Home > สงครามตะวันออกกลาง

สงครามตะวันออกกลาง สะเทือนเศรษฐกิจไทย-โลก

หลังการโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านโดยไร้เหตุผลอันชอบธรรมของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต สิ่งที่ตามมาคือกองทัพของอิหร่านตอบโต้แบบทันควัน เหตุผลที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ และ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศต่อประชาคมโลกคือ การป้องกันตนเอง หลังจากที่อิหร่านเป็นภัยคุกคามในภูมิภาค โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการสะสมแร่ยูเรเนียมเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยเป้าหมายสำคัญในการโจมตีของอิหร่านคือขุมกำลังทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน และคูเวต ขณะที่อิหร่านโดนโจมตีอย่างหนักโดยเฉพาะพื้นที่เปราะบางอย่างโรงเรียนสตรีและโรงพยาบาล ทว่า หลังการโต้ตอบกันอย่างดุเดือด ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน กลับมีข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ว่า ทีมทำงานของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยต่อที่ประชุมสภาคองเกรสว่า ไม่มีข้อมูลข่าวกรองใดๆ ทั้งสิ้นที่สามารถยืนยันได้ว่า อิหร่านจะโจมตีทหารอเมริกันก่อน รวมถึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอในเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธของอิหร่านอีกด้วย นั่นเท่ากับว่าสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านจนผู้นำเสียชีวิต ด้วยเหตุผลที่ถูกกุขึ้นมาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันถึงชนวนเหตุการโจมตีบนดินแดนตะวันออกกลางในครั้งนี้คือ สหรัฐฯ ต้องการกำราบประเทศพันธมิตรของอิหร่านทางอ้อม อิหร่านมีสัมพันธ์อันดีกับจีน รัสเซีย และอินเดีย โดยเฉพาะมิติของการค้า และการสร้างเสถียรภาพความมั่นคงทางทหาร เพราะอิหร่านมีการขายน้ำมันให้แก่จีนประมาณ 10-15% และยังเป็นแหล่งผลิตโดรนทางการทหารให้แก่รัสเซีย และยังเป็นประเทศที่เหมือนผู้คานอำนาจให้อินเดียทางอ้อมอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า หากสหรัฐฯ สามารถล้มอิหร่านสำเร็จ

Read More