Home > Cover Story (Page 130)

นับถอยหลัง “สามย่านมิตรทาวน์” ปลุกกระแส One Bangkok

นับถอยหลัง วันที่ 20 กันยายนนี้ โครงการมิกซ์ยูส “สามย่านมิตรทาวน์” จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตามแผนขยายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์กินรวบทำเลทองย่านพระราม 4 ของกลุ่มทีซีซีกรุ๊ป หลังจากเริ่มต้นปักหมุดแรก “เอฟวายไอ เซ็นเตอร์” ยึดแยกพระราม 4-รัชดาภิเษก และเร่งเดินหน้าอีก 3 โปรเจกต์ โดยเฉพาะอภิมหาโครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) บริเวณแยกสวนลุมพินี-สาทร ที่จะเผยโฉมอย่างอลังการในปี 2566 แน่นอนว่า หากรวมเม็ดเงินที่กลุ่มทีซีซีกรุ๊ปทุ่มทุนมากกว่า 2 แสนล้านบาท ถือเป็นเดิมพันธุรกิจครั้งใหญ่ของเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยเฉพาะเป้าหมายการปลุกปั้นเขตธุรกิจใจกลางเมืองเทียบชั้นเส้นสุขุมวิทตลอดสายและ “สามย่านมิตรทาวน์” คือ จิ๊กซอว์ชิ้นล่าสุดที่จะพิสูจน์ฝีมือความเชี่ยวชาญ ท่ามกลางการแข่งขันของบรรดายักษ์อสังหาฯ ที่ต่างพุ่งเป้าผุดโครงการ “มิกซ์ยูส” ทั้งหมด ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ ในเครือทีซีซีกรุ๊ป กล่าวว่า

Read More

อนาคตปาล์มน้ำมันไทย บนมาตรฐานใหม่ของ EU

ความพยายามของกลไกรัฐภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ 2 ในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะการแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ดูจะเป็นหนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขและเสริมเติมให้สังคมเศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นจากอาการป่วยไข้ที่ดำเนินต่อเนื่องและซบเซามาเนิ่นนานตลอดห้วงเวลาการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เพิ่งพ้นสภาพและละจากอำนาจไปหลังจากที่รัฐบาลประยุทธ์ 2 แถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นว่าด้วยราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ กลายเป็นหัวข้อและกระทู้ถาม ซึ่งนอกจากจะสะท้อนสภาพปัญหาของภาคการเกษตรไทยที่มีร่วมกันในแต่ละผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีนัยแฝงถึงการเรียกร้องให้กลไกรัฐเร่งแสวงหาและดำเนินมาตรการเพื่อลดทอนความยากลำบากของเกษตรกรผู้ประกอบการ และวางมาตรการระยะยาวเพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต การกล่าวถึงบทบาทของพืชพลังงานในนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล นอกจากจะเป็นไปเพื่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยกระจายชนิดของเชื้อเพลิงทั้งจากฟอสซิลและจากพลังงานทดแทนอย่างเหมาะสมแล้ว กรณีดังกล่าวยังมีเนื้อหาที่มุ่งส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 และ B100 เพื่อเพิ่มการใช้และดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil: CPO) ด้วยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยยกระดับราคาน้ำมันปาล์มให้สูงขึ้นได้ ท่วงทำนองแห่งมาตรการดังกล่าวได้รับการขับเน้นขึ้นอีก หลังจากที่การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน มีมติขยายระยะเวลาให้ระดับราคาขายปลีกน้ำมันไบโอดีเซลบี 20 ต่ำกว่าดีเซลปกติ (บี 7) ที่อัตรา 5 บาทต่อลิตร จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดอายุในวันที่ 31 กรกฎาคม ออกไปอีก 2 เดือน

Read More

นโยบายพลังงาน เฟืองตัวใหม่ปลุกเศรษฐกิจไทย?

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจไทยที่ดัชนีชี้วัดหลากหลายสะท้อนภาพความตกต่ำไม่ว่าจะเป็นตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การส่งออกที่ติดลบ การชะลอตัวลงของกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่สถานการณ์ราคาพืชผลทางการเกษตรก็ยังไม่มีแนวโน้มจะกระเตื้องขึ้น หรือแม้กระทั่งการท่องเที่ยวที่ซบเซาจากผลของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จนนำไปสู่ข้อกังขาว่ารัฐบาลประยุทธ์ 2 จะนำพารัฐนาวาฝ่าคลื่นลมของปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุมเร้า ไม่ให้เกิดเป็นวิกฤตได้อย่างไร ความเคลื่อนไหวของกลไกรัฐภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นประหนึ่งการเริ่มต้นบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการของรัฐบาลประยุทธ์ 2 จึงได้รับการจับตามองเป็นพิเศษว่าจะนำเสนอมาตรการหรือขับเคลื่อนองคาพยพของสังคมเศรษฐกิจไทยไปในแนวทางที่ได้แถลงนโยบายไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถก่อให้เกิดพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมให้จับต้องได้มากน้อยเพียงใด ประการสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือจะสามารถพยุงหรือฉุดสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซานี้ให้ตื่นฟื้นขึ้นมาได้หรือไม่ การประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการระบุว่ากำลังจะปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย 2561-2580 (Power Development Plan: PDP2018) ทั้งที่แผนดังกล่าวเพิ่งผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 และผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 จึงเป็นจังหวะก้าวที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับการปรับกระบวนทัศน์ของรัฐบาลประยุทธ์ 2 ที่อาจมีผลเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไปของทั้งพลังงานและเศรษฐกิจไทยในอนาคต ก่อนหน้านี้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้แสดงบทบาทนำในการใช้กลไกของนโยบายด้านพลังงานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ด้วยการขยายระยะเวลาในการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ภาคครัวเรือน (กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร) และตรึงราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) สำหรับรถโดยสารสาธารณะต่อไปอีก 2 เดือน (สิงหาคม-กันยายน

Read More

ส่งออกติดลบ ฟันเฟืองเศรษฐกิจไทยตัวไหนทำงาน

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนดูจะยังหลอกหลอน และสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างให้แก่อุตสาหกรรมการส่งออกของไทย ที่เป็นเสมือนฟันเฟืองสำคัญในระบบเศรษฐกิจ หากจะพินิจพิเคราะห์กันอย่างรอบด้านด้วยใจเป็นธรรมแล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังถดถอยอยู่ในขณะนี้ ไทยไม่ได้เป็นประเทศเดียวที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และอีกหลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบกับวิกฤตที่ไม่ต่างกันเท่าใดนัก แต่สำหรับระบบเศรษฐกิจไทยที่มีฟันเฟืองขับเคลื่อนให้เดินไปข้างหน้าได้เพียงไม่กี่ตัว ทำให้หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลว่า ไทยจะหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างไร เมื่อสถานการณ์ส่งออกของไทยอยู่ในภาวะติดลบและขาดดุลในรอบหลายปี นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า ส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะติดลบ 0.64 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปี 2562 มีมูลค่า 251,338 ล้านเหรียญสหรัฐ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการส่งออกไทยคือ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ภาวะชะลอตัว สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทของไทยที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำเอฟทีเอระหว่างเวียดนามและสหภาพยุโรป ที่น่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และกรณี Brexit ห้วงยามนี้ฟันเฟืองการส่งออกของไทยที่เคยเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยดูจะอ่อนประสิทธิภาพลง และหากจะพิจารณาฟันเฟืองตัวอื่นๆ ทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การเกษตร และภาคอุตสาหกรรมล้วนแล้วแต่อยู่ที่ย่ำแย่จนถึงติดลบ แม้จะมีการขยายตัวอยู่บ้างในบางอุตสาหกรรม ทว่าเมื่อพิจารณาตัวเลขการขยายตัวยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าใดนัก ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเปิดเผยข้อมูลตัวเลข รายได้เกษตรกรที่แท้จริงในช่วงเดือนเมษายนหดตัว -3.0 เปอร์เซ็นต์ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเพียง 3.3 เปอร์เซ็นต์ มูลค่าการส่งออกหดตัว -2.6 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายให้ความเห็นว่า ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น แต่เวลานี้คงต้องพิจารณากันใหม่ว่า เมื่อรัฐบาลจัดตั้งเรียบร้อยแล้วจะยังสามารถเรียกความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนได้หรือไม่ เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์

Read More

พิธาน องค์โฆษิต พลิก Passion รุกธุรกิจ

ชื่อนักธุรกิจหนุ่ม พิธาน องค์โฆษิต ติดกระแสฮอตขึ้นมาอีกครั้ง หลังประกาศทุ่มเม็ดเงินส่วนตัวซื้อหุ้นบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จากบริษัทแม่ “มอสเบอร์เกอร์” ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 75% พร้อมเปิดแผนลุยขยายสาขาและกลยุทธ์รุกสมรภูมิฟาสต์ฟู้ดแบบก้าวกระโดดทันที หลายคนรู้จักพิธานในฐานะไฮโซแอมป์ ไม่ใช่นักธุรกิจในสมรภูมิฟู้ดรีเทล แต่หนุ่มคนนี้คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นานนับสิบปี เขาเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของ “บัญชา องค์โฆษิต” มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ผู้บุกเบิกก่อตั้งบริษัท เคซีอี อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้เครื่องหมายการค้า “KCE” ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญขั้นพื้นฐานในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร โทรคมนาคม เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกประเภท ปัจจุบันบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) มีบริษัทย่อยและสำนักงานขายในยุโรป อเมริกา และสิงคโปร์ ติดต่อกับลูกค้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งพิธานถือเป็นกำลังหลักเข้ามาลุยงานให้ครอบครัวมาตลอดตั้งแต่ปี 2548 หลังจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จาก University of California,

Read More

แมคโดนัลด์ปลุกเมนูญี่ปุ่น ส่ง KATSU89 จับเทรนด์ไอดอล

“แมคโดนัลด์” เปิดเกมรุกสมรภูมิเบอร์เกอร์ชนิดเหนือเมฆ หลังจากช่วงต้นปีงัดกลยุทธ์จัดทีม Guest Experience Leader หรือ “น้อง GEL” ในชุดสีชมพูหวานๆ ให้บริการมัดใจลูกค้า โดยล่าสุด ผู้บริหารแมคไทยประกาศจับมือกับค่ายเพลง LOVEiS ดึง 5 สาวจากวง “Sweat16!” ส่งเกิร์ลกรุ๊ปเฉพาะกิจ “KATSU89” เข้ามาปลุกตลาดสร้างกระแสเมนูใหม่สไตล์ญี่ปุ่น “คัตซึชีสเบอร์เกอร์” เตรียมทุ่มงบอัดทั้งอีเวนต์และโปรโมชั่นตลอดช่วง 1 เดือนข้างหน้า แน่นอนว่า แม้ฝ่ายผู้นำตลาดอาจไม่ได้ตั้งใจตอบโต้คู่แข่ง โดยเฉพาะ MOS BURGER เบอร์เกอร์สายพันธุ์ญี่ปุ่นที่เพิ่งประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ดึงนักธุรกิจไทยทุนหนาอย่าง “พิธาน องค์โฆษิต” เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์การตลาด พร้อมๆ กับแผนลุยขยายสาขาทั่วเมืองในเวลารวดเร็วขึ้น แต่ความเคลื่อนไหวของแมคโดนัลด์และมอสเบอร์เกอร์ กำลังเป็น 2 ผู้เล่นที่ปลุกการแข่งขันในสงครามเบอร์เกอร์อย่างน่าตื่นเต้นและดุเดือด จนต้องติดตามว่า ผู้เล่นอีกรายอย่าง “เบอร์เกอร์คิง” จะงัดกลยุทธ์อะไรตามมา สนธยา ตั้งสันติกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า

Read More

มอสเบอร์เกอร์เพิ่มทุนใหญ่ เปิดศึกเขย่า “แมค-ไมเนอร์”

การประกาศเปิดทางให้นักธุรกิจไทย “พิธาน องค์โฆษิต” ซีอีโอบริษัท เคซีอี อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาถือหุ้นใหญ่ “มอสเบอร์เกอร์” น่าจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปิดเกมบุกครั้งใหญ่ที่มีสีสันจัดจ้านมากขึ้น หลังจากใช้เวลาเจาะตลาดไทยนานกว่าสิบปี แต่ขยายสาขาได้เพียง 8 แห่งและยังเจอสมรภูมิคู่แข่งรายใหญ่จนทำให้เบอร์เกอร์สายพันธุ์ญี่ปุ่นเจ้านี้ต้องจำกัดตัวเองอยู่เฉพาะตลาดนิชมาร์เก็ต มีส่วนแบ่งไม่ถึง 1% ขณะเดียวกันตลาดเบอร์เกอร์มีมูลค่าเม็ดเงินนับหมื่นล้านบาท อัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% แต่มีผู้เล่นเพียงไม่กี่รายและเป็นรายใหญ่ที่ยึดครองตลาดมาอย่างยาวนาน เช่น แมคโดนัลด์ เบอร์เกอร์คิง ไม่รวมกลุ่มฟาสต์ฟู้ดไก่ทอดไก่ย่างที่ขอแจมตลาดเบอร์เกอร์ด้วย เช่น เคเอฟซี เท็กซัสชิคเก้น และเชสเตอร์กริลล์ ส่วน “คาร์ล จูเนียร์ (Carl’s Jr)” ของกลุ่ม CKE Restaurants, Inc จากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งความจริงเข้ามาบุกสมรภูมิไทยตั้งแต่ปี 2555 ในฐานะเบอร์เกอร์สไตล์สุขภาพระดับพรีเมียม มีเมนูเอกลักษณ์อยู่ที่แฮมเบอร์เกอร์แบบที่อัดแน่นด้วยเนื้อ ผัก และซอสสูตรต่างๆ เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน นิวซีแลนด์ แต่เมื่อเจอรูปแบบการแข่งขันในไทยกลับไม่สามารถเติบโตตามเป้าหมายและเลือกประคองตัวเจาะตลาดนิชมาร์เก็ต

Read More

วิศวกรรมกับการอนุรักษ์ บทบาทเพื่อโบราณสถานไทย

ประเทศไทยมีแหล่งโบราณคดี โบราณสถาน และโบราณวัตถุ ที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์กระจายอยู่ทั่วประเทศ บางแห่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก บางแห่งได้รับการรับรองจากกรมศิลปากร และมีหลายแห่งที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยวในแต่ละปีได้เป็นจำนวนมาก แต่กระนั้นภาพความทรุดโทรมและพังทลายของแหล่งโบราณสถาน ทั้งจากภัยตามธรรมชาติและกลไกของกาลเวลา รวมไปถึงปัญหาการบูรณะที่คลาดเคลื่อนจากความถูกต้องก็ถูกนำเสนอออกมาให้เห็นไม่น้อยเช่นเดียวกัน ปัจจุบันโบราณสถานของไทยจำนวนมากอยู่ในสภาพทรุดโทรมไปตามกาลเวลา อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงทางโครงสร้าง เกิดการแตกร้าว ทรุด พังทลาย และเสี่ยงต่อการเสียหายที่ไม่อาจซ่อมแซมให้กลับคืนมาได้อีก ที่ผ่านมาประเทศไทยขาดข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาปรับปรุง บูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน ขาดความสามารถในการประเมินความเสียหายของโบราณสถานที่แม่นยำและมีความละเอียด ขาดความชำนาญในการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและองค์ความรู้สมัยใหม่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์เข้ามาช่วยในการบูรณะซ่อมแซม ทำให้โบราณสถานหลายแห่งไม่ได้รับการดูแลและบูรณะอย่างเป็นระบบ “การเริ่มต้นบูรณะโบราณสถานควรนำเอาองค์ความรู้สมัยใหม่ที่มีความเหมาะสมและยั่งยืนมาประยุกต์ใช้ เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะสภาพปัจจุบัน และวิเคราะห์ความมั่นคงของโครงสร้าง ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์โบราณสถาน นอกจากนี้ จะต้องมีการบำรุงรักษาและบูรณะซ่อมแซม รวมถึงประเมินและติดตามสภาพโบราณสถานเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ทราบถึงความเร่งด่วนของการบำรุงรักษาและบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานแต่ละแห่ง เพื่อวางแผนบำรุงรักษาให้โบราณสถานมีความแข็งแรงและมั่นคงสืบไป” รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวถึงที่มาของโครงการวิจัย “การอนุรักษ์โครงสร้างโบราณสถานตามหลักวิศวกรรม” การวิจัยที่จะเข้ามาช่วยให้โบราณสถานในเมืองไทยได้รับการอนุรักษ์ที่เป็นระบบและยั่งยืนมากขึ้น โครงการวิจัยดังกล่าวเน้นการพัฒนาแนวทางเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถานอย่างยั่งยืน โดยใช้หลักการทางวิศวกรรมที่เหมาะสมและมีความทันสมัย ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ จากหลากสถาบันการศึกษา โดยมี รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ “ในการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถานให้ยั่งยืน ปัญหาสำคัญคือเราขาดข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินใจที่จะดำเนินการใดๆ ในอนาคต

Read More

ทางแพร่งขึ้นค่าแรง บนความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย

ความเป็นไปของเศรษฐกิจสังคมการเมืองไทยในห้วงสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ดูจะมีความน่าสนใจติดตามไม่น้อย เพราะนอกจากรัฐบาลใหม่ในนามประยุทธ์ 2 จะมีกำหนดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ซึ่งเป็นประหนึ่งพิธีการก่อนเริ่มบริหารราชการบ้านเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว กรณีดังกล่าวยังเป็นเสมือนการบ่งชี้ทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยในระยะเวลานับจากนี้ และมีสถานะเป็นสัญญาประชาคมที่ย่อมมีนัยความหมายมากกว่าคำมั่นสัญญาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่านโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาจะมีหลากหลายด้าน ทั้งนโยบายว่าด้วยการดูแลราคาสินค้าเกษตรที่กำลังตกต่ำในทุกผลิตภัณฑ์ การแก้ปัญหาการส่งออกตกต่ำ นโยบายด้านการพลังงาน หรือแม้กระทั่งนโยบายที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวเนื่องด้วยความพยายามในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม และการแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพของประชาชนในระดับครัวเรือน หากแต่นโยบายที่ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ยังไม่มีการแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการกลับอยู่ที่นโยบายว่าด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ประกอบการในหลากหลายอุตสาหกรรม และนำไปสู่การแสดงออกซึ่งท่าทีคัดค้านในการเร่งรัดผลักดันนโยบายดังกล่าว ในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ในมุมมองของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม แม้ว่านโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาท จะดำเนินไปภายใต้ผลของการรณรงค์หาเสียงในช่วงก่อนการเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ หากแต่ภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังตกต่ำและไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวโดยง่ายนี้ การปรับขึ้นค่าแรงในห้วงเวลาขณะนี้ย่อมต้องส่งผลกระทบด้านลบต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อย่างยากที่จะเลี่ยง ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ การปรับขึ้นค่าแรงที่ผ่านมาดำเนินการผ่านคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคี ขณะที่ค่าจ้างแรงงานในแต่ละพื้นที่มีอัตราไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพของพื้นที่นั้นๆ อีกด้วย ประเด็นที่ภาคเอกชนได้สะท้อนออกมาต่อกรณีการขึ้นค่าจ้างแรงงานครั้งใหม่นี้ อยู่ที่การเรียกร้องให้ภาครัฐเน้นความสำคัญของการปรับเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้แรงงานมีโอกาสได้รับรายได้มากขึ้น โดยไม่เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้อย่างแน่นอน เพราะผู้ประกอบการเอกชนกลุ่มนี้เชื่อว่า ภายใต้การปรับขึ้นค่าแรงตามนโยบายของรัฐบาลใหม่นี้ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จะเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวมากกว่าแรงงานไทย ซึ่งจะทำให้ไทยต้องเสี่ยงต่อการสูญเสียผลประโยชน์มากถึงพันล้านหรือมากถึงหมื่นล้านบาท โดยค่าแรงส่วนนี้ไม่ได้หมุนกลับมาเป็นแรงกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากนัก ขณะที่แรงงานคนไทยส่วนใหญ่ได้รับอัตราค่าแรงในอัตราที่ดีขึ้นอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การมุ่งปรับทักษะฝีมือแรงงานของแรงงานไทยให้สูงขึ้นสำหรับรองรับพัฒนาการทางการผลิตในอนาคต ความกังวลใจในกรณีการปรับขึ้นค่าแรงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการเท่านั้น หากแต่ในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานจำนวนไม่น้อยก็ได้สะท้อนความกังวลใจต่อเรื่องดังกล่าว เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการที่นักลงทุนจากต่างประเทศจะย้ายฐานการผลิตไปสู่ประเทศอื่นๆ ที่มีต้นทุนแรงงานต่ำกว่า ซึ่งทำให้แรงงานจำนวนไม่น้อยอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะตกงาน

Read More

วัดพระมหาธาตุ จากมรดกไทยสู่มรดกโลก

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาข่าวคราวความเคลื่อนไหวในแวดวงมรดกโลกเป็นที่สนใจของสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังจากที่ยูเนสโกประกาศรายชื่อสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกประจำปี 2562 ซึ่งประเทศไทยได้เสนอชื่อกลุ่มป่าแก่งกระจานในการคัดเลือกครั้งนี้ด้วย คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้จัดการประชุมเพื่อคัดเลือกแหล่งมรดกโลกครั้งที่ 43 ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการได้ประกาศรายชื่อมรดกโลกแห่งใหม่ประจำปีทั้งแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมและมรดกโลกทางธรรมชาติออกสู่สากลรวม 29 แห่ง โดยมี 3 แห่งอยู่ในอาเซียน คือ พุกาม (Bagan) ประเทศเมียนมา, ทุ่งไหหิน สปป. ลาว และเหมืองถ่านหินอมบีลินแห่งซาวะฮ์ลุนโต ประเทศอินโดนีเซีย (Ombilin Coal Mining Heritage of Sawahlunto) รวมถึงอุทยานแห่งชาติวัตนาเยอคูลล์ ประเทศไอซ์แลนด์ (Vatnajökull National Park),

Read More