Home > Cover Story (Page 131)

ผ้าทอหลวงพระบาง มนต์เสน่ห์ที่สานต่อจากดีเอ็นเอ

เสียงกี่ทอผ้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อช่างทอผ้ากระตุกไม้หลังส่งกระสวยเส้นพุ่งจากด้านหนึ่งไปอีกด้านเพื่อถักทอผ้าอย่างขะมักเขม้น บ้านไม้ยกพื้นสูงที่แอบซ่อนในตรอกเล็กๆ ของเมืองหลวงพระบาง สายลมที่พัดมาจากแม่น้ำโขงหอบเอากลิ่นหอมของดอกไม้ที่เจ้าของบ้านปลูกไว้ โชยกลิ่นเรียกความสดชื่นจากผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี แววมะนี ดวงดาลา ผู้ก่อตั้ง The Living Crafts Centre ออกพบตก บอกเล่าความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ว่า “เริ่มเรียนรู้การทอผ้ามาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ เด็กผู้หญิงสมัยนั้นต้องทอผ้าใส่เองได้ คุณแม่ก็สอนตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งการทอผ้าเป็นทักษะที่เมื่อได้เรียนรู้แล้วก็จะไม่มีวันลืม กระทั่งเมื่อปี 2000 ก็มีความคิดเกี่ยวกับผ้าทอของหลวงพระบาง ว่าทำอย่างไรที่จะอนุรักษ์ รักษา และเผยแพร่ให้คนอื่นได้รู้จัก ก็นำความคิดนี้แลกเปลี่ยนกับโจแอนนา สมิท เพื่อนช่างภาพชาวอังกฤษ ต่างคิดเห็นตรงกันว่าควรจะเผยแพร่และอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กัน” แน่นอนว่าความยากของการอนุรักษ์และเผยแพร่สิ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เมื่อความคิดของผู้ใหญ่ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาเอกลักษณ์ของลายผ้าเอาไว้ ขณะที่คนรุ่นใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย “ต้องยอมรับว่ายากเอาการ เพราะผู้ใหญ่ที่เขาทอผ้ากันมาจะมีความคิดว่าต้องการให้ผ้าทอคงเอกลักษณ์เดิมๆ เอาไว้ เช่น สี ลวดลาย บางคนยืนยันว่าต้องใช้สีแดงเท่านั้น เปลี่ยนไม่ได้ ต้องอธิบายพูดคุยกันนาน ว่าขอให้ทดลองดูก่อน ลองปรับเปลี่ยนสีบ้าง ถ้ามีคนชื่นชอบก็เปลี่ยน แต่ถ้าทำแล้วคนไม่ชอบก็ไม่เปลี่ยน จึงทำให้ผ้าทอของที่นี่เป็นไปในแนว Contemporary เพื่อจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ค่อนข้างดี ผู้ใหญ่ท่านก็ยอมรับความเปลี่ยนแปลง” แววมะนีอธิบายเพิ่มเติมว่าธุรกิจที่ทำอยู่จะเป็นไปในลักษณะของ Social

Read More

พิษค่าบาทแข็ง ท่องเที่ยวซบ-ส่งออกฟุบ

แม้ว่าพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในนามประยุทธ์ 2/1 จะส่งผลให้สถานการณ์แห่งความคลุมเครือทางการเมืองไทยคลี่คลายไปในระดับหนึ่ง หากแต่ในอีกด้านหนึ่งสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยดูจะยังเผชิญกับวิบากกรรมและความผันผวนไม่แน่นอนที่พร้อมจะส่งผลกระทบเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ได้ไม่ยาก ปัจจัยว่าด้วยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเป็นประวัติการณ์ และเป็นไปด้วยอัตราเร่งอย่างผิดปกติ ไม่เพียงแต่จะกดดันให้การส่งออกของไทยที่อยู่ในภาวะชะลอตัวมาในช่วงก่อนหน้านี้ ถูกโหมกระหน่ำด้วยปัจจัยลบด้านราคาเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าจากคู่แข่งขันในระดับภูมิภาคยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากประเทศเวียดนาม หรือแม้กระทั่งอินเดีย กรณีดังกล่าวดูจะเห็นได้ชัดจากตัวเลขการส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีปริมาณลดลงถึงร้อยละ 12 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกข้าวไปแล้ว 4.2 ล้านตัน แต่คำสั่งซื้อในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีแนวโน้มลดต่ำลงเหลือเพียงไม่ถึง 6 แสนตันต่อเดือน และทำให้ประมาณการว่าด้วยการส่งออกข้าวของไทยที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 9.5 ล้านตันหรือเฉลี่ยที่ระดับ 8 แสนตันต่อเดือนดูจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจก็คือประมาณการส่งออกข้าวที่ 9.5 ล้านตันในปี 2562 นี้ เป็นประมาณการที่ปรับลดลงจากยอดการส่งออกเมื่อปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 11 ล้านตัน ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้ผู้ประกอบการส่งออกข้าวประเมินว่าอาจมีการปรับลดเป้าหมายการส่งออกข้าวในปีนี้ให้อยู่ในระดับ 9 ล้านตัน เพื่อให้สอดรับกับข้อเท็จจริงที่ดำเนินอยู่ ตัวเลขการส่งออกข้าวที่ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ที่การส่งออกไปยังประเทศจีน ซึ่งแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ 2562 ไทยจะส่งออกข้าวไปยังจีนรวมเป็นมูลค่า 3.7 พันล้านบาท

Read More

จากน่านสู่หลวงพระบาง บนเส้นทางของความเปลี่ยนแปลง

น่าน จังหวัดเล็กๆ ทางภาคเหนือของไทย ที่หลอมรวมเอาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของหลากหลายชาติพันธุ์ไว้มากมาย รวมไปถึงวิถีชีวิตของชาวน่านที่เรียบง่าย ทว่า ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผสมผสานให้น่านกลายเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยมนต์เสน่ห์ ก่อนหน้านี้น่านอาจต้องพบเจอกับความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ครั้งหนึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเคยบรรจุน่านเข้าในแคมเปญเมืองต้องห้ามพลาด แน่นอนว่ามีแหล่งท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมายรองรับการมาถึงของนักท่องเที่ยวที่แสวงหาสถานที่ใหม่ๆ ที่พร้อมจะเปิดรับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากที่เคย ในช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า คนน่านเองเคยแสดงความวิตกกังวลว่า กิจกรรมการโปรโมตการท่องเที่ยวในจังหวัดน่านส่งผลให้การท่องเที่ยวในจังหวัดน่านขยายตัวเร็วเกินไป จะทำให้น่านเดินตามรอย “ปาย” จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีทุนจากภายนอกเข้ามา มากกว่าจะเป็นคนในท้องถิ่น เมื่อในเวลานั้นน่านอาจจะยังไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทว่า ความแข็งแกร่งของชาวน่านดูจะสามารถยืนหยัดกับสิ่งเร้าที่เข้ามาใหม่ได้เป็นอย่างดี เมื่อปัจจุบันน่านยังคงอัตลักษณ์และรักษาวิถีชีวิตที่เรียบง่าย รวมไปถึงบรรยากาศเมืองอันเงียบสงบเอาไว้ได้ กระนั้นยังมีอีกประเด็นที่การท่องเที่ยวจังหวัดน่านเคยกังวล เมื่อครั้งที่มีโครงการสร้างถนนสายสำคัญจากด่านห้วยโก๋นจังหวัดน่านไปสู่เมืองหลวงพระบาง ว่าหากเส้นทางนี้สร้างเสร็จลุล่วง น่านจะถูกลืมเลือนและกลายเป็นเมืองทางผ่านสำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกใช้การเดินทางโดยรถยนต์เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองมรดกโลกของ สปป. ลาว ถนนหงสา-บ้านเชียงแมน สู่หลวงพระบางที่ภาครัฐโดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือ NEDA ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ สปป. ลาว ซึ่งโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินของประเทศไทยแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ในด้านการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว ภายใต้กรอบวงเงิน 1,977 ล้านบาท ระยะทาง 114 กิโลเมตร โดยเส้นทางนี้จะกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ไปยังหลวงพระบางเมืองมรดกโลก ด้วยการเดินทางเพียง 3 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้เวลาการเดินทางประมาณ

Read More

สมรภูมิดรักสโตร์ เดือด “สมูท-อี” แตกไลน์ชนยักษ์

สมรภูมิดรักสโตร์ร้อนเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ “สยามเฮลท์ กรุ๊ป” ผู้ปลุกปั้นเวชสำอาง สมูท-อี และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก เดนทิสเต้ ประกาศแตกไลน์รุกธุรกิจดรักสโตร์แบรนด์ “P&F” โฉมใหม่ เพราะไม่ใช่แค่การเดินหน้าช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดร้านสุขภาพและความงามที่มีเม็ดเงินเดิมพันกว่า 2 แสนล้านบาทเท่านั้น แต่ผู้เล่นในสงครามล่าสุดล้วนเป็นยักษ์ใหญ่ที่ปักหมุดยึดครองตลาดมานานหลายปี ทั้งแบรนด์ต่างชาติอย่างวัตสันและบู๊ทส์ ร้านเพรียวของค่ายบิ๊กซี ร้านขายยาในเครือข่ายเทสโก้โลตัส รวมถึงร้านเอ็กซ์ต้าพลัสที่ค่ายเซเว่นอีเลฟเว่นของยักษ์ใหญ่ซีพีกำลังบุกปูพรมทั่วเมือง เพื่อเสริมจุดแข็งความเป็นร้านสะดวกซื้อที่ครอบคลุมสินค้าและบริการมากที่สุด ภก.ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัททุ่มเงินลงทุนก้อนแรก 240 ล้านบาท ซื้อกิจการร้านขายยา P&F Super Drug ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 35 ปี มีสาขารวม 75 แห่งทั่วประเทศ และใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 200 กว่าล้านบาท รีแบรนด์ภาพลักษณ์ร้านโฉมใหม่ ทันสมัยขึ้น ภายใต้ชื่อ P&F Smooth Life ที่สำคัญ ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาครบ 120

Read More

ลอว์สันเฉือนเซเว่นฯ ฮุบทำเลรถไฟฟ้าชิงส่วนแบ่ง

“สหพัฒน์” เดินหน้าเปิดเกมรุกต่อยอดธุรกิจร้านสะดวกซื้อ “ลอว์สัน 108” ประกาศจับมือกับบริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ในเครือบีทีเอสกรุ๊ป ตั้งบริษัทร่วมทุน “เอส แอล วี รีเทล” เหมาทำเลพื้นที่บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส แถมเดินหน้ากลยุทธ์เชื่อมกลุ่มลูกค้าด้วยระบบ “Offline-to-Online (O2O) Ecosystem” โดยมีแรบบิทเป็นช่องทางการชำระเงิน ทั้งบัตรแรบบิท และ Rabbit Line Pay หลังจากช่วงปีที่ผ่านมา บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ และคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจผนึกกำลังเชื่อม Big Data ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบ E-Payment รองรับระบบซื้อขายในร้านค้าปลีกของกลุ่มสหพัฒน์ที่มีทั้งร้านซูรูฮะ ร้านไดโซะ ศูนย์บริการ His&Her และร้านสะดวกซื้อลอว์สัน 108

Read More

สหพัฒน์เร่งเจาะธุรกิจใหม่ หืดจับ หลุดเป้า 3 แสนล้าน

เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ผิดหวังอย่างรุนแรง ทั้งที่เคยประกาศลั่นในงานเปิดตัว “สหกรุ๊ปแฟร์” เมื่อปีก่อน ตั้งเป้าหมายผลักดันบริษัทในเครือมากกว่า 200 บริษัท ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้ามากกว่าพันรายการ และร้านค้าปลีก ลุยเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ดันรายได้ฉลุยแตะ 3 แสนล้านบาท เพราะสุดท้ายต้องหดเป้าทั้งหมดและกุมขมับยอมรับว่า ภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลถือเป็นช่วงเลวร้ายที่สุด เหตุผลสำคัญ คือ กำลังซื้อในระดับรากหญ้าและภาคการเกษตรหายไปค่อนข้างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งของกำลังซื้อที่หดหายมาจากพิษเงินบาทที่แข็งค่ามาที่ระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และยังทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น ขณะที่ความสามารถในการส่งออกลดน้อยลง โดยเฉพาะภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้วัตถุดิบและแรงงานในไทยแบบต้นน้ำจนถึงปลายน้ำแบบ 100% นั่นทำให้ยักษ์ใหญ่อย่างสหพัฒน์ต้องปรับกระบวนทัพต่างๆ เมื่อแนวโน้มกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าและแฟชั่นเติบโตลดลง บริษัทเริ่มมองหากลุ่มธุรกิจใหม่ๆ โดยขยายไปยังกลุ่มธุรกิจอาหาร ซึ่งยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และหันไปลงทุนในธุรกิจที่มีการเติบโตสูง เช่น ธุรกิจกลุ่มสินค้าบริการและการศึกษา ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ ในย่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับสินค้าในเครือของบริษัทที่ต้องการส่งแบบรวดเร็วและสดใหม่ และธุรกิจพลังงานทดแทน ขณะเดียวกัน ในกลุ่มธุรกิจเสื้อผ้าและแฟชั่น ซึ่งยังเป็นแหล่งรายได้หลักนั้น เสี่ยบุณยสิทธิ์พลิกกลยุทธ์ลดขนาดธุรกิจ (Scale Down) และปรับแผนงานสู่ธุรกิจเสื้อผ้าเจาะตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) เช่น เจาะตลาดชุดยูนิฟอร์มพนักงาน ทั้งนี้ ช่วงการจัดงานสหกรุ๊ปแฟร์

Read More

“ดับเบิ้ลยู” เปิดตัว Plastic Surgery Hospital ทุ่มงบรุกตลาดเสริมความงาม

ปัจจุบันเราก้าวเข้าสู่ยุคที่การทำศัลยกรรมเสริมความงามเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะใครๆ ก็อยากมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามดูดี อีกทั้งเทคนิควิธีในการทำศัลยกรรมก็พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อน มีมาตรฐาน ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก ส่งผลให้คลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาลเฉพาะด้านศัลยกรรมทั้งที่ดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเหล่าดารา เซเลบริตี้ชื่อดัง ต่างผุดขึ้นจำนวนมาก ภาพรวมของธุรกิจเสริมความงามในประเทศไทยอยู่ในช่วงขยายตัวสูงและเติบโตขึ้นทุกปี ชนิดที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจอื่นๆ โดยมีมูลค่าตลาดรวมกว่า 60,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี จึงไม่แปลกที่จะเห็นทั้งผู้เล่นหน้าเก่าที่พยายามปรับกลยุทธ์และผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งกลุ่มคลินิกความงาม กลุ่มโรงพยาบาลที่หันมาให้ความสำคัญกับบริการทางด้านศัลยกรรมเสริมความงามเพิ่มเติมจากเดิม และโรงพยาบาลศัลยกรรมความงามเฉพาะด้านที่เปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง กลุ่มคลินิกความงามที่กระจายอยู่ทั่วไปทั้งในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และแบบสแตนด์อโลน นับเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันทางด้านราคากันค่อนข้างสูง ส่วนกลุ่มโรงพยาบาลนั้นมีทั้งโรงพยาบาลที่ให้บริการด้านศัลยกรรมความงามจนเป็นที่รู้จักอยู่แล้วและที่เริ่มรุกตลาดความงามที่ต่างปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดกันตลอดเวลา ทั้งโรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลบางมด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลเวชธานี และโรงพยาบาลนครธน โดยการให้บริการในตลาดเสริมความงามที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่คือบริการด้านผิวพรรณและการชะลอวัย เช่น การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ขณะที่ตลาดศัลยกรรมมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมตา จมูก และเสริมหน้าอก ซึ่งแนวโน้มการใช้บริการไม่ได้จำกัดเฉพาะวัยใดวัยหนึ่งเท่านั้น แต่มีการขยายตัวในทุกช่วงวัย โดยกลุ่มสถานบริการเสริมความงามที่ให้บริการครบวงจรทั้งการดูแลรักษาผิวพรรณและศัลยกรรม มีแนวโน้มที่จะเติบโตมากกว่ากลุ่มที่เน้นการรักษาผิวเพียงอย่างเดียว แต่ที่น่าสนใจคือเทรนด์ความงามแบบเกาหลี ที่ยังอยู่ในกระแสความงามของคนไทย ผ่านทางวัฒนธรรมเกาหลีที่แทรกซึมเข้ามาทางสื่อบันเทิง ดารา ศิลปิน นักร้อง

Read More

ทุนนอกไหลเข้าอาเซียน หวังหลบภัยสงครามการค้า

ความเป็นไปของอาเซียนโดยเฉพาะกรณีว่าด้วยการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ดูจะเป็นประหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน เพราะไม่เพียงแต่จะมีส่วนส่งเสริมการขยายฐานการลงทุนแล้ว กรณีดังกล่าวยังเชื่อว่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในภูมิภาค ซึ่งที่ผ่านมาพัฒนาการและแนวโน้มด้านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออกทั้งหมดภายในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มูลเหตุหนึ่งที่ทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในอาเซียน (ASEAN FDI) มีลักษณะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น นอกจากจะเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการลงทุนภายในอาเซียนเอง ที่เกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าธุรกรรมด้านการซื้อขายและควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition: M&A) แล้ว การพัฒนาพื้นฐานทางเศรษฐกิจมหภาคและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนในระดับภูมิภาคก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเปิดโอกาสการลงทุนที่มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากแหล่งใหม่ (Emerging Sources) ที่มีจีนเป็นผู้เร่งปฏิกริยา การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้มีการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ไหลรินเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลของการอาศัยหลักการผลิตที่ได้เปรียบโดยเปรียบเทียบ อัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่า ข้อได้เปรียบจากขนาดของการผลิต (economy of scale) และห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ในการผลิตสินค้า ส่งผลทำให้จีนเปลี่ยนจากประเทศที่รับจ้างผลิต มาเป็นผู้ส่งออกสินค้า และแปลงสถานะมาเป็นคู่ค้าที่ได้เปรียบประเทศอื่นๆ ในที่สุด สัดส่วนของการค้าและการลงทุนในประเทศจีนที่มากล้น จนมีมูลค่าและสัดส่วนของการลงทุนที่มากเกินกว่าจะขยายได้ในประเทศ ทำให้ในปัจจุบันไม่เพียงแต่จีนจะกลายมาเป็นผู้ส่งออกสินค้าให้กับโลกแล้ว ยังรวมไปถึงการส่งเงินทุนออกไปภายนอกประเทศ (Outward Foreign Direct

Read More

ยานยนต์อาเซียน ถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งใหม่?

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 34 (34th ASEAN Summit) ซึ่งประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนและเจ้าภาพจัดการประชุมได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ท่ามกลางภาพรวมที่กลไกภาครัฐพยายามโหมประโคมถึงความสำเร็จและเรียบร้อยของการจัดการ หากแต่ในอีกด้านหนึ่งการประชุมดังกล่าวดูจะห่างไกลจากทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนและการรับรู้ถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต ไม่นับรวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงท่วงทำนองและสถานะของคณะผู้แทนไทยในการประชุมครั้งนี้ด้วย ท่ามกลางแนวคิดว่าด้วย “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” (Advancing Partnership for Sustainability) ที่รัฐไทยพยายามนำเสนอควบคู่กับภารกิจสำคัญว่าด้วยการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ให้สามารถบรรลุบทสรุปสำเร็จลุล่วงภายในปี 2562 ดูเหมือนว่าบริบทแห่งความเป็นไปของเพื่อนบ้านอาเซียนที่แวดล้อมดูจะก้าวไกลไปกว่าพัฒนาการของสังคมไทยอย่างน่าสนใจ ข่าวการเปิดตัว VinFast รถยนต์สัญชาติเวียดนามในช่วงเวลาไม่กี่วันก่อนหน้าการประชุมสุดยอดอาเซียน ดูจะเป็นประหนึ่งการส่งสัญญาณเตือนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อยู่ไม่น้อย แม้ว่า VinFast จะไม่ใช่แบรนด์รถยนต์จากประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนแบรนด์แรกที่เกิดขึ้นก็ตาม ก่อนหน้านี้ Proton จากมาเลเซียได้ถือกำเนิดและเข้าสู่ตลาดรถยนต์มาตั้งแต่ปี 1983 ก่อนที่ในปี 1993 หรืออีก 10 ปีถัดมามาเลเซียจะมี Perodua เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ออกมาโลดแล่นบนถนนอาเซียนมากว่า 3 ทศวรรษ แม้ว่าพัฒนาการที่ยาวนานของแบรนด์ยานยนต์จากมาเลเซียทั้งสอง อาจไม่ได้ส่งผลต่อความเป็นไปของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับภูมิภาคมากนักในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม ความเชื่อมั่นที่ว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่แข็งแกร่งและอุดมด้วยศักยภาพในการบริโภคที่เป็นประหนึ่งเบ้าหลอมทัศนะในการประเมินสถานการณ์รอบข้างของทั้งผู้ประกอบการและกลไกที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เพราะท่ามกลางกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ที่สูงถึงร้อยละ 80 และร้อยละ 60

Read More

เจาะเมืองแห่งอนาคต สูตรกลยุทธ์ของแสนสิริ

ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ “แสนสิริ” ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ The Next Best Living District ตามยุทธศาสตร์สร้าง “เมือง” เพื่อการอยู่อาศัยที่ดีที่สุดแห่งต่อไป โดยรอบนี้ทุ่มเม็ดเงินก้อนใหม่ปลุกปั้นที่ดินย่าน “กรุงเทพกรีฑา” กว่า 300 ไร่ ให้เป็นเมืองแห่งอนาคต “Well-living Town for the Next Generation” หลังซุ่มพัฒนาโครงการชิมลางตลาดมานานเกือบ 5 ปี ที่สำคัญ ยุทธศาสตร์การสร้างเมืองกลายเป็นสูตรกลยุทธ์ที่แสนสิริสามารถตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และเหมือนเดินมาถูกทางตั้งแต่เริ่มบุกเบิกทำเลใหม่ๆ พยายามเก็บที่ดินผืนใหญ่ เพื่อสร้าง “ฮับ” หรือ “เมือง” เป็นชุมชนขนาดใหญ่ก่อนเติมเต็มองค์ประกอบต่างๆ ต่อยอดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขยายอาณาจักรย่านรามอินทรา เนื้อที่มากกว่า 700 ไร่ พัฒนาโครงการบ้านยึดฐานลูกค้าอย่างเหนียวแน่นและแตกไลน์ธุรกิจทั้งธุรกิจสนามกอล์ฟ และธุรกิจการศึกษา เปิดโรงเรียนสาธิตพัฒนา ซึ่งปัจจุบันถือเป็นโรงเรียนสาธิตเอกชนที่ได้รับการยอมรับในตลาดการศึกษาและมีอัตราค่าเทอมแพงระดับพรีเมียม หรือการจับที่ดินย่านอ่อนนุชผุดเมือง “ที77” ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Good Town for A Good Life

Read More