Home > เฉลิมชัย มหากิจศิริ

ความคืบหน้าศึกเนสกาแฟ “เนสท์เล่” ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก “มหากิจศิริ” 577 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้มีนัดไกล่เกลี่ย ระหว่างคู่กรณี จากการที่บริษัทในเครือ เนสท์เล่ เอส. เอ. ที่สวิตเซอร์แลนด์ในฐานะเจ้าของเครื่องหมายการค้า เนสกาแฟ และเนสท์เล่ ไทย ในฐานะผู้ได้รับสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าเนสกาแฟในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ได้ยื่นฟ้องนายประยุทธ มหากิจศิริ และนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จากการกระทำที่กระทบสิทธิในเครื่องหมายทางการค้าเนสกาแฟ โดยเนสท์เล่เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 577 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากค่าเสียหายจากการที่เนสท์เล่ต้องหยุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสกาแฟไป 8 วัน ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวยืนยันว่า เนสท์เล่ ไทย เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้า "Nescafe" และ "เนสกาแฟ" ในประเทศไทย คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มาศาลเพื่อร่วมขั้นตอนไกล่เกลี่ย โดยนายเฉลิมชัย มหากิจศิริและตัวแทนของเนสท์เล่ ไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ จึงให้คู่ความเข้ากระบวนการพิจารณาคดีและกำหนดประเด็นข้อพิพาทต่อไปในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 นี้ ก่อนหน้านี้ เนสท์เล่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกกิจการบริษัท

Read More

ตรวจแนวรบตลาดกาแฟ จับตาจุดเปลี่ยน เกมโต้กลับ

ข้อพิพาทการฟ้องร้องระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลก “เนสท์เล่” เจ้าของแบรนด์ “Nescafé” กับกลุ่มตระกูล “มหากิจศิริ” ซึ่งถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส (QCP) ในฐานะผู้ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2533 ทำให้วงการต่างจับตาตลาดกาแฟสำเร็จรูปที่มีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท จะเกิดจุดเปลี่ยนหรือไม่ ขณะเดียวกันภาพรวมตลาดกาแฟในประเทศไทยราว 6 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตทุกปี 8-9% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มทรีอินวันและกาแฟผงสำเร็จรูปยังมีสัดส่วนมากสุดกว่า 85% ซึ่งเนสกาแฟถือเป็นเบอร์ 1 ในตลาดประเทศไทย และแน่นอนว่า QCP สามารถกอบโกยรายได้ เป็นขุมทรัพย์ใหญ่ของตระกูลมหากิจศิริ ทั้งนี้ ผลประกอบการย้อนหลังจากงบการเงินที่ QCP ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2562 มีรายได้รวม 15,177.52 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,389.32 ล้านบาท ปี 2563 รายได้รวม 15,772.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ

Read More

พิธาน องค์โฆษิต พลิก Passion รุกธุรกิจ

ชื่อนักธุรกิจหนุ่ม พิธาน องค์โฆษิต ติดกระแสฮอตขึ้นมาอีกครั้ง หลังประกาศทุ่มเม็ดเงินส่วนตัวซื้อหุ้นบริษัท มอส ฟูดส์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จากบริษัทแม่ “มอสเบอร์เกอร์” ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 75% พร้อมเปิดแผนลุยขยายสาขาและกลยุทธ์รุกสมรภูมิฟาสต์ฟู้ดแบบก้าวกระโดดทันที หลายคนรู้จักพิธานในฐานะไฮโซแอมป์ ไม่ใช่นักธุรกิจในสมรภูมิฟู้ดรีเทล แต่หนุ่มคนนี้คร่ำหวอดอยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นานนับสิบปี เขาเป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของ “บัญชา องค์โฆษิต” มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ผู้บุกเบิกก่อตั้งบริษัท เคซีอี อิเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้เครื่องหมายการค้า “KCE” ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญขั้นพื้นฐานในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร โทรคมนาคม เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกประเภท ปัจจุบันบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) มีบริษัทย่อยและสำนักงานขายในยุโรป อเมริกา และสิงคโปร์ ติดต่อกับลูกค้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งพิธานถือเป็นกำลังหลักเข้ามาลุยงานให้ครอบครัวมาตลอดตั้งแต่ปี 2548 หลังจบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จาก University of California,

Read More