์ล่าสุดที่เบอร์เกอร์คิงใช้ คือ Disruptive Marketing น่าสนใจตรงที่ว่า นอกจากจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือแฟนคลับของเบอร์เกอร์คิงได้โดยตรงแล้ว ความแสบที่สามารถแซวและขิงคู่แข่งในตลาดสร้างความน่าหยิกให้กับแบรนด์ไม่น้อย ด้วยแคมเปญ The Real Burger ที่หากมองในแง่มุมของการโฆษณาและการตลาดแล้ว นี่เป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย เนื้อหาของวิดีโอโฆษณาที่เล่าเรื่องของเพื่อนคู่หนึ่งที่กำลังนั่งกินเบอร์เกอร์อยู่ข้างกัน แต่จู่ๆ ฝ่ายหนึ่งกลับจับโป๊ะได้ว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆ คือตัวปลอม เพียงเพราะเบอร์เกอร์ที่เพื่อนกินอยู่นั้นหน้าตาดูไม่น่ารับประทาน ซึ่งผิดวิสัยแฟนพันธุ์แท้เบอร์เกอร์คิง ที่รู้ดีว่าเบอร์เกอร์ของจริงต้องมีขนมปังอบร้อนนุ่มฟูและเนื้อคุณภาพดีที่ย่างด้วยไฟจนหอมกรุ่น ก่อนที่เรื่องราวจะเฉลยอย่างแสบสันว่าคนที่นั่งอยู่นั้นคือแบรนด์คู่แข่งที่ปลอมตัวมา นี่เป็นกลยุทธ์

Read More

ประวิทย์ ศรีแสงนาม ฉายภาพสมรภูมิขนมสุขภาพ

ตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากจำนวนผู้ประกอบการที่มากขึ้น แต่ขนมขบเคี้ยวยังคงเป็นสินค้าที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยน่าจะอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท เติบโตประมาณ 1.5% จากปีก่อนหน้า และตลาดนี้ยังมีผู้เล่นมากกว่า 298 ราย ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่านี่เป็นตลาดที่เปิดกว้างแต่การแข่งขันสูง ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงดึงดูดในอุตสาหกรรมนี้คือ กำไรขั้นต้นซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 20-35% จากการใช้วัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีต้นทุนไม่สูง แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปได้ดี ส่งผลให้ตลาดยังคงดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้เข้ามาตลาดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคสะท้อนว่าขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเพียงของรับประทานเล่นอีกต่อไป โดยการบริโภคแบ่งออกเป็นช่วง We Time คิดเป็น 54% และ Me Time คิดเป็น 46% ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขนมขบเคี้ยวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ทั้งในมิติของการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นและการดูแลตัวเอง จากข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวเชิงสุขภาพในไทยกำลังขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่มเข้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น และจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาขนมที่อิงกับความเฮลตี้เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ ความสมดุลของชีวิต และประสบการณ์การบริโภค ส่งผลให้การแข่งขันเปลี่ยนจากการเน้นรสชาติและราคาไปสู่การสร้างคุณค่าไลฟ์สไตล์ และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ขนมเพื่อสุขภาพจึงก้าวจาก “เทรนด์” ไปสู่ “มาตรฐานใหม่” ของตลาดขนมกินเล่นไทย

Read More

นพ. วีรพล เขมะรังสรรค์ เร่งเครื่อง MEDEZE จากธนาคารสเต็มเซลล์สู่ Health Economy

เศรษฐกิจสุขภาพของไทย (Health Economy) กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาด Wellness และบริการเชิงป้องกันที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี อันสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น นั่นทำให้ ‘เมดีซ กรุ๊ป’ ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจด้าน Health Economy ยกระดับจากการเป็นผู้ให้บริการ Biobank สู่การเป็นผู้เล่น Biopharma อย่างเต็มรูปแบบ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 ในชื่อบริษัท กรุงเทพสเต็มเซลล์ จำกัด โดยกลุ่มแพทย์ผู้มีประสบการณ์อย่าง นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์, รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย และ นพ.จำรัส สกุลไพศาล ในฐานะผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) รวมถึงธุรกิจเซลล์รากผม (Hair Follicle Cell

Read More

Exclusive Talk “เอลี มาลูฟ” CEO แห่ง IHG เมื่อประเทศไทยคือดินแดนแห่งโอกาส

IHG Hotels & Resorts (IHG) หรือ InterContinental Hotels Group ถือเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจโรงแรมระดับโลก ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 200 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่วินด์เซอร์ เบิร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 IHG ดำเนินกิจการโรงแรมมากกว่า 6,800 แห่งใน 100 ประเทศทั่วโลก โดย 55% อยู่ในอเมริกาตั้งแต่แคนาดา สหรัฐอเมริกา จนถึงลาตินอเมริกา อีก 15% อยู่ในประเทศจีน และที่เหลืออยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย มีพนักงานประมาณ 375,000 คน โดยมีแบรนด์โรงแรมในเครือกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Luxury & Lifestyle ได้แก่ Six Senses, Regent Hotels

Read More

แนวคิด “บ้านชาวไทย” ตอบโจทย์สังคมของเจ้าสัวคีรี

ปี 2568 ที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในช่วงภาวะซบเซา กำลังการดูดซับซัปพลายอ่อนแรง จากผลพวงของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อหรือลงทุนในที่อยู่อาศัย ประกอบกับสถาบันการเงินมีมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เลือกที่จะเปิดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่ผู้บริโภคในระดับกลางถึงล่างกลับเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลนี้เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ จึงตัดสินใจเปิดโครงการ “บ้านชาวไทย” ที่มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน หรือกลุ่มคนที่ถูกระบบการเงินทิ้ง (Gig Worker) แม้ว่า คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด จะมีภาพจำที่คนส่วนใหญ่มองเห็นคือ ดูแลธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะขนส่งระบบราง แต่วันนี้ คีรี มีแนวคิดที่จะเปิดโครงการอสังหาฯ ที่สร้าง Talk of the Town ด้วยโครงการบ้านชาวไทย คีรีเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งบิดาของคีรี คือ มงคล กาญจนพาสน์ เคยเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงอย่างมากเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และปัจจุบันครอบครัวกาญจนพาสน์ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ อยู่ ทั้งการร่วมลงทุนกับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ นักพัฒนาที่ดิน และด้วยเหตุผลที่อยากให้คนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่เงื่อนไขหลายด้านทำให้ความต้องการนั้นเป็นเรื่องยาก

Read More

NIA หนุนนวัตกรรมข้าวไทย เพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจ

ชะตากรรมของข้าวไทยและชาวนายังคงน่าเป็นห่วง ทั้งตลาดที่ถูกคู่แข่งแซงหน้าและเบียดแย่งอันดับ 1 และอันดับ 2 ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 3 ของการส่งออก ขณะที่ราคาข้าวไทยสูงกว่าราคาตลาดทำให้แข่งขันยากขึ้น ครั้งหนึ่งไทยเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวไปสู่ตลาดโลกเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในด้านคุณภาพของข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิเป็นที่ต้องการของตลาด แต่การขาดการพัฒนาสายพันธุ์ ต้นทุนในการเพาะปลูกข้าวต่อไร่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงโครงสร้างระบบชลประทานที่ยังไม่ดีพอ ปัจจัยลบหลายด้านส่งผลให้ไทยไม่สามารถยืนระยะในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้อีก ในขณะที่เวียดนามมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถพัฒนาข้าวให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เคยบริโภคข้าวไทยได้ เช่น ฟิลิปปินส์ ด้านอินเดียสร้างข้อได้เปรียบของตลาดข้าวในเรื่องราคาที่ถูกกว่า และยังสามารถเพาะปลูกข้าวได้ในปริมาณมาก ปัญหาเรื่องข้าวไทยจึงกลายเป็นปัญหาที่ทั้งภาครัฐและประชาชนพยายามเร่งหาทางแก้ไข เมื่อปีที่ผ่านมา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบาย “ข้าวประณีต” เพื่อให้ข้าวของไทยสามารถเจาะตลาดพรีเมียมทางเลือกได้ ทั้งในลักษณะของข้าวพื้นถิ่นคุณภาพดี และผลิตภัณฑ์แปรรูป ในแต่ละปีไทยผลิตข้าวได้มากกว่า 20 ล้านตัน และพึ่งพาการส่งออกมากกว่าครึ่ง แต่ผลผลิตต่อไร่ยังตามหลังคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่ได้เฉลี่ย 1,200 กก./ไร่ ขณะที่ข้าวไทยอยู่ที่ 600-700 กก./ไร่ กระทรวงพาณิชย์จึงมีแนวคิดที่จะขับเคลื่อนข้าวไทยให้มุ่งไปสู่ตลาดเฉพาะทางมากขึ้น ใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายที่มีมากกว่า 5,000 สายพันธุ์ และเริ่มต้นส่งเสริม 200 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบในเฟสแรก นอกจากนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ

Read More

PASAYA พลิกโฉมโรงงานสิ่งทอ ถักทอพลังงานสะอาด เร่ง Zero Emission Factory

อย่างที่ทราบกันดีว่าวิกฤตโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในทุกขณะ จากข้อมูลของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) และ UN Environment Programmed (UNEP) ระบุว่า โลกอยู่ในช่วง The Critical Decade และสิ่งที่ต้องทำคือเร่งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้เกือบครึ่งหนึ่ง ก่อนที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงจนถึงระดับวิกฤตที่จะส่งผลให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและกระทบต่อความอยู่รอดของทุกชีวิตอย่างที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ซึ่งเหลือเวลาดำเนินการจริงอีกไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นความเคลื่อนไหวของหลายๆ ฝ่าย ที่ต่างเดินหน้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนฯ เพื่อร่วมกันแก้วิกฤตโลกร้อนออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง ‘PASAYA’ แบรนด์สิ่งทอของไทย ที่ล่าสุดออกมาประกาศยกระดับพันธกิจรักษ์โลก หรือ ‘Mission for the World’ ด้วยการทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท พลิกโฉมโรงงาน PASAYA จังหวัดราชบุรี สู่การเป็น Zero Emission Factory โรงงานที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2573 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ถึง 5 ปี

Read More