Home > ไมเนอร์ กรุ๊ป

ไมเนอร์ กรุ๊ป ต่อจิ๊กซอว์ใหม่ รุก Asset-Light ตั้งกอง REIT เสริมแกร่ง

ไมเนอร์ กรุ๊ป แถลงผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9,700 ล้านบาท การเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นผลพวงมาจากธุรกิจที่หลากหลายภายใต้ร่มคันใหญ่ของไมเนอร์ ทั้งธุรกิจโรงแรม อาหารและเครื่องดื่ม แม้ผลประกอบการจะเป็นที่น่าพอใจ แต่นั่นดูจะยังไม่เพียงพอ เมื่อแผนการดำเนินธุรกิจของไมเนอร์ กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 2569-2571 กำลังมุ่งเป้าไปสู่โมเดลธุรกิจ Asset-Light และการตั้งกอง REIT ทั้งเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจ และลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ เพื่อมองหาตลาดต่างประเทศที่มีทิศทางการเติบโตในภาพรวมดีกว่า เช่น อินโดนีเซีย อินเดีย สิงคโปร์ จีน และออสเตรเลีย “ผลการดำเนินงานในปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มธุรกิจระดับโลกที่มีความหลากหลายของ MINT และความสามารถของเราในการแปลงโมเมนตันของรายได้ให้เป็นกำไรที่มีคุณภาพสูงขึ้น การก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความชัดเจนของการเติบโต ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และแรงส่งที่เร่งตัวของกลยุทธ์การขยายธุรกิจแบบ Asset-Light” ดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MINT ให้ข้อมูล ไมเนอร์ โฮเทล มีการเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ และนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไมเนอร์มีแผนที่จะขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมิดเดิลอีสต์ เอเชีย-ประเทศในแถบมหาสมุทรอินเดีย

Read More

แดรี่ควีน ยืนหนึ่งมัดใจคนไทย พร้อมลุยศึกไอศกรีม Soft Serve

ตลาดไอศกรีม Soft Serve ที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 25,000 ล้านบาท ด้วยมูลค่าตลาดที่สูงทำให้ศึกนี้ไม่เบาเหมือนชื่อ ด้วยความที่เป็นสินค้า Mass แต่กลับสร้าง Volume ในการขายได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งจากในไทยและต่างประเทศ ตบเท้าเข้ามาชิมลางในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดนี้จะมีผู้เล่นไม่มาก แต่กลับสร้างสีสันให้ตลาดไอศกรีม Soft Serve ได้อย่างน่าสนใจ บางแบรนด์ที่ถือกำเนิดจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดในค้าปลีก แต่กลับไม่สามารถยืนระยะอยู่ได้นานและปิดตัวลงในช่วงวิกฤตโควิด นอกนั้นเป็นเพียงผู้ประกอบการรายเล็ก หรือระดับ Local Business ทว่า ไม่นานมานี้กลับมีแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากดินแดนมังกรอย่าง มี่เสว่ย (Mixue) ที่กำลังสยายปีก และมีแผนที่จะขยายสาขาในไทยใน 3 ปีให้ได้ 2,000 สาขา โดยปัจจุบันมีสาขาในจีนมากกว่า 25,000 สาขา และในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 3,000 สาขา แต่การเป็นเจ้าตลาดในไทย แดรี่ควีนอาจไม่ยี่หระนัก เมื่อตลาดนี้มีคู่แข่งที่กำลังถูกจับตามอง และคนรุ่นใหม่เริ่มให้การยอมรับ นั่นเพราะการถือครองส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้แดรี่ควีนยังคงมีภาษีดีกว่า การเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยืนระยะในฐานะเบอร์หนึ่งตลอดไปอาจเป็นสิ่งที่แดรี่ควีนต้องงัดกลยุทธ์เข้ามาสู้ในศึกสำคัญนี้ ธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป

Read More