Home > Cover Story (Page 55)

นางสาวสยาม กิมมิกงานฉลองรัฐธรรมนูญ

รัฐบาลจัดการประกวดนางสาวไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2477 ใช้ชื่อว่า “นางสาวสยาม” ในงานเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ภายในพระราชอุทยานสราญรมย์ สโมสรคณะราษฎร โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมงานฉลองรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนซึ่งเดินทางมาจากทุกจังหวัด เพราะมีการคัดเลือกตัวแทนสาวงามจากทั่วประเทศ  ปี 2482 รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 1 ว่าด้วยนามของประเทศ เปลี่ยนเรียกชื่อประเทศจาก “สยาม” เป็น “ไทย” การประกวด “นางสาวสยาม” จึงเปลี่ยนเป็น “นางสาวไทย” พร้อมปรับใช้ชุดผ้าไหม เสื้อเปิดหลัง กางเกงกระโปรงยาวถึงเข่า และเพิ่มการสวมใส่ชุดกีฬา กางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุดเปิดหลังในปีถัดมา ปี 2484-2488 ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงครามหลังกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ชายฝั่งหลายแห่ง ต้องยกเลิกงานฉลองรัฐธรรมนูญจนสงครามสงบและใช้เวลาฟื้นฟูประเทศระยะหนึ่ง ปี 2491 รัฐบาลฟื้นงานฉลองรัฐธรรมนูญ รวมถึงการประกวดนางสาวไทย โดยปี 2492 เพิ่มการสวมใส่ชุดว่ายน้ำ ปี 2497 เป็นปีสุดท้ายที่รัฐบาลมีบทบาทในการจัดการประกวด เพราะงานฉลองรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกด้วยเหตุผลทางการเมืองในช่วงรอยต่อของประชาธิปไตยและเผด็จการ แต่มีการจัดประกวดระดับท้องถิ่นและในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น การประกวดเทพีลุมพินี

Read More

JKN ลุยไทม์ไลน์หนีตาย เกมกอบกู้เรตติ้งครั้งใหญ่

กว่า 5 เดือนแล้ว บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ของ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ยังหนีไม่พ้นปมปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ โดยเฉพาะกรณีผู้ถือหุ้นกู้มูลค่ารวมมากกว่า 3,200 ล้านบาท แม้พยายามยืนยันว่า การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อปรับโครงสร้างกิจการและโครงสร้างทางการเงิน เป็นหนทางดูแลผู้ถือหุ้นและผู้ถือหุ้นกู้ให้ได้รับเงิน และได้รับความยุติธรรมมากที่สุด แต่ดูเหมือนผู้ถือหุ้นกู้ส่วนใหญ่ยังคลางแคลงใจ เพราะกว่าจะได้เงินต้องรอกระบวนการฟื้นฟูกิจการนานนับปี ล่าสุด นางนรินธร อนุเคราะห์ธนาพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการเงินและบัญชี JKN ออกมาระบุว่า ตั้งแต่บริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยการระดมทุน ทั้งเพิ่มทุน กู้ยืมธนาคารพาณิชย์ และออกหุ้นกู้  มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทนำเม็ดเงินมาขยายธุรกิจมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือนำมาเป็นเงินทุนดำเนินธุรกิจ แต่เมื่อลูกค้าของ JKN ชำระเงินล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้มีปัญหาการขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถชำระคืนหุ้นกู้ได้ตามกำหนด โดยที่ปรึกษาการเงินและที่ปรึกษากฎหมายแนะนำให้ JKN ยื่นขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลาง

Read More

พณัญญา เจริญสวัสดิ์พงศ์ ดันแอปฯ KANNA ปฏิวัติชาวนารุ่นใหม่

ประเด็นข้าว Ong Cua ST25 ของเวียดนามคว้ารางวัลชนะเลิศในการประชุมสุดยอดข้าวโลกนานาชาติ ประจำปี 2566 ที่เมืองเซบู ในประเทศฟิลิปปินส์ กลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายหวั่นวิตกมากขึ้น ทั้งที่ข้าวหอมมะลิจากไทยเคยยึดแชมป์รางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่ปี 2565 เสียตำแหน่งให้ “ผกาลำดวน” ของกัมพูชา และปีล่าสุดไม่ผ่านแม้กระทั่งรอบ 3 อันดับแรก ตัวแปรหนึ่งที่ถกเถียงกัน คือ การพัฒนาพันธุ์และนวัตกรรมการเพาะปลูกแนวใหม่ ซึ่งข้าว ST25 ของเวียดนามมีการพัฒนาต่อเนื่องได้สายพันธุ์ผสมระหว่างข้าวหอมมะลิไทย ข้าวบาสมาติของอินเดียและข้าวญี่ปุ่น จนได้เม็ดเรียวยาว มีความหอม และเหนียวนุ่ม ขณะที่ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมากถึง 4.68 ล้านครัวเรือน ประมาณ 17 ล้านคน เนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปีและนาปรัง เฉลี่ยปีละ 70-71 ล้านไร่ คิดเป็น 47% ของเนื้อที่ทำการเกษตรทั้งประเทศ 149 ล้านไร่ มีผลผลิตข้าว 31-32 ล้านตันข้าวเปลือกต่อปี หรือ 20 ล้านตันข้าวสาร แม้การส่งออกเติบโตแต่ยังต้องการการพัฒนาพันธุ์ข้าวและการเพิ่มผลผลิต พณัญญา เจริญสวัสดิ์พงศ์

Read More

เจาะหุ้นนางงาม MGI ลุ้นตลาด มงจะลง-ไม่ลง

ได้ฤกษ์ซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ไปแล้วเมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา สำหรับหุ้นนางงาม บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI หลังจากซีอีโอใหญ่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ใช้เวลาแต่งตัวปลุกปั้นมานานกว่าสิบปีด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท ขณะเดียวกันการนำร่องเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 60 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4.95 บาท เมื่อวันที่ 4, 6 และ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา สามารถสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนจองซื้อหมดเกลี้ยง ซึ่งนายณวัฒน์ประกาศใช้เม็ดเงินลงทุนปรับปรุงอาคารสำนักงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า และผลิตรายการ เพื่อเพิ่มศักยภาพและผลักดันการเติบโตอย่างก้าวกระโดด หากย้อนดูผลการดำเนินงานของ MGI ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เริ่มจากปี 2563 มีรายได้รวม 338.80 ล้านบาท

Read More

Coty ยักษ์ใหญ่ด้านความงามโลก ได้เวลาจัดทัพบุกตลาดเมืองไทย

เชื่อว่าถ้าเอ่ยชื่อของแบรนด์น้ำหอมอย่าง Gucci, Burberry, Chloé, HUGO BOSS, Marc Jacobs ไปจนถึง Calvin Klein ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีของใครหลายๆ คน แต่ส่วนใหญ่อาจจะไม่รู้ว่าน้ำหอมแบรนด์ดังเหล่านี้ล้วนอยู่ภายใต้บริษัทด้านความงามยักษ์ใหญ่ของโลกที่อยู่มานานกว่า 120 ปี อย่าง “Coty” ทั้งสิ้น และที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น คือ ยักษ์ใหญ่รายนี้กำลังจัดทัพปรับขบวนเพื่อเข้ามาบุกตลาดความงามเมืองไทยอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดสำนักงานและแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ที่มาพร้อมกลยุทธ์สร้างการเติบโต เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดความงามและน้ำหอมที่เติบโตไม่หยุด Coty (โคตี้) ถือเป็นบริษัทด้านความงามที่อยู่ในทอป 5 ของโลก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2447 ณ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเริ่มจากการเป็นผู้ผลิตน้ำหอม และถือเป็นเจ้าแรกที่เริ่มทำน้ำหอมในตลาดแมส เพราะก่อนหน้านั้นน้ำหอมคือสินค้าสำหรับชนชั้นสูงเท่านั้น ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดตัวน้ำหอม Calvin Klein ในปี 2537 ที่ทำให้ Coty นิยามตัวเองว่าเป็น Mass Fragrance หรือผู้ที่ทำให้น้ำหอมเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้จะเริ่มจากการผลิตน้ำหอม แต่ปัจจุบัน Coty ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จนครอบคลุมทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง

Read More

MITH – PROAD – PRANN การเดินทางของน้ำหอมแบรนด์ไทย

ถ้าพูดถึง “น้ำหอม” แน่นอนว่าย่อมเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คน ถึงขนาดที่ว่า ถ้าวันไหนไม่ได้ฉีดน้ำหอมเหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง นั่นทำให้ตลาดน้ำหอมเป็นอีกหนึ่งตลาดที่คึกคักและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ต่างพัฒนากลิ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดกันอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงน้ำหอมแบรนด์ไทยที่ในระยะหลังมานี้มีหลากหลายแบรนด์และพัฒนาคุณภาพจนกล้าท้าชนกับโกลบอลแบรนด์ “ผู้จัดการ 360 องศา” มีโอกาสได้คุยกับ “จุติณัฏฐ์ ปิยวีรวงศ์” เจ้าของแบรนด์  MITH น้ำหอมแบรนด์ไทยที่อยู่ในตลาดมานานกว่า 8 ปี ด้วยน้ำหอมกว่าร้อยกลิ่น อีกทั้งยังพัฒนาแตกแบรนด์เพิ่มเติมจากน้ำหอมระดับแมสสู่น้ำหอมระดับพรีเมียมที่มีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำ “จุดเริ่มต้นก็เหมือนหลายๆ แบรนด์ คือเริ่มจาก passion เอาสิ่งที่ตัวเองรักมาต่อยอดเป็นธุรกิจ ผมเป็นคนที่หลงรักน้ำหอมมาก ตอนแรกก็ใช้แบรนด์ต่างประเทศทั่วไปที่ราคามันก็ค่อนข้างสูง เราก็พยายามหาว่าแบรนด์ไทยมีใครบ้างที่ทำได้ระดับนั้น ซึ่งมันก็ยังไม่เจอ เลยตัดสินใจลุยธุรกิจนี้ อีกอย่างผมมองว่ามันน่าจะไปได้ เพราะขนาดตลาดใหญ่มากเราสามารถไปแชร์มาได้ และแนวโน้มการเติบโตในธุรกิจนี้มีสูง เพราะน้ำหอมมันแทรกซึมอยู่กับทุกคน” จุติณัฏฐ์เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจน้ำหอม โดยการเปิดตัวน้ำหอมแบรนด์ MITH ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน ถ้าย้อนไป ณ จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ จุติณัฏฐ์บอกกับเราว่า มันคือ “การดับเครื่องชน” เพราะเขาเริ่มต้นในการทำธุรกิจด้วยต้นทุนจากทุกสิ่งที่มี ทั้งการใช้เงินเก็บจากการเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในมาหลายปี อีกทั้งทรัพย์สินที่มีอยู่ก็ถูกนำไปเข้าธนาคารเพื่อนำเงินมาเป็นต้นทุนในการทำน้ำหอมเช่นกัน “ดับเครื่องชนจริงๆ เรียกว่าทุบหม้อข้าวเพื่อมาทำแบรนด์น้ำหอมขายเลยทีเดียว

Read More

อุตสาหกรรมรถ EV ไทยบูม สโกมาดิ ขอสู้ศึกตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้า

มหกรรมยานยนต์ หรือ งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 อาจเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในปัจจุบันและอนาคต ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังต้องเฝ้าระวังทั้งจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภาวะเงินเฟ้อ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เริ่มแผ่วลงและหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ข้อมูลจากวิจัยกรุงศรี เกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วงปี 2566-2568 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยหนุน  ได้แก่ 1. ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกระเตื้องขึ้นของกำลังซื้อท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่น่าจะทยอยปรับลดลง  2. ปัญหาขาดแคลนชิปแม้จะยังคงมีอยู่เป็นระยะในปี 2566 ภายใต้แรงกดดันของสงครามเทคโนโลยี โดยเฉพาะ สหรัฐฯ และจีน แต่คาดว่าจะคลี่คลายลงในช่วงปี 2567-2568 หลังจากอุปทานชิปเริ่มเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้นจากการเร่งลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตชิปในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี และญี่ปุ่น 3. นโยบายอุดหนุนการใช้รถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ BEV ยังมีต่อเนื่อง 4. การเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการของภาครัฐ และการขยายตัวต่อเนื่องของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์และโลจิสติกส์ ตลอดจนการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวหลังการเปิดประเทศมากขึ้น ช่วยหนุนความต้องการรถเพื่อการพาณิชย์ และ 5. ผู้ประกอบการมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าตอบรับนโยบายอุดหนุนของภาครัฐ ส่วนการส่งออก คาดว่าในปี 2566 จะยังเติบโตในอัตราไม่สูงนักตามทิศทางกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าที่ยังคงซบเซาก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นในปี 2567-2568 ภายใต้ความเสี่ยงจากนโยบายลดการใช้รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ของหลายประเทศ ในขณะที่การส่งออกรถยนต์ของไทยส่วนใหญ่ยังเป็น ICE หรือ

Read More

ก้าวสำคัญของสตีเบล เอลทรอน สู่ 100 ปี ผู้นำนวัตกรรม

“เรามองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านแรงงาน แรงงานไทยมีจุดเด่นด้านความมุ่งมั่น ความซื่อสัตย์ และมีสกิลที่ดี การลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วยแผนการเปิดโรงงานใหม่ในปีหน้าจึงเป็นสิ่งที่เราตั้งใจ” ดร.ไค ซีเฟลไบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สตีเบล เอลทรอน บอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ในวันที่สตีเบล เอลทรอน กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 หลังดำเนินกิจการมาตลอดระยะเวลา 99 ปี สตีเบล เอลทรอน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มักจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ และออกนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานหมุนเวียนอยู่เสมอ และยังวางแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง “เราวางแผนการลงทุนด้วยเงินงบประมาณ 190 ล้านยูโร ซึ่งในจำนวนเม็ดเงินนี้จะมีการลงทุนในไทยด้วย นั่นคือการสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในไทย เน้นการผลิต Heat Pump (เครื่องทำน้ำร้อนขนาดใหญ่) เพื่อการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งตั้งเป้าหมายการผลิตที่ 13,000 เครื่องต่อปี” ดร.ไค กล่าวถึงแผนงาน การเลือกไทยให้เป็นฮับสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก นั่นเพราะจุดเด่นด้านศักยภาพของไทยในหลายมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และด้านแรงงาน “เราเป็นบริษัทจากเยอรมนี ดังนั้น ยอดขายหลักๆ จะอยู่ในประเทศเยอรมนี

Read More

สำเพ็ง สามแพร่ง ซำเพ้ง เปิดฉาก Chinese Bazaar

สำเพ็ง เป็นย่านการค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร อยู่ใกล้กับย่านเยาวราช ถนนราชวงศ์ และต่อเนื่องไปถึงสะพานหัน พาหุรัด วังบูรพา รู้จักกันดีในชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซอยวานิช 1 และช่วงระหว่างสะพานหันถึงถนนจักรวรรดิเรียกว่า ตรอกหัวเม็ด ที่มาของชื่อ “สำเพ็ง” ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่มีการระบุหลายที่มา เช่น มาจากสามแพร่ง สามแผ่น หรือสามแผ่นดิน มาจากชื่อพืช “ลำเพ็ง” มาจากชื่อวัดสามปลื้ม หรือมาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว “ซำเพ้ง” แปลตรงตัวได้ว่า “ศานติทั้งสาม” นายสุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์ เชื่อว่า สำเพ็งเป็นภาษามอญ แปลว่า เจ้าขุนมูลนาย จึงเป็นไปได้ว่าที่นี่เป็นแหล่งอยู่อาศัยของชาวมอญมาก่อนชาวจีนจะย้ายเข้ามาอยู่  ส่วนจิตร ภูมิศักดิ์ ระบุมาจากภาษาเขมร “ซำเปียะลี” (សម្ពលី) แปลว่า แม่สื่อ แม่เล้า ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) บอกว่า อาจมาจากชื่อคน “เพ็ง” 3 คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ อย่างไรก็ตาม

Read More

สวัสดี Moshi Moshi ได้ฤกษ์ติดจรวดขายแฟรนไชส์

อาณาจักรร้านสินค้าไลฟ์สไตล์แนวใหม่ สีสันน่ารักๆ Moshi Moshi ที่มีสาขาทั่วประเทศไทยมากกว่าร้อยร้าน เริ่มต้นจากร้านกิฟต์ช็อป “พร้อมภัณฑ์” ย่านฝั่งธนบุรีเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน ซึ่ง สง่า บุญสงเคราะห์ ลุยบุกเบิกจนกลายเป็นร้านที่ลูกค้าแถวนั้นรู้จักอย่างดี ก่อนปรับกลยุทธ์เน้นสินค้าที่มีดีไซน์และสินค้านำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อจำหน่ายให้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านค้าต่างๆ แน่นอนว่า ฐานลูกค้ากว้างขึ้น ตลาดใหญ่ขึ้นและยอดขายเติบโตมากขึ้น ปี 2530 นายสง่าขยายธุรกิจ เปิดร้านค้าส่งแบบดั้งเดิมในตลาดสำเพ็ง แต่ใช้วิธีตกแต่งร้านและเพิ่มจำนวนสินค้าเหมือนย่านค้าส่งในประเทศญี่ปุ่น ฉีกแนวคู่แข่งกลายเป็นร้านฮอตฮิตของลูกค้า กระทั่งปี 2543 ตัดสินใจเปิด บริษัท บีกิฟท์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านค้าส่งแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ในตลาดสำเพ็ง ในช่วงจังหวะที่ตลาดกิฟต์ช็อปและสินค้าไลฟ์สไตล์เติบโตสูงมาก พร้อมๆ กับกลุ่มลูกค้าต่างเรียกหาสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น อชิระ บุญสงเคราะห์ ลูกชายของสง่า มองเห็นโอกาสและแนวทางใหม่ๆ หลังเรียนรู้การทำธุรกิจและสั่งสมประสบการณ์จากผู้เป็นพ่อ เขาปรึกษาครอบครัวและลงมติร่วมกัน จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัท บี กิฟท์ เป็นบริษัท โมชิ โมชิ เจแปน จำกัด

Read More