Home > M-150

เปิดฉาก Strategic Move! ‘โอสถสภา’ กางโรดแมปใหญ่ ขับเคลื่อนนวัตกรรมเครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับ 1 ของไทยสู่เวทีโลก

เปิดฉาก Strategic Move! ‘โอสถสภา’ กางโรดแมปใหญ่ใน THAIFEX 2026 ขับเคลื่อนนวัตกรรมเครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับ 1 ของไทยสู่เวทีโลก บมจ. โอสถสภา (OSP) ประกาศความยิ่งใหญ่ในงาน ‘THAIFEX – ANUGA ASIA 2026’ ชูแนวคิด ‘Thailand's No.1 Energy, Powering the World’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับ 1 ของไทยในระดับสากล การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็น Strategic Move ครั้งสำคัญเพื่อเชื่อมต่อความแข็งแกร่งจากตลาดในประเทศ สู่การสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) และขยายฐานธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลก นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า “การร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA

Read More

เจาะกลยุทธ์การเติบโต “โอสถสภา” จากยากฤษณากลั่น สู่อาณาจักร FMCG

ปี 2569 เป็นปีที่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือที่หลายคนมักเรียกติดปากว่า “โอสถสภา เต๊กเฮงหยู” เดินทางบนโลกธุรกิจมาครบ 135 ปี จากร้านขายยาเล็กๆ ย่านสำเพ็ง สู่การเติบโตจนเป็นเจ้าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแบรนด์ในเครือกว่า 20 แบรนด์ และขยายธุรกิจไปกว่า 40 ประเทศทั่วโลก “โอสถสภา” เริ่มต้นจากร้านขายยาในย่านสำเพ็ง ภายใต้ชื่อ “เต๊กเฮงหยู” ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2434 โดย นายแป๊ะ แซ่ลิ้ม (ต้นตระกูลโอสถานุเคราะห์) ที่ได้นำสูตรยาจีนโบราณที่มีชื่อว่า “ยากฤษณากลั่น ตรากิเลน” ซึ่งมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการท้องเสียและปวดท้องต่างๆ มาวางจำหน่าย และด้วยประสิทธิผลของยาทำให้ยากฤษณากลั่นกลายเป็นที่รู้จักและนิยมใช้กันมาก รวมถึงมีการทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 เพื่อใช้ในการซ้อมรบของกิจการเสือป่า จนได้รับการแนะนำในพระราชนิพนธ์ “กันป่วย” ของพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และนำมาสู่การพระราชทานเข็มเสือป่า และทรงประทานนามสกุลให้แก่นายแป๊ะ อีกด้วยว่า “โอสถานุเคราะห์” จากสำเพ็ง ร้านเต๊กเฮงหยูได้ย้ายไปยังถนนเจริญกรุง

Read More

ปีโป้ M-150 กลยุทธ์ “ชูกำลัง” โนลิมิต

ยักษ์ใหญ่ชูกำลัง “โอสถสภา” เดินหน้าสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ พร้อมๆ กับการรุกขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะแคมเปญล่าสุด การจับมือกับบริษัท ยูโรเปี้ยนฟู้ด จำกัด (มหาชน) ส่ง “เยลลี่ปีโป้ กลิ่น M-150” ลิมิเต็ดเอดิชัน เข้ามาสร้างสีสัน ตอกย้ำไอเดียโนลิมิต ได้ทั้งกระแสไวรัลและปลุกยอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเปิดตัวไม่ถึงเดือน ที่สำคัญ แค่ชื่อของ 2 บิ๊ก กระตุกความสนใจของผู้คนได้ทันที เพราะใครจะเชื่อว่า แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลังสามารถบวกเข้ากับเยลลี่เด็กๆ ที่โลดแล่นอยู่ในตลาดมากกว่า 37 ปี กลายเป็นเยลลี่คาราจีแนน ผสมน้ำองุ่นขาว 15% ที่ไม่ได้มีส่วนผสมของเครื่องดื่มบำรุงกำลัง แต่งัดกิมมิกกลิ่นผลไม้คล้ายๆ M-150 เป็นตัวเปิดเกมสร้างโอกาสเจาะกลุ่มลูกค้าหน้าใหม่และดึงกลุ่มผู้ใหญ่ หรือ “คนเคยเด็ก” กลับมาชิมเยลลี่รสแหวกแนว ขณะเดียวกัน ทั้ง M-150 และปีโป้ ต่างมี Story ร่วมกันมานานหลายปีแล้ว จากกระแสความชื่นชอบเมนูเครื่องดื่มสูตร M-150 ใส่ปีโป้ หวานๆ เปรี้ยวๆ ถึงขั้นมีการคิดค้นสูตรใหม่ๆ เช่น

Read More

เครื่องดื่มชูกำลัง แข่งขันชูภาพลักษณ์?

 “M 150 ขวด, บาว ขวด หรือ กระทิงแดง ขวดหนึ่ง” มักเป็นคำได้ยินทุกวันในร้านโชวห่วยทั้งประเทศ เรียกได้ว่าทุกร้านต้องมีแช่ติดตู้ไว้เลยทีเดียว เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy drink) เป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของสารกาเฟอีนในปริมาณไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่อ 1 ขวด (100-150 มิลลิลิตร) เครื่องดื่มชนิดนี้ส่วนใหญ่เน้นไปทางด้านพลังงาน นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ข้อมูลพื้นฐานของเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า “เครื่องดื่มชนิดนี้มีความใกล้เคียงกันกับเครื่องดื่มที่ไม่มีส่วนผสมของกาเฟอีน โดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องดื่มชนิดนี้จะนิยมดื่มในหมู่ผู้ใช้แรงงาน และคนที่ทำงานหนักเนื่องจากเมื่อทำงานเสร็จร่างกายจะอ่อนเพลีย จึงต้องการพลังงานชดเชยกลับมา” หากย้อนรอยไปในช่วงแรกเครื่องดื่มชูกำลังจะไม่ออกจำหน่ายในท้องตลาด แต่เริ่มมีเป็นครั้งแรกในประเทศสกอตแลนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2444 โดยบริษัทที่ชื่อ “ไอรัล-บลู” โดยผู้ที่คิดค้นคือ “ไอรัล บริว” หลังจากนั้นก็มีการแพร่หลายไปอีกหลายประเทศ และในวงการต่างๆ เช่นโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้กลับมาแข็งแรง จนถึงช่วงทศวรรษ 1980 จุดประสงค์ของการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังก็ถูกเปลี่ยนเป็น “ดื่มเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไป” เครื่องดื่มชูกำลังออกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1960 โดยการปรับปรุงรสชาติให้ดีขึ้น และการโฆษณาเครื่องดื่มชูกำลังโดยใช้นักกีฬาฟุตบอลคนหนึ่งซึ่งสังกัดทีมฟลอริดา โดยใช้ชื่อยี่ห้อว่า “เกตเตอเรท” โดยคราวนี้มีการปรับปรุงสูตรเพื่อให้สามารถรักษาพลังงานให้ยาวนานขึ้น สำหรับประเทศไทยนั้น เครื่องดื่มชูกำลังเข้ามาครั้งแรกโดยลิโพวิตันดี เมื่อปี พ.ศ.

Read More