Home > Cover Story (Page 65)

ศ.อุบลวัสดุ จากห้องแถวสองคูหา สู่ดูโฮม อาณาจักรวัสดุก่อสร้าง

40 ปี ในตลาดค้าวัสดุก่อสร้าง ต้องบอกว่า “ดูโฮม” มาได้ไกล และไม่ธรรมดา นั่นเพราะ ดูโฮม เติบโตมาจากการเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี และเริ่มต้นเพียงห้องแถว 2 คูหาในเวลานั้น กลยุทธ์เรียบง่าย ที่ได้ใจลูกค้าทั้งคนในท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลให้ ศ.อุบลวัสดุ (ชื่อเดิม) ได้รับการยอมรับ เป็นผลให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ปี 2526 อดิศักดิ์ และนาตยา ตั้งมิตรประชา สองสามีภรรยา เริ่มวางรากฐานธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างในนาม หจก. ศ.อุบลวัสดุ ด้วยเงินทุนประมาณ 300,000 บาท เน้นขายสินค้าคุณภาพมาตรฐานในราคาถูก กลายเป็นกลยุทธ์หลักที่ครองใจผู้บริโภคได้ในเวลาอันรวดเร็ว จากห้องแถวเพียงสองห้องในเวลานั้น ขยายเป็นขนาด 4 ห้องแถว และ 10 ห้องแถวในเวลาไม่ถึง 5 ปี  ปี 2536 เปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนจำกัด จดทะเบียนเป็นบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด อีกหนึ่งตัวการันตีว่า ศ.อุบล มีการเติบโตในอัตราเร่งที่สูง

Read More

3 ทายาทดูโฮม เปิดดีเอ็นเอการค้า แรงขับสู่การเติบโต

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ดูโฮม เพิ่งแถลงข่าวฉลองครบรอบ 40 ปี บนเส้นทางของธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ดูโฮม มีจุดเริ่มต้นจากห้องแถวค้าปลีกวัสดุก่อสร้างในดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หากเปรียบอายุของ ดูโฮม ในเวลานี้คงเหมือนคนหนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังมีไฟ และมองเห็นเส้นทางการเติบโตของตัวเอง การผ่านร้อนผ่านหนาวบนสมรภูมิรบของธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเป็นอันดับต้นๆ ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่การสยายปีกมาสู่เมืองหลวงต้องใช้มากกว่าแค่ความกล้า เมื่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีเจ้าตลาดในธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างอยู่ก่อนแล้ว “ผู้จัดการ 360”  มีโอกาสได้พูดคุยกับทีมผู้บริหารซึ่งเป็นเจเนอเรชันรุ่น 2 ที่ถ่ายทอดมุมมองนักบริหารรุ่นใหม่ที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ทำการค้ามาหลายต่อหลายรุ่น ฐานรากของ ดูโฮม คือ อุบลค้าวัสดุ ห้องแถว 2 ห้อง พนักงานเพียง 5-6 คน ถูกปลุกปั้นด้วยมือของ อดิศักดิ์ และนาตยา ตั้งมิตรประชา ผู้บุกเบิกดูโฮม ความขยัน ซื่อสัตย์ เป็นสิ่งที่ทายาททั้งสามของตระกูลตั้งมิตรประชาเข้าใจอย่างถ่องแท้ “ดูโฮม ก่อตั้งเมื่อปี 2526 จนถึงวันนี้ครบ 40 ปีพอดี ก่อตั้งโดย คุณพ่อ คุณแม่ คือ คุณอดิศักดิ์ และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา

Read More

เจาะลึกมุมมอง “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” กับการใช้แนวคิด ESG ขับเคลื่อนองค์กร

เรื่องของ ESG หรือ แนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยไม่หวังผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance) กำลังเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาตลอดช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นสิ่งที่หลายๆ องค์กรต่างบรรจุไว้ในแผนการพัฒนาธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ซึ่งนั่นรวมถึง “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำแนวคิด ESG มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กรและพัฒนาโครงการ จนสามารถคว้ารางวัลระดับ 5 ดาว จากการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ด้วยเช่นกัน “ผู้จัดการ 360 องศา” พาไปเจาะลึกมุมมองของลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กับการใช้แนวคิด ESG มาพัฒนาโครงการ เพื่อสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงานให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน สู่การเป็น “Lalin Smart Eco

Read More

ครั้งแรกของฟอร์ดกับมิวสิก มาร์เกตติ้ง ดึง “มนต์แคน แก่นคูน” เจาะตลาดภาคอีสาน

ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี ที่เข้ามาบุกตลาดรถยนต์ในไทย นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกของ “ฟอร์ด ประเทศไทย” กับการใช้แคมเปญการตลาด “มิวสิก มาร์เกตติ้ง” (Music Marketing) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการดึง “มนต์แคน แก่นคูน” ศิลปินลูกทุ่งขวัญใจมหาชน ที่มีเพลงดังเกิน 100 ล้านวิว ถึง 13 เพลง มาสร้างกระแสเพลง “พร้อมสู้ไหวกับอ้ายบ่” ส่ง Ford Ranger XLS เจาะตลาดทั่วภาคอีสาน ตลาดรถกระบะในประเทศไทยมีการแข่งขันสูง โดยมีสัดส่วนการตลาดถึง 50% จากยอดขายรถทั้งหมดในประเทศ อันเนื่องมาจากการเป็นยานพาหนะที่ตอบโจทย์กับความเป็นประเทศเกษตรกรรมของไทย และในสัดส่วนการตลาด 50% นั้นพบว่า 40% ของยอดขายดังกล่าวอยู่ในภาคอีสาน เพราะเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีความต้องการใช้รถกระบะเพื่อการทำงานสูง นั่นทำให้ภาคอีสานกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของตลาดรถกระบะที่แบรนด์ต่างๆ พยายามช่วงชิงมาร์เกตแชร์และทำให้แบรนด์เป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค รวมถึง “ฟอร์ด ประเทศไทย” ที่ต้องการเจาะผู้บริโภคภาคอีสานให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน ศรุต อิงคะวัต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย

Read More

Good Noodle บุกเบิก ปลุกบะหมี่ดีไอวาย

อังกูร วงศ์กลธูต ใช้เวลากว่า 2 ปี ปลุกปั้นร้านอาหารแนวใหม่แบรนด์ Good Noodle Bkk โดยรวบรวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากทั่วสารทิศ มากกว่า 300 รสชาติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มาแต่ละครั้ง จะได้ลองชิมรสชาติใหม่ๆ และเราได้เลือกให้คุณแล้ว” พร้อมไอเดีย DIY หรือ Do it yourself  ให้ลูกค้าสามารถเลือกทอปปิ้งสร้างสรรค์เมนูโดนใจด้วยตัวเองได้ อังกูรเล่าถึงจุดเริ่มต้นการสร้างอาณาจักรบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแห่งแรกในประเทศไทยมาจากความพยายามพลิกวิกฤตโควิด เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจและอยากสร้างโมเดลร้านอาหารที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่ร้านครัวซองต์ ร้านกาแฟ หรือคลาวด์คิทเช่น รวมทั้งเป็นจังหวะพอดีเพื่อนจากต่างประเทศส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขามองกระป๋องบะหมี่สำเร็จรูปถ้วยนั้นอยู่นานและเกิดจุดประกายไอเดียขึ้นมาทันที เขาเริ่มทำรีเสิร์ชตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติต่างๆ จากหลากหลายแบรนด์ ทั้งแบรนด์ในประเทศ แบรนด์เกิดใหม่ แบรนด์ไทยๆ ของกลุ่มเอสเอ็มอีที่รสชาติดีแต่ขาดเงินทุนทำตลาด แบรนด์โด่งดังในโซเชียล และแบรนด์จากต่างประเทศ ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม “เดิม ผมเป็นที่ปรึกษาแบรนด์มาก่อน เช่น คิวเฮาส์, 3 เคแบตเตอรี่,

Read More

ส.ขอนแก่น ยุคใหม่ ตลาดสแน็กฉีกแนวโตฉลุย

จุดกำเนิดของ ส.ขอนแก่น เริ่มจากนายเจริญ รุจิราโสภณ และภรรยา นิรมล เกิดไอเดียนำสินค้าอาหารแปรรูปจากหมู เช่น หมูหยอง หมูแผ่น กุนเชียง ที่ผลิตในจังหวัดขอนแก่นและมักเป็นของฝากยอดนิยมของหลายๆ คน มาขายในกรุงเทพฯ จนเป็นที่มาของชื่อ ส.ขอนแก่น หรือสินค้าของขอนแก่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนพื้นถิ่นอีสาน ไม่มีพื้นเพอยู่เมืองขอนแก่น ปรากฏว่า “ขายดีมาก” เจริญเคยเล่าผ่านสื่อว่า ประสบการณ์สำคัญเกิดขึ้นหลังเรียนจบโรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชย์ เขาเริ่มทำงานรับจ้างบริษัทต่างๆ นานถึง 15 ปี เป็นเซลส์แมนขายเครื่องจักรอาหาร 3 ปี ทำงานบริษัทต่างประเทศด้านส่งออก 2 ปี และทำงานในบริษัทผู้ผลิตอาหารยักษ์ใหญ่อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ “ซีพี” ในยุคบุกเบิกนานถึง 10 ปี เวลานั้นเมื่อหลายสิบปีก่อน เขาถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหาร อยู่เบื้องหลังการคิดค้นสูตรลูกชิ้นไก่และมีส่วนผลักดัน “ไก่ย่างห้าดาว” กระทั่งตัดสินใจออกมาทำกิจการของตัวเอง ยิ่งเห็นแนวโน้มความนิยมสินค้าอาหารพื้นเมืองขอนแก่น เขาจึงหันมาศึกษาการใช้เนื้อหมูเป็นวัตถุดิบแปรรูปอาหารชนิดต่างๆ เร่งสร้างแบรนด์ และลงทุนเปิดโรงงานผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ ส.ขอนแก่น ในปี 2531 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง ควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์

Read More

จรัญพจน์ รุจิราโสภณ ต่อยอด “แซ่บคลาสสิก” สู่ Zaab Museum

กลายเป็น Big Move ตื่นตาตื่นใจ เมื่อ ส.ขอนแก่น เปิดเกมรุกใหม่ ซึ่งไม่ใช่แค่กลยุทธ์ต่อยอดแบรนด์ร้านอาหารอีสานในตำนาน “Zaab Classic” แต่ยังพลิกกลยุทธ์สร้างแรงดึงดูดแบบเปรี้ยงๆ โดยผนึกจุดแข็งของพันธมิตรอีก 2 ค่ายใหญ่ คือ มาม่าและล่าเมียว ปั้นแบรนด์ร้านอาหาร แซ่บ มิวเซียม (Zaab Museum) Seafood DIY เจ้าแรกในไทย ที่สำคัญ การรวมตัวกันของ 3 หนุ่มนักธุรกิจคลื่นลูกใหม่ จรัญพจน์ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศ บริษัท ส.ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด หรือ TFMAMA และรัตตรุจน์ ทองประดิษฐ์ เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารจีน Spicy Cat

Read More

นับถอยหลัง “บิ๊กซีรีเทล” ปลุกมาร์เกตแคป 3 แสนล้าน

7 มิถุนายน 2566 บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “BRC” ประกาศเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ ในฐานะบริษัทเรือธง (Flagship Company) ของกลุ่มบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) (BJC) และกลุ่มบริษัท ไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น จำกัด (TCC) ลุยยุทธศาสตร์สร้างพอร์ตโฟลิโอธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และธุรกิจค้าส่งหลากหลายรูปแบบ ก่อนรีเทิร์นเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกครั้ง ช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BRC ย้ำว่า ข้อมูลของ Euromonitor ระหว่างปี 2556-2565 ในกลุ่มผู้ค้าปลีกสมัยใหม่ 3 อันดับแรกในประเทศไทย BRC คือผู้ประกอบธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดในกลุ่มซูเปอร์มาร์เกตและมีสถิติการเติบโตสูงสุดในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ เมื่อพิจารณาจากการเติบโตของส่วนแบ่งทางการตลาด ซึ่งคำนวณจากรายได้จากการขายปลีก ขณะเดียวกัน เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ ที่เติบโตสูงในภูมิภาค ผ่านเครือข่ายร้านค้าหลากหลายรูปแบบและแบรนด์ทั่วประเทศ ด้วยรูปแบบธุรกิจแบบรวมศูนย์ ซึ่งผสมผสานระหว่างธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และธุรกิจให้เช่าพื้นที่

Read More

“ไอริส โกลด์” เราอยากเห็นลูกค้าใส่ทองได้ในทุกวัน

“เราขายทองกันเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นเรามักไม่ค่อยเห็นใครใส่ทองบนท้องถนนเลย ส่วนใหญ่ทองถูกเก็บไว้ที่บ้าน ในตู้เซฟ หรือไม่ก็ฝากธนาคาร คุณแม่เลยมองว่าอยากทำทองที่สามารถใส่ได้ทุกวัน และเป็นทองที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า แบบซื้อมาใส่ได้ ไม่ใช่ซื้อไปเก็บ” ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ (CBO) กลุ่มบริษัท ออสสิริส จำกัด เล่าถึงที่มาของ “ไอริส โกลด์” แบรนด์ทองรูปพรรณที่อยากเห็นลูกค้าใส่ทองในชีวิตประจำวันมากขึ้น หลังจากแยกออกมาเปิดบริษัท ออสสิริส จำกัด ผู้จำหน่ายทองคำแท่งเพื่อการลงทุนและเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนทองคำแท่งแห่งแรกในประเทศไทยแล้ว “บุญเลิศ สิริภัทรวณิช” ทายาทรุ่น 3 แห่งบ้านช่างทองและภรรยาจึงตัดสินใจเปิดตัวแบรนด์ทองคำรูปพรรณใหม่ในชื่อ ‘ไอริส โกลด์’ (IRIS GOLD) เพื่อกลับเข้าสู่วงการขายส่งทองรูปพรรณอีกครั้ง โดยปัจจุบันมีบุตรสาวอย่าง ‘คุณฟ้า-ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช’ เป็นผู้ดูแล “ไอริส” เป็นร้านขายทองรูปพรรณที่มีทั้งขายส่งและขายปลีก แต่ในระยะแรกลายทองรูปพรรณยังไม่หลากหลายมากนัก และเป็นการทำธุรกิจในลักษณะ B2B เป็นหลัก กระทั่งคุณฟ้าได้เข้ามาดูแลภาพรวมและเห็นว่าสินค้าที่มีอยู่มีดีไซน์ที่จำกัด จึงใช้สิ่งที่เรียนมาประกอบกับประสบการณ์และความชอบส่วนตัวมาปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์และดีไซน์ของตัวผลิตภัณฑ์ให้เป็นเครื่องประดับทองที่เหมาะกับทุกเจเนอเรชันและสามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น “เมื่อก่อนทองรูปพรรณของเราเป็นสไตล์งานทองสุโขทัย งานเพชรบุรี ลูกค้าแน่นและกำลังซื้อเยอะ แต่ส่วนใหญ่คนจะใส่ทองเฉพาะออกงาน ไม่ค่อยเห็นใส่กันในชีวิตประจำวัน ช่วงแรกที่เข้ามาช่วยธุรกิจที่บ้าน ไอริสยังทำแค่ขายส่งทองรูปพรรณ

Read More

จากบ้านช่างทอง สู่ “ออสสิริส” ความลงตัวของศิลปะกับนวัตกรรมการลงทุน

ชื่อของ “ออสสิริส” อาจจะไม่คุ้นชินในวงกว้างนัก แต่ถ้าในแวดวงของทองคำแล้ว ร้านทองออสสิริส (AUSIRIS) เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้บุกเบิกธุรกิจค้าทองคำแท่งเพื่อการลงทุนรายแรกในประเทศไทย ที่ผสานศิลปะและความงามของทองเข้ากับนวัตกรรมการลงทุนได้อย่างลงตัว “ผู้จัดการ 360 องศา” ชวนมาทำความรู้จักกับ “ออสสิริส” ผ่านการบอกเล่าของ คุณฟ้า-ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ (CBO) กลุ่มบริษัท ออสสิริส จำกัด บุตรสาวของ “บุญเลิศ สิริภัทรวณิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส จำกัด ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์ออสสิริสให้รู้จักเป็นวงกว้าง ซึ่งเธอเกริ่นว่ากว่าจะมาเป็นออสสิริสอย่างในปัจจุบันนั้น ล้วนผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากช่างทองโบราณซึ่งเป็นกิจการเล็กๆ ของครอบครัว สืบทอดและส่งต่อมาถึง 4 ช่วงอายุคน จนมาสู่นวัตกรรมการลงทุนทองคำยุคใหม่ โดยมีจุดกำเนิดมาจากร้านทองเล็กๆ ในจังหวัดเพชรบุรี พ.ศ. 2460 ร้านทองร้านแรกของตระกูลถือกำเนิดขึ้นที่ บ้านต้นโพธิ์ จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นยุคแห่งการบุกเบิกธุรกิจทองคำของครอบครัว ก่อนที่จะขยายสาขาไปยังจุดต่างๆ ทั่วจังหวัด กระทั่ง พ.ศ. 2530 ในยุคของเจเนอเรชันที่ 2 จึงเริ่มขยับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร

Read More