Home > Cover Story (Page 7)

ทั่วโลกหนุนเศรษฐกิจเวลเนส 7.9 ล้านล้านดอลลาร์ เมกะเทรนด์โลก หนุนจีดีพีโต

Wellness Economy กลายเป็นเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจเวลเนสของโลกมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญ โดยในปี 2567 มีมูลค่า6.8ล้านล้านดอลลาร์ ปี 2568 มีมูลค่า 7.3 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าปี 2569 มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.9 ล้านล้านดอลลาร์ และในระยะยาวปี 2572 อาจมีมูลค่าสูงถึง 9.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และจะมีสัดส่วนต่อ GDP โลกเพิ่มขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเวลเนสในประเทศไทยถูกมองว่ามีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.3 ล้านล้านบาท อัตราการเติบโตอยู่ที่ 28% เมื่อเทียบกับปี 2565 ปัจจัยที่มีส่วนขับเคลื่อนสำคัญคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เทรนด์สุขภาพไม่ใช่แค่กระแส หรือค่านิยม แต่กำลังกลายเป็นระบบที่ถูกยกระดับการรักษา สู่การป้องกัน และการดูแลสุขภาพเพื่อเป้าหมายของการมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน เมกะเทรนด์ Health & Wellness ที่กำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่งที่น่าจับตาว่า ปัจจุบันคนไทยและทั่วโลกให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ทั้งในแง่การหาข้อมูลจากงานวิจัย

Read More

10 ปีในไทย มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. ยังโตต่อ เดินหน้าขยาย 210 สาขาใหม่ พร้อมทุ่มงบ 4,000 ล้านบาท

จากร้านแรกในไทยเมื่อปี 2559 ปัจจุบัน “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” (MR. D.I.Y.) อยู่ในเมืองไทยมาครบ 10 ปี และเป็น 10 ปีที่มีการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มีสาขาที่เปิดให้บริการรวม 1,127 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และให้บริการลูกค้ามากกว่า 120 ล้านรายต่อปี “ช่วง 1-5 ปีแรก ของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ในประเทศไทย เป็นช่วงที่เราลองผิดลองถูก เรียนรู้และปรับโมเดลธุรกิจ ตลอดจนรูปแบบของร้าน เพื่อให้เหมาะกับประเทศไทย 5 ปีแรก เราเปิดสาขาไป 250 สาขา พอเข้าปีที่ 6 เราเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5 ปีหลัง สามารถเปิดสาขาเพิ่มได้อีก

Read More

สงครามตะวันออกกลาง สะเทือนเศรษฐกิจไทย-โลก

หลังการโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโดยไร้เหตุผลอันชอบธรรมของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต สิ่งที่ตามมาคือกองทัพของอิหร่านตอบโต้แบบทันควัน เหตุผลที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศต่อประชาคมโลกคือ การป้องกันตนเอง หลังจากที่อิหร่านเป็นภัยคุกคามในภูมิภาค โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการสะสมแร่ยูเรเนียมเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยเป้าหมายสำคัญในการโจมตีของอิหร่านคือขุมกำลังทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน และคูเวต ขณะที่อิหร่านโดนโจมตีอย่างหนักโดยเฉพาะพื้นที่เปราะบางอย่างโรงเรียนสตรีและโรงพยาบาล ทว่า หลังการโต้ตอบกันอย่างดุเดือด ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน กลับมีข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า ทีมทำงานของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยต่อที่ประชุมสภาคองเกรสว่า ไม่มีข้อมูลข่าวกรองใดๆ ทั้งสิ้นที่สามารถยืนยันได้ว่า อิหร่านจะโจมตีทหารอเมริกันก่อน รวมถึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอในเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่านอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านจนผู้นำเสียชีวิต ด้วยเหตุผลที่ถูกกุขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันถึงชนวนเหตุการโจมตีบนดินแดนตะวันออกกลางในครั้งนี้คือ สหรัฐฯ ต้องการกำราบประเทศพันธมิตรของอิหร่านทางอ้อม อิหร่านมีสัมพันธ์อันดีกับจีน รัสเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะมิติของการค้า และการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงทางทหาร เพราะอิหร่านมีการขายน้ำมันให้แก่จีนประมาณ 10-15% และยังเป็นแหล่งผลิตโดรนทางการทหารให้แก่รัสเซีย และยังเป็นประเทศที่เหมือนผู้คานอำนาจให้อินเดียทางอ้อมอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า หากสหรัฐฯ สามารถล้มอิหร่านสำเร็จ

Read More

10 ปี ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ กับการเดินหน้าสู่ Next Era

ปลายปี 2567 ชื่อของ “ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้” บริษัทเรือธงด้านอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มไอร่า แคปปิตอล (AiRA) เป็นที่สนใจของแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีชื่อปรากฏบนหน้าสื่อในฐานะผู้ที่สามารถคว้าที่ดินทำเลทองใจกลางย่านสีลมมาไว้ในมือได้เป็นผลสำเร็จ พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ Upper Upscale 29 ชั้น มูลค่าการลงทุนกว่า 2,300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมเป็นครั้งแรกของไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (AiRA Property) ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 จากการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระดับนานาชาติ 2 ราย ได้แก่ บริษัท เคเนดิกซ์ เอเชีย จำกัด (Kenedix Asia) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์จากญี่ปุ่น และบริษัท ยูจีน อินเวสต์เมนต์

Read More

ทำความรู้จัก “ออปติม่า แอสเทติค” Game Changer ของธุรกิจเครื่องมือแพทย์ความงาม

ธุรกิจเวชศาสตร์ความงาม (Aesthetic Medicine) ในประเทศไทยเติบโตสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปัจจัยมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความอ่อนเยาว์ และการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริการยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัด ที่ได้รับความนิยมมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่สูง รวมถึงความเชื่อมั่นในแพทย์ และคลินิกความงามที่มีความพร้อม ส่งผลให้ธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์ความงามซึ่งเป็นหนึ่งในอีโคซิสเต็มของธุรกิจเวชศาสตร์ความงามเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ครั้งนี้ “ผู้จัดการ 360 องศา” จะพาไปทำความรู้จักกับหนึ่งในผู้เล่นในตลาดนำเข้าเครื่องมือแพทย์ความงามอย่าง “บริษัท ออปติม่า แอสเทติค จํากัด” ที่แม้จะอยู่ในตลาดมาเพียง 2 ปี แต่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีเป้าหมายใหญ่ที่ติดตาม “ออปติม่า แอสเทติค เริ่มต้นจากเพนพอยต์ที่ว่า เครื่องมือแพทย์ความงามที่นำเข้าในปัจจุบันราคาสูงเกินไป ทำให้ผู้มาใช้บริการต้องจ่ายในราคาแพง เราอยากให้แพทย์ไทยได้ใช้เครื่องมือแพทย์ความงามที่มีคุณภาพ มาตรฐานสากล ในราคาที่สมเหตุสมผล” ประโยคสั้นๆ ที่ นพ.ฐิติคมน์ ลิ้มรัตนเมฆา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออปติม่า แอสเทติค จํากัด (Optima Aesthetics) บอกถึงที่มาในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์ความงามเมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนจะขยายความเพิ่มเติมว่า “ตัวผมเองเป็นหมอและเป็น End

Read More

TOA ตอกย้ำเบอร์ 1 ตลาดสี ชู ‘SuperShield’ ลดความร้อน ประหยัดค่าไฟ ดึง “ตูน – บอดี้สแลม” นั่งพรีเซนเตอร์

“SuperShield เป็นความภูมิใจของสินค้าไทยที่ขึ้นแท่นความเป็นพรีเมียม เพราะ TOA ไม่เคยหยุดนิ่ง เราพัฒนาปรับปรุงทั้งคุณภาพ ความทนทาน และการสะท้อนความร้อน จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ” คำกล่าวของ จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ที่ตอกย้ำการเป็นเบอร์ 1 ของตลาดสีในเมืองไทย TOA ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมสี เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุตกแต่งพื้นผิวของไทย ที่อยู่ในตลาดมาหลายทศวรรษ โดยครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของตลาดสี และมีสีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield) เป็นโปรดักส์ฮีไร่ ล่าสุด TOA ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาดสีทาอาคาร ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคและโครงการชั้นนำทั่วประเทศมายาวนานกว่า  4 ทศวรรษ เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “SuperShield ที่สุดแห่งการปกป้องบ้าน” ด้วยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ดึงร็อคสตาร์แถวหน้า “ตูน – บอดี้สแลม และครอบครัว” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การปกป้องบ้าน

Read More

มัทฉะฟีเวอร์

มัทฉะเข้ามาในไทยเมื่อไหร่อาจไม่มีระบุไว้อย่างชัดเจน แต่ในช่วงที่เกิดกระแสชาเขียวฟีเวอร์ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงปี 2540-2550 ที่แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องดื่มเริ่มจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่ม หรือร้านอาหารนำชาเขียวมาให้บริการลูกค้า รวมไปถึงร้านเบเกอรี่สัญชาติญี่ปุ่นในไทยนำชาเขียวมาเป็นส่วนผสมในขนม แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถแยกแยะได้ระหว่าง “ผงชาเขียว” ทั่วไป กับ “มัทฉะเกรดพิธีการ” และนับตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน เป็นปีที่มัทฉะได้รับความนิยมอย่างแท้จริง จนกระทั่งเกิดคาเฟ่ ร้านเครื่องดื่มที่จำหน่ายแค่เมนูมัทฉะเป็นหลักเท่านั้น ความนิยมมัทฉะในไทยคงไม่ใช่แค่แฟชั่น หรือเรื่องรสชาติ แต่นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงการยอมรับวัฒนธรรมต่างชาติ การให้ความสำคัญต่อสุขภาพ และการดื่มเครื่องดื่มแบบมีศิลปะ ปัจจัยหลักที่ทำให้มัทฉะเข้ามายึดครองหัวใจของนักดื่มสายสุขภาพคือ 1. ประสบการณ์แบบพิเศษ หรือ Specialty ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาที่ไปของอาหาร เครื่องดื่ม มีเรื่องราว เช่น แหล่งปลูกชา การได้มาซึ่งรสชาติที่ต่างออกไป มัทฉะที่ให้รสถั่ว อูมามิ ฟลอรัล ช่วยให้การดื่มด่ำกับมัทฉะมีความสุขมากขึ้น 2. สุนทรียศาสตร์แห่งการดื่ม การได้ถ่ายภาพสวยๆ จากเครื่องดื่มมัทฉะ รวมไปถึงวิธี หรือพิธีการชงชาแบบดั้งเดิมที่ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่อุณหภูมิน้ำ การชง 3. เทรนด์สุขภาพ มัทฉะมีสารที่ออกฤทธิ์ด้านอนุมูลอิสระสูง ออกฤทธิ์ต่างจากกาแฟที่ทำให้บางคนใจสั่น ในขณะที่มัทฉะค่อยๆ ปล่อยสารที่ช่วยให้ตื่นตัว 4. รสชาติที่คนไทยคุ้นเคย “อูมามิ” เพราะมัทฉะคุณภาพดีจะมีรสเค็มติดหวานปลาย

Read More

ไมเนอร์ กรุ๊ป ต่อจิ๊กซอว์ใหม่ รุก Asset-Light ตั้งกอง REIT เสริมแกร่ง

ไมเนอร์ กรุ๊ป แถลงผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท การเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นผลพวงมาจากธุรกิจที่หลากหลายภายใต้ร่มคันใหญ่ของไมเนอร์ ทั้งธุรกิจโรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม แม้ผลประกอบการจะเป็นที่น่าพอใจ แต่นั่นดูจะยังไม่เพียงพอ เมื่อแผนการดำเนินธุรกิจของไมเนอร์ กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 2569-2571 กำลังมุ่งเป้าไปสู่โมเดลธุรกิจ Asset-Light และการตั้งกอง REIT ทั้งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ และลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ เพื่อมองหาตลาดต่างประเทศที่มีทิศทางการเติบโตในภาพรวมดีกว่า เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย สิงคโปร์ จีน และออสเตรเลีย “ผลการดำเนินงานในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลกที่มีความหลากหลายของ MINT และความสามารถของเราในการแปลงโมเมนตันของรายได้ให้เป็นกำไรที่มีคุณภาพสูงขึ้น การก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความชัดเจนของการเติบโต ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และแรงส่งที่เร่งตัวของกลยุทธ์การขยายธุรกิจแบบ Asset-Light” ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT ให้ข้อมูล ไมเนอร์ โฮเทล มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ และนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมเนอร์มีแผนที่จะขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมิดเดิลอีสต์ เอเชีย-ประเทศในแถบมหาสมุทรอินเดีย

Read More

“พิชัย จิราธิวัฒน์” พี่ใหญ่ “เซ็นทรัล ทำ” กับปีที่ 9 ของการทำด้วยกัน ทำด้วยใจ

ในโลกธุรกิจ “พิชัย จิราธิวัฒน์” คือกรรมการบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในเมืองไทยมานานกว่า 75 ปี อีกทั้งยังเป็นบิ๊กบอสของค่ายเพลงดังอย่าง “สไปร์ซซี่ ดิสก์” (Spicydisc) แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาคือพี่ใหญ่และผู้ขับเคลื่อนหลักของ “เซ็นทรัล ทำ” (Central Tham) โครงการที่กลุ่มเซ็นทรัลร่วมมือกัน “ทำ” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงานและสังคม ที่กำลังเดินทางเข้าสู่ปีที่ 9 “ตอนที่เราเริ่มทำเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ผมเริ่มสนใจเรื่องการช่วยสังคม เพราะเมื่อก่อนคุณปู่ คุณลุง คุณพ่อ ท่านทำมาตลอด แต่เมื่อบริษัทเราใหญ่ขึ้น อาจไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าที่ควร เราอยากฟื้นสิ่งต่างๆ เหล่านั้นขึ้นมา แต่ก่อนจะลงมือทำ เราต้องไปศึกษาก่อนว่าสมัยนั้นบรรพบุรุษเขาคิดอะไรอยู่” เต้ง-พิชัย จิราธิวัฒน์ เล่าถึงจุดเริ่มต้น “คุณปู่ เตียง จิราธิวัฒน์ ท่านกล่าวไว้ว่า เราต้องอยู่ร่วมกัน มีความมานะ อดทน อดออม ซื่อสัตย์ ไม่แบ่งพวก

Read More

“สวนเทพพนา” เกษตรคาร์บอนต่ำ ชุมชนต้นแบบภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ”

จากพื้นที่ปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยวที่พึ่งพิงการใช้สารเคมีเป็นหลัก จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของเกษตรกร “วิเชียร พรมทุ่งค้อ” อดีตนักธุรกิจด้านสายการบินที่ผันตัวไปเป็นเกษตรกรกลับสามารถพลิกฟื้นผืนดิน อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ให้กลายมาเป็นพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจอย่าง “อะโวคาโดสายพันธุ์แฮสส์” ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นผลสำเร็จ จนกลายเป็นวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง และยังเป็นชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ที่พร้อมส่งต่อองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและกำลังเดินหน้าสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชัยภูมิ โครงการ เซ็นทรัล ทำ (Central Tham) ที่มาพร้อมกับสโลแกน “ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ” คือความพยายามของกลุ่มเซ็นทรัลในการขับเคลื่อนงานด้านสังคมและชุมชนด้วยแนวคิดการลงมือทำจริงร่วมกับชุมชน ที่ไม่ใช่แค่การให้ความช่วยเหลือแบบครั้งเดียว แต่เป็นการสร้างความยั่งยืนผ่านการพัฒนาทักษะ ผลิตภัณฑ์ และระบบนิเวศทางธุรกิจที่ชุมชนสามารถต่อยอดได้เอง เปลี่ยนจากโครงการ CSR (Corporate Social Responsibility) แบบเดิมๆ ไปสู่ CSV (Creating Shared Values) หรือการสร้างคุณค่าร่วมสู่ความยั่งยืน โดยขับเคลื่อนผ่าน 6 แนวทางหลัก ได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม, การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนสร้างอาชีพและบรรเทาสาธารณภัย, การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์, ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและการบริหาร, ลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตและลดปริมาณขยะ และการฟื้นฟูสภาพอากาศ ลดมลภาวะ

Read More