Home > Cover Story (Page 95)

“ลิซ่า” ปลุกเคานต์ดาวน์ สินค้าโหนกระแสยาวๆ

กระแสลิซ่า แบล็คพิงก์ (BLACKPINK) ร้อนแรงเดือดๆ อีกครั้ง เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิพัฒน์ รัชกิจประการ เผยไอเดียทาบทาม ลลิษา มโนบาล ศิลปินเคป๊อปสายเลือดไทยชื่อดังระดับโลก และ อันเดรอา โบเชลลี นักร้องโอเปราชื่อดังของโลก ร่วมงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2022 หวังปลุกอีเวนต์ระดับโลกพลิกสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย ตามแผนของพิพัฒน์ตั้งเป้าหมายทุ่มทุนงบกว่า 500-600 ล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณของรัฐบาล 200 ล้านบาท และงบจากเอกชนอีก 300-400 ล้านบาท โดยติดต่อกับผู้ประสานงานแล้ว และพิจารณาตารางงานเบื้องต้นมีความเป็นไปได้ แต่ต้องหารือกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนต่อไป ส่วนประเด็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนท้วงติงค่อนข้างสูงนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวฯ พยายามชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งมั่นใจจะคุ้มค่ามาก ทั้งในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ เพราะการจัดงานครั้งนี้ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นและปลุกกำลังใจให้คนไทยที่ต้องอยู่กับการระบาดโควิด-19 มาเกือบ 2 ปี เบื้องต้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางตัวลิซ่า แบล็คพิงก์ ร่วมเคานต์ดาวน์ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อจัดอีเวนต์ระดับโลกโปรโมตภูเก็ตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) ส่วนอันเดรอา โบเชลลี ศิลปินที่เคยแสดงคอนเสิร์ตเรียกน้ำตาจากคนทั่วโลกที่มหาวิหารดูโอโม

Read More

“เจริญ” ดันซิลิคอนแวลลีย์ ท้ารบ “ดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค”

“เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดตัวโปรเจกต์ “สีลม เอจ (Silom Edge)” ตามยุทธการขยายอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ภายใต้อุ้งมือ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ที่ลุยยึดทำเลทองทุกสี่แยกตลอดแนวเส้นพระราม 4 ไล่มาตั้งแต่เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ เดอะปาร์ค วัน แบงค็อก และสามย่านมิตรทาวน์ โดยรอบนี้หวังปักหมุดซิลิคอนแวลลีย์เมืองไทย เจาะคน Gen ใหม่ในยุคดิจิทัล ธุรกิจ Start-Up และแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะเดียวกันยังเป็นยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์และขมวดรวมศูนย์สู่โครงการ One Bangkok เมืองระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในศตวรรษที่ 21 สำหรับโครงการ สีลม เอจ ยึดพื้นที่หัวมุมถนนสีลม หรือบริเวณห้างโรบินสันเก่า โดยได้รับสิทธิ์การเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ระยะเวลา 30 ปี พื้นที่โครงการรวม 50,000 ตารางเมตร มีพื้นที่ให้เช่า 22,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นอาคารสำนักงาน 12,000 ตารางเมตร และพื้นที่ค้าปลีก 10,000 ตารางเมตร

Read More

ท่องเที่ยวลุ้น 2 เดือนผ่านฉลุย กรุยทางรายได้ 1 ล้านล้าน

ธุรกิจท่องเที่ยวเร่งนับถอยหลังการเปิดประเทศแบบไม่ต้องกักตัว ดีเดย์ 1 พฤศจิกายนนี้ หวังพลิกฟื้นสถานการณ์หลังเจอวิกฤตโควิดแพร่ระบาดยาวนานกว่า 3 ปี สูญเม็ดเงินรายได้หลายแสนล้านบาท และต้องถือเป็น 2 เดือนสุดท้ายของปีก่อนเข้าสู่เทศกาลเคานต์ดาวน์และปีใหม่ หากทุกอย่างผ่านฉลุยพร้อมๆ กับยอดผู้ติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวทั้งไทย-เทศ มีความมั่นใจกับมาตรการด้านสาธารณสุขบวกกับแผนกระตุ้นต่างๆ โดยเฉพาะแผนการทาบทาม ลิซ่า แบล็คพิงก์ และอันเดรอา โบเชลลี ร่วมงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ 2022 เพื่อปลุกกระแสครั้งใหญ่ นั่นย่อมหมายถึงการกลับมาเติบโตอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง โดยเฉพาะเม็ดเงินรายได้จากกลุ่มทัวร์ต่างชาติ ทั้งนี้ ตามแผนการเปิดประเทศโดยไม่ต้องกักตัว มีเงื่อนไขสำคัญ คือต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือครบโดส และมีหลักฐานผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ที่รับรองผลด้วยประเทศต้นทางไม่เกิน 72 ชั่วโมง และมีการตรวจหาเชื้ออีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย หากผลเป็นลบ (negative) จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน หรือ 7 วัน เหมือนในอดีต ขณะที่การเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่

Read More

“สาธร อุพันวัน” 16 ปี บนเส้นทางการศึกษา กับแนวคิด “EdTech & Lifelong Learning”

“เราเริ่มทำออนดีมานด์ในปี 2548 ด้วยความตั้งใจหลักคือต้องการพัฒนาการศึกษา สร้างโอกาสให้กับเด็กไทย และช่วยพัฒนาสังคมโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือ ซึ่งตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ออนดีมานด์ไม่ใช่แค่โรงเรียนกวดวิชา แต่มันคือช่องทางที่ทำให้เราในฐานะเอกชนสามารถเข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษาได้” บทสนทนาเริ่มต้นระหว่าง “ผู้จัดการ 360” กับ “สาธร อุพันวัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผู้ก่อตั้งออนดีมานด์ สถาบันกวดวิชาอันดับหนึ่งของประเทศ กับบทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาการศึกษาของไทยที่ดำเนินมากว่า 16 ปี จากบัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาธรเริ่มต้นการทำงานในภาคการเกษตรของเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ราวๆ 6-7 ปี ก่อนที่จะเบนเข็มสู่เส้นทางธุรกิจด้านการศึกษา จากคำชวนของ โหน่ง-สุธี อัสววิมล ผู้ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นอีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้งออนดีมานด์ สาธรเล่าว่า “เรามีโอกาสเข้าไปทำโปรเจกต์โรงเรียนในโรงงาน ไปช่วยสอนหนังสือพี่ๆ ป้าๆ ที่เป็นพนักงานในโรงงานดอกไม้ประดิษฐ์ที่โหน่งเขาทำอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือ ปรากฏว่าผ่านไป 6 เดือน ป้าๆ สามารถอ่านออกเขียนได้ เหมือนเขาได้ชีวิตใหม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามาทำงานด้านการศึกษาในรูปแบบการส่งเสริมการศึกษาในภาคเอกชน เพราะเราเชื่อว่าการศึกษามันช่วยพัฒนาสังคมได้” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองคนร่วมกันก่อตั้งสถาบันกวดวิชาออนดีมานด์ขึ้นในปี 2548 เพื่อเป็นช่องทางในการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กไทย โดยเป็นโรงเรียนกวดวิชาที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนแบบหนึ่งต่อหนึ่งเป็นรายแรกๆ ในเมืองไทย ซึ่งแตกต่างจากโรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่ในยุคนั้น “ในสมัยนั้นอุปกรณ์ต่างๆ แพงมาก

Read More

คิดต่างอย่าง “OnDemand” กับคอนเซ็ปต์ที่เป็นมากกว่าโรงเรียนกวดวิชา

ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง มีผู้ประกอบการจำนวนมากทั้งรายใหญ่รายย่อยกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่จากวิกฤตโควิด-19 และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจกวดวิชาต่างได้รับผลกระทบและต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ในขณะที่โรงเรียนกวดวิชาหลายแห่งกำลังปรับตัว บางแห่งสามารถไปต่อได้ แต่บางแห่งจำเป็นต้องปิดตัวลงหรือยุบรวมสาขาเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ “ออนดีมานด์” (OnDemand) สถาบันกวดวิชาเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย กลับยืนหยัดและยังคงศักยภาพในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโจทย์ยากที่ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชากำลังเผชิญ “ตั้งแต่วันแรกที่เราตัดสินใจทำออนดีมานด์ เราไม่ได้วาดภาพของการเป็นโรงเรียนกวดวิชา แต่ออนดีมานด์คือช่องทางที่ทำให้เราในฐานะเอกชนสามารถเข้าสู่เส้นทางในการพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยได้ เพราะฉะนั้นการออกแบบการเรียนการสอน การจัดรูปแบบองค์กร จึงแตกต่างจากโรงเรียนกวดวิชาทั่วไป” สาธร อุพันวัน ผู้ก่อตั้งออนดีมานด์ เปิดเผยกับ “ผู้จัดการ 360” ถึงความเป็นมาของสถาบันกวดวิชาที่คิดต่างตั้งแต่เริ่มต้น ย้อนกลับไปในปี 2548 ในยุคสมัยที่รูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่เป็นการเรียนในห้องเรียนหรือผ่านทีวี แต่ออนดีมานด์เป็นสถาบันกวดวิชาที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการเรียนการสอนแบบหนึ่งต่อหนึ่งรายแรกในเมืองไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับแวดวงกวดวิชาในยุคสมัยนั้น สาธรอธิบายแนวคิดของออนดีมานด์เพิ่มเติมว่า เพราะจุดตั้งต้นในการสร้างออนดีมานด์คือต้องการพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กไทย ดังนั้นจึงพยายามหาวิธีการเรียนการสอนที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เรียนมากที่สุด จึงกลายเป็นที่มาของการใช้คอมพิวเตอร์ในการสอน เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่สามารถช่วยพัฒนาระบบการศึกษาได้ การเรียนการสอนของออนดีมานด์นอกจากเรียนจากครูผู้สอนโดยตรงในห้องแล้ว ผู้เรียนยังสามารถเรียนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถกำหนดเวลาเรียน จะหยุดจะเริ่มตรงไหน ปรับความเร็ว/ช้า เหมือนปรับสปีดเวลาดูยูทูบได้ตามความต้องการของผู้เรียน ตรงตามคอนเซ็ปต์ของคำว่า “OnDemand” อีกทั้งยังมีทีมวิชาการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละวิชาคอยให้คำแนะนำและหาคำตอบให้กับผู้เรียนผ่านระบบหลังบ้านอย่าง “clear” เพียงผู้เรียนแคปเจอร์หน้าจอในบทเรียนที่ไม่เข้าใจส่งเข้าระบบ ทีมวิชาการจะเป็นผู้หาคำตอบและอธิบายเพิ่มเติมให้กับผู้เรียนตลอด 24 ชั่วโมง และคอยช่วยครูผู้สอนอีกทางหนึ่ง นอกจากภาควิชาการแล้ว สิ่งที่ทำให้ออนดีมานด์ต่างจากสถาบันกวดวิชาอื่นๆ คือ เพิ่มการแนะแนวให้กับเด็กๆ

Read More

น้ำท่วมปี’64 จมนาข้าวนับล้านไร่ เสี่ยงหนี้ครัวเรือนภูมิภาคสูงขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นมา ทั้งผลพวงจากร่องความกดอากาศต่ำที่เกิดจากพายุโกเซิน พายุเตี้ยนหมู่ ก่อให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดของประเทศไทย แม้บางพื้นที่สถานการณ์จะคลี่คลายและกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็ตาม แต่ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ยังต้องรับมือกับมวลน้ำในครั้งนี้ แม้ว่าปริมาณน้ำจะยังไม่เท่ามหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 ก็ตาม ความแปรปรวนของสภาพอากาศของโลกก่อให้เกิดพายุขึ้นอีกหลายลูก แม้ว่าความรุนแรงของพายุเหล่านั้นจะลดลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศกำลังแรงแล้วก็ตาม แต่อิทธิพลนั้นทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ หากจะมองในแง่มุมของภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครสามารถกำหนดหรือหยุดยั้งได้ ทว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อเรือกสวนไร่นาที่เพียงรอเวลาเก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คงเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับความสูญเสียครั้งนี้ เพราะสำหรับบางครอบครัวนั่นอาจหมายถึงรายได้หลักที่เกษตรกรรอคอยมาทั้งปี สถานการณ์ความยากลำบากที่เกิดจากมหันตภัยโรคระบาดอย่างโควิด-19 สร้างบาดแผลให้แก่ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ แต่เหล่าเกษตรกรและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำตอนนี้คงคล้ายกับถูกโชคชะตากระหน่ำซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายหนักกว่าอีกหลายเท่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ว่า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือจีดีพีประมาณ 0.1-0.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งความเสียหายแบ่งเป็นพืชเกษตร 6,349.51 ล้านบาท สิ่งสาธารณะ 4,972.20 ล้านบาท การค้า 1,316.10 ล้านบาท บ้านเรือน 1,320.30 ล้านบาท ปศุสัตว์ 753.90 ล้านบาท และอื่นๆ อีก 324 ล้านบาท ขณะที่นาข้าวจมน้ำไปกว่า 2 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับผลกระทบประมาณ 3 ล้านคน ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปต่างรอคอยให้ภาครัฐออกมาตรการผ่อนปรน โดยหวังว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ เช่น

Read More

ดับบลิวเอชเอ เดินหน้าธุรกิจโค้งสุดท้าย เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมในประเทศไทยอันเนื่องมาจากการระงับการเดินทางชั่วคราว แต่ความต้องการที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมของกลุ่มลูกค้ายังคงมีอยู่ต่อเนื่อง รายงานจากวิจัยกรุงศรี ระบุว่า ณ สิ้นปี 2563 ยอดขายและเช่าที่ดินนิคมอุตสาหกรรมสะสมทั่วประเทศรวมเป็นพื้นที่ 123,861 ไร่ หรือคิดเป็น Occupancy rate ที่ 76.4% ลดลงจาก 77.5% ในปี 2562 แต่คาดการณ์ว่าช่วงปี 2564-2566 ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโต โดยคาดว่ายอดขายและให้เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม ช่วง 3 ปีข้างหน้าจะขยายตัวเฉลี่ย 20% ต่อปี เช่นเดียวกับรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ทั้งการค้าระหว่างประเทศ การส่งออก และการลงทุนจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) หนึ่งในผู้นำในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมแบบครบวงจรรายใหญ่ของเมืองไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เร่งเครื่องธุรกิจในเครือลุยโค้งสุดท้ายของปี ทั้งโลจิสติกส์ สาธารณูปโภค พลังงาน และนิคมอุตสาหกรรม เตรียมพร้อมทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล ตั้งเป้าปี 2564 เติบโต 30% “การดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ถือเป็นเส้นทางที่มีความท้าทายแต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ เรามองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

Read More

ปีโป้ M-150 กลยุทธ์ “ชูกำลัง” โนลิมิต

ยักษ์ใหญ่ชูกำลัง “โอสถสภา” เดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ พร้อมๆ กับการรุกขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะแคมเปญล่าสุด การจับมือกับบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) ส่ง “เยลลี่ปีโป้ กลิ่น M-150” ลิมิเต็ดเอดิชัน เข้ามาสร้างสีสัน ตอกย้ำไอเดียโนลิมิต ได้ทั้งกระแสไวรัลและปลุกยอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวไม่ถึงเดือน ที่สำคัญ แค่ชื่อของ 2 บิ๊ก กระตุกความสนใจของผู้คนได้ทันที เพราะใครจะเชื่อว่า แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลังสามารถบวกเข้ากับเยลลี่เด็กๆ ที่โลดแล่นอยู่ในตลาดมากกว่า 37 ปี กลายเป็นเยลลี่คาราจีแนน ผสมน้ำองุ่นขาว 15% ที่ไม่ได้มีส่วนผสมของเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แต่งัดกิมมิกกลิ่นผลไม้คล้ายๆ M-150 เป็นตัวเปิดเกมสร้างโอกาสเจาะกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่และดึงกลุ่มผู้ใหญ่ หรือ “คนเคยเด็ก” กลับมาชิมเยลลี่รสแหวกแนว ขณะเดียวกัน ทั้ง M-150 และปีโป้ ต่างมี Story ร่วมกันมานานหลายปีแล้ว จากกระแสความชื่นชอบเมนูเครื่องดื่มสูตร M-150 ใส่ปีโป้ หวานๆ เปรี้ยวๆ ถึงขั้นมีการคิดค้นสูตรใหม่ๆ เช่น

Read More

ธุรกิจเรียงคิวจี้ปลดล็อก ลดเคอร์ฟิวแลกเลิกจ้าง

ต้องจับตาการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค. ชุดเล็กนัดต่อไปจะมีท่าทีอย่างไรกับการผ่อนคลายกิจการเพิ่มเติมและปรับเวลาเคอร์ฟิว เพื่อนำเสนอ ศบค. ชุดใหญ่ หลังหลายๆ ธุรกิจแห่ยื่นข้อเรียกร้องกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างถึงผลกระทบต่อแรงงานนับแสนที่มีสิทธิ์ถูกเลิกจ้างได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ หากดูประเภทกิจการที่ ศบค. เปิดไฟเขียวเพิ่มเติมจากการประชุมนัดก่อน ได้แก่ ร้านทำเล็บ ธุรกิจสปา ร้านนวด ธุรกิจโรงภาพยนตร์ และการเล่นดนตรีในร้านอาหาร จำนวนนักดนตรีไม่เกิน 3 คน แต่ดูเหมือนการผ่อนคลายยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารออกมาเคลื่อนไหวผลักดันให้รัฐบาลเร่งลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวลงอีก จากปัจจุบันกำหนดช่วงเวลาระหว่าง 22.00-04.00 น. ธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ระบุว่า จากการติดตามสอบถามธุรกิจร้านอาหารและอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น นักดนตรี พนักงานต้อนรับ หลังผ่อนคลายกิจการเพิ่มเติมและลดเวลาเคอร์ฟิวอีก 1 ชั่วโมง จากเวลา 21.00 น.-04.00 น เป็น 22.00-04.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับผลบวกใดๆ

Read More

CPN เปิดศึกดูดคนเข้าห้าง ดัน “มิกซ์ยูส+The 1 Biz”

แม้การคลายล็อกเปิดโอกาสให้นักชอปแห่จับจ่ายในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น แต่บรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกต่างทุ่มงบอัดกลยุทธ์รัวๆ เพื่อปลุกความมั่นใจ ท่ามกลางกระแสความหวั่นวิตกเรื่องการแพร่ระลอก 5 โดยเฉพาะค่ายเซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) ที่มีศูนย์การค้ามากถึง 34 แห่ง บริหารพื้นที่ให้เช่ากว่า 1.8 ล้านตารางเมตร ซึ่งทุกตารางเมตรหมายถึงเม็ดเงินรายได้ทั้งสิ้น การสร้างแรงดึงดูดจึงเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่การฝ่าปัจจัยลบวิกฤตการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุดเกิดสถานการณ์น้ำท่วมมากกว่า 30 จังหวัด พื้นที่การเกษตรเสียหาย บวกกับปัญหาน้ำมันแพงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อ รวมถึงการต่อสู้ในสงครามชอปปิ้งออนไลน์ที่แย่งชิงกลุ่มลูกค้าไปจำนวนมากและกลายเป็นเทรนด์บริโภคหลักของผู้คนทุกเพศ ทุกวัย อย่างไรก็ตาม ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซีพีเอ็นเร่งวางทิศทางการพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูสอย่างต่อเนื่องและช่วงต้นปี 2564 วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกมาประกาศเดินหน้า 4 โครงการมิกซ์ยูส แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ได้แก่ โครงการเซ็นทรัล ศรีราชา จะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ โครงการเซ็นทรัล อยุธยา จะเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายน 2564 โครงการเซ็นทรัล จันทบุรี

Read More