วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > แนวคิด “บ้านชาวไทย” ตอบโจทย์สังคมของเจ้าสัวคีรี

แนวคิด “บ้านชาวไทย” ตอบโจทย์สังคมของเจ้าสัวคีรี

ปี 2568 ที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในช่วงภาวะซบเซา กำลังการดูดซับซัปพลายอ่อนแรง จากผลพวงของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อหรือลงทุนในที่อยู่อาศัย ประกอบกับสถาบันการเงินมีมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เลือกที่จะเปิดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและยังมีกำลังซื้ออยู่

แต่ผู้บริโภคในระดับกลางถึงล่างกลับเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลนี้เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ จึงตัดสินใจเปิดโครงการ “บ้านชาวไทย” ที่มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน หรือกลุ่มคนที่ถูกระบบการเงินทิ้ง (Gig Worker)

แม้ว่า คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด จะมีภาพจำที่คนส่วนใหญ่มองเห็นคือ ดูแลธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะขนส่งระบบราง แต่วันนี้ คีรี มีแนวคิดที่จะเปิดโครงการอสังหาฯ ที่สร้าง Talk of the Town ด้วยโครงการบ้านชาวไทย

คีรีเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งบิดาของคีรี คือ มงคล กาญจนพาสน์ เคยเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงอย่างมากเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และปัจจุบันครอบครัวกาญจนพาสน์ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ อยู่ ทั้งการร่วมลงทุนกับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ นักพัฒนาที่ดิน

และด้วยเหตุผลที่อยากให้คนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่เงื่อนไขหลายด้านทำให้ความต้องการนั้นเป็นเรื่องยาก เจ้าสัวคีรีจึงตัดสินใจที่จะหันมาเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ เพื่อตอบโจทย์คนกลุ่มนี้

“ในใจลึกๆ ไม่อยากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการพัฒนาที่ดิน แต่มานั่งคิดว่ามีคนกลุ่มใหญ่ที่อยากได้ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความสามารถด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะคนที่อยากได้ที่อยู่อาศัยในทำเลที่สะดวกสบาย เข้าอยู่ได้จริง ในราคาที่จับต้องได้ จึงถามตัวเองว่าจะทำยังไงให้คนกลุ่มนี้มีโอกาส ความรู้สึกนี้ทำให้นึกย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้วที่ตัดสินใจลองแก้ปัญหาการจราจรด้วยระบบขนส่งทางราง ตอนนั้นหลายคนบอกว่ามันยาก แต่มันก็เกิดขึ้นได้จริง จนประสบความสำเร็จ

“เป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่คือที่พักอาศัยที่จะเข้ามาสนับสนุนคุณภาพชีวิต เพื่อการอยู่อาศัยให้กับทุกๆ คน และมั่นใจว่าโครงการนี้ทำได้จริง และจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะคนที่อยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองแต่ยังขาดโอกาส ในมุมมองของเราแนวคิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยในลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยทั้งความกล้าและความพร้อมในการลงทุนอย่างจริงจัง” คีรีให้เหตุผลและแนวคิดสำคัญ

ปัญหาหลักของการไม่สามารถมีบ้านของตัวเองได้ของกลุ่มเป้าหมายโครงการนี้คือ การไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ หรือสถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ เพราะความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจ ที่อาจทำให้ศักยภาพในการผ่อนค่างวดไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง คีรีจึงต้องจับมือกับธนาคารเพื่อคนอยากมีบ้านอย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คนอยากมีบ้านสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกับราคาเช่าแต่จะได้ครอบครองทรัพย์สินที่เป็นชื่อตนเอง

นี่เป็นการเปิดประตูสู่การเป็นเจ้าของบ้านของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน ผู้มีรายได้จำกัด คีรีเสริมว่า “แม้การลงทุนต้องมีกำไรเป็นเรื่องปกติ แต่โครงการนี้เราต้องการให้ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ใกล้ระบบขนส่งมวลชน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจว่านี่เป็นบ้านของตัวเองอย่างแท้จริง”

ด้วยแนวคิดของโครงการบ้านชาวไทย ดูจะสอดรับกับนโยบายหลักของ ธอส. ที่ต้องการกำจัดอุปสรรคในเรื่องราคาและโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ

“ทุกคนคิดว่า ที่ดินแนวรถไฟฟ้าหรือที่ดินแปลงที่มีศักยภาพต้องลงทุนให้เกิดศักยภาพสูงสุด แต่บีทีเอสมองว่า ไม่ต้องมีกำไรทางบัญชี แต่กำลังสร้างกำไรคืนสู่สังคมอย่างสูงสุด บีทีเอสได้ Disruption ข้อจำกัดเดิมๆ ซึ่ง ธอส. พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ส่งมอบที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้มากขึ้น และผ่อนเริ่มต้นในอัตราที่ไม่สูงมาก ประมาณ 6,000-7,000 บาทต่อเดือน” ดร. มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อธิบาย

2 ทำเลแรกที่โครงการบ้านชาวไทยปักหมุดคือ ถนนศรีนครินทร์ แนวเส้นรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และทั้ง 2 โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2571

นอกจากแนวคิดที่คีรีต้องการทำเพื่อคนที่ถูกจำกัดการเข้าถึงสินเชื่อได้มีโอกาสมีบ้านแล้ว การที่ได้รับการชำระหนี้คืนจาก กทม. กว่า 3 หมื่นล้านบาท น่าจะทำให้บีทีเอสมีกระแสเงินสดในมือ และบีทีเอสยังมีที่ดิน Land Bank ของตัวเองอยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีกจำนวนไม่น้อย เช่น ชลบุรี นครราชสีมา กาญจนบุรี

จุดเด่นของโครงการบ้านชาวไทย ที่ไม่ต้องดาวน์ ผ่อนในราคาไม่ต่างจากเช่า กู้ได้ 100% จาก ธอส. อาจจะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและกลุ่มเป้าหมายได้ แต่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่า กลไกการลงชื่อจองจะรอดพ้นความพยายามของนักลงทุนที่มักจะมาจับจองโครงการประเภทนี้เพื่อนำไปปล่อยต่อแบบเก็งกำไรได้หรือไม่.