Home > Cover Story (Page 101)

ครึ่งปีเศรษฐกิจไทย กับโจทย์เฉพาะหน้าที่รัฐต้องเร่งแก้

การระบาดของเชื้อโควิดระลอก 3 ในไทย นับว่าเป็นการระบาดที่หนักกว่าสองรอบที่ผ่านมา ทั้งในด้านของจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมา 2 เดือน และยังไม่มีท่าทีที่จะลดจำนวนลง อีกทั้งยังเกิดขึ้นในหลายกลุ่มคลัสเตอร์และกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ขณะที่ผลของการแพร่ระบาดในระลอก 3 เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในไตรมาสแรกของปีนี้ที่ติดลบ 2.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจน แม้ว่าจีดีพีไทยจะติดลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ช่วงปลายปี 2563 เป็นต้นมา สถานการณ์หลายด้านจะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ เศรษฐกิจบางตัวเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว ประกอบกับความหวังในเรื่องวัคซีนที่เริ่มเร่งการพัฒนา ผลิต และแจกจ่ายระดมฉีดกันในหลายประเทศ ทว่า ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจไทย การเงิน ด้านแรงงาน การลงทุน ที่ไทยประสบอยู่เดิมทำให้ไทยบอบช้ำง่ายขึ้นจากวิกฤตโควิดระลอก 3 หลายกิจการพยายามจะประคองตัวให้ผ่านพ้นห้วงเวลาอันเลวร้ายนี้ ภายใต้ข้อจำกัดหลายด้านที่เป็นมาตรการด้านสาธารณสุขจากภาครัฐ แต่คล้ายกับว่าสงครามที่มนุษยชาติต้องฟาดฟันห้ำหั่นกับเชื้อไวรัส ไม่อาจไขว่คว้าชัยชนะมาอย่างง่ายดาย ข้อมูลจากผู้บริหารฟู้ดแพนด้า ระบุว่า มีร้านอาหารที่อยู่บนแพลตฟอร์มต้องปิดตัวลงเพราะ Covid-19 (ทั้งชั่วคราวและถาวร) ถึง 25,000 ราย อีกทั้งผู้บริโภคที่สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มของฟู้ดแพนด้าลดจำนวนลง และเปลี่ยนไปประกอบอาหารรับประทานเองมากขึ้น หลังเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ล่าสุด ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ประเมินว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการร้านอาหารปิดกิจการทั้งแบบชั่วคราวและถาวรแล้ว 50,000 ราย

Read More

นับถอยหลังภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นำร่องกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ภูเก็ต เป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มักจะติดอันดับจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว โดยเมื่อปี 2020 จากผลการจัดอันดับโดย CEOWORLD นิตยสารด้านธุรกิจของสหรัฐอเมริกา ภูเก็ตติดอันดับ 9 ในการเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดของโลกสำหรับนักเดินทางเพื่อธุรกิจ ขณะที่การจัดอันดับของ U.S. News & World Report รายงานการจัดอันดับ 30 สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2563-2564 พบว่า จังหวัดภูเก็ตติดอยู่ในอันดับ 10 ของรายการนี้ ด้านมาสเตอร์การ์ด เคยเผยผลสำรวจเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกเพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน พบว่า ภูเก็ตติด 1 ใน 10 เมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางมา โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่นิยมเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ตมากที่สุด และระหว่างท่องเที่ยวที่ภูเก็ตนักท่องเที่ยวจะใช้เงินคนละประมาณ 4,700 บาท หรือ 239 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ตที่เป็นเกาะ และยังมีเกาะน้อยใหญ่รายล้อม ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม อาหาร วัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้แต่อาคารบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสาน สไตล์ชิโนโปรตุกีส จึงทำให้ภูเก็ตกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี กระทั่งในที่สุด ภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก และเมื่อแทบทุกประเทศมีคำสั่งปิดประเทศเพื่อรับมือกับวิกฤตโควิด การเดินทางระหว่างประเทศถูกระงับ

Read More

หวังวัคซีนหนุนจีดีพีโต ช่วยดึงเศรษฐกิจไทยพ้นวิกฤต

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ที่ดำเนินมาตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายน 2564 ดูจะเป็นปัจจัยเร่งที่ฉุดให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยทรุดหนักลงไปอีก โดยการคาดการณ์ของจีดีพีไทยในปี 2564 ล่าสุดได้รับการประเมินว่าจะอยู่ในระดับที่เติบโตเพียงร้อยละ 0.8-1.6 ต่อปี หลังจากที่การระบาดระลอกที่ 3 มีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมากถึง 5.8 แสนล้านบาท ผลพวงของการระบาดระลอกใหม่ดังกล่าวทำให้กลไกรัฐคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคยาวนานขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงอุปสงค์ในประเทศได้รับผลทางลบค่อนข้างมาก โดยมูลค่าความเสียหายต่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงถึง 4.0-5.8 แสนล้านบาท ซึ่งการระบาดของ COVID-19 ระลอกเดือนเมษายนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมากกว่า 3 เดือน โดยสถานการณ์การระบาดในประเทศได้แพร่กระจายไปยังหลายคลัสเตอร์ทั่วประเทศ จนเป็นการยากที่จะควบคุมให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2,000-3,000 คนต่อวัน ข้อมูลที่น่าสนใจในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาอยู่ที่สัดส่วนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 2.3 และกระจุกตัวเพียงบางพื้นที่ ทำให้จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งย่อมกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่การรณรงค์ระดมปูพรมฉีดวัคซีนจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสับสนกังวลต่อปริมาณและการกระจายวัคซีนที่กลไกรัฐดำเนินการอยู่ว่าจะสามารถขยับสัดส่วนการฉีดวัคซีนให้เพิ่มมากขึ้นตามเป้าหมายที่รัฐกำหนดไว้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในทิศทางลบหนักหน่วงมากขึ้น เกิดขึ้นจากรูปแบบการแพร่ระบาดที่มีแนวโน้มรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาด ส่งผลให้ต้องคงระดับความเข้มข้นของมาตรการควบคุมโรคให้ยาวนานขึ้น ขณะที่แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อังกฤษและอินเดียในหลายประเทศ และการระบาดครั้งใหม่นี้ทำให้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ล่าช้ากว่าเดิม การคาดการณ์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในช่วง 4 เดือนระหว่างเมษายนถึงกรกฎาคม คาดว่าอุปสงค์ในประเทศจะเสียหายประมาณ 1.3 แสนล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.9 ต่อจีดีพี ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายกว่านั้นหากยาวนานไปถึง

Read More

รัฐไทยเร่งดึงต่างชาติลงทุน หวังฉุดเศรษฐกิจพ้นก้นเหว

การแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากจะคุกคามความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคของโลกแล้ว มหันตภัยร้ายครั้งใหญ่ดังกล่าวยังส่งผลให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมหลากหลายตกอยู่ในภาวะชะงักงันและชะลอการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดการระบาด ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากที่นานาประเทศดำเนินความพยายามที่จะควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดด้วยการปูพรมฉีดวัคซีนด้วยหวังจะให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและขับเคลื่อนกลไกเศรษฐกิจต่อไปได้ ความเป็นไปของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย รวมถึงสถานการณ์ในระดับนานาชาติ ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และกำลังเริ่มส่งสัญญาณของการฟื้นตัวขึ้น หากแต่ในมิติของการลงทุน ซึ่งต้องอาศัยการเจรจาและการลงพื้นที่จริง ยังคงเผชิญกับอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และทำให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต้องปรับลดเป้าหมายยอดการขายหรือเช่าพื้นที่ในปีงบประมาณ 2564 ลงจากเดิมที่ระดับ 1,500 ไร่ เหลือเพียง 1,200 ไร่ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ตุลาคม 2563-เมษายน 2564) การนิคมอุตสาหกรรมสามารถสร้างยอดขาย/เช่าได้แล้วรวมที่ระดับ 700 ไร่ แนวทางในการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น จึงอยู่ที่การร่วมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นการนิคมอุตสาหกรรมฯ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อปรับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนให้น่าสนใจมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เคยปรับลดสิทธิประโยชน์ในบางอุตสาหกรรม หากแต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมาก โดยประเทศคู่แข่งของไทย โดยเฉพาะเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ต่างกำหนดสิทธิประโยชน์ที่มีจุดเด่นในการดึงดูดการลงทุน ที่ทำให้ไทยต้องปรับตัวรองรับการแข่งขันนี้ด้วย มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่กลไกรัฐคิดและดำเนินการได้ในปัจจุบันในด้านหนึ่งอยู่ที่การต่ออายุสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อจูงใจนักลงทุน โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร รวม 4 ฉบับ

Read More

เมื่อคนผวาห้าง แห่เข้าปั๊ม OR ดัน Living Community ฉลุย

ปั๊ม ปตท. พลิกรูปแบบหลายตลบหลังจุดเปลี่ยนเมื่อปี 2545 เริ่มนำธุรกิจ Non-Oil เข้ามาให้บริการในสถานีบริการน้ำมันภายใต้แนวคิด One Stop Service ก่อนรุกขยายคอนเซ็ปต์สู่ Mini Community Mall จนล่าสุด บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ตัดสินใจสร้างแบรนด์ใหม่ PTT Station ผลักดันโมเดล Living Community เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครอบด้านมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์โควิดที่ผู้คนต้องลดความเสี่ยงการแพร่ระบาด หลายคนงดเข้าห้างใหญ่ แต่หันมาจับจ่ายในสถานีบริการน้ำมันยุคใหม่ที่มีดีไซน์ทันสมัยและบริการหลากหลายไม่ต่างจากศูนย์การค้าขนาดย่อมๆ หากสำรวจสถานีบริการ PTT Station โฉมใหม่ โดยเฉพาะสาขาเปิดใหม่จะไม่ใช่แค่ลานกว้างบริการเติมน้ำมัน แต่เน้นพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มร้านค้าและบริการต่างๆ ทั้งศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร สถานีชาร์จไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ธุรกิจค้าปลีกในเครือ ร้านกาแฟ Café Amazon และเพิ่มร้านอาหารทุกประเภท ทั้งกลุ่มฟาสต์ฟู้ด ร้านอาหารแบรนด์ดังและร้านเอสเอ็มอี เช่น

Read More

คิกออฟวัคซีนทั่วประเทศ ค้าปลีกลุ้นกระแสปลุกจับจ่าย

7 มิถุนายน 2564 เริ่มต้นคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศจะเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ภายในปี 2564 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พลิกฟื้นสถานการณ์ประเทศไทย หยุดการติดเชื้อ และปลุกเศรษฐกิจกลับมาเติบโต โดยเฉพาะการอัดฉีดกำลังซื้อพร้อมๆ กับมาตรการกระตุ้นยอดจับจ่ายชุดล่าสุด ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิดทั้ง 4 โครงการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา จะครอบคลุมประชาชน ประมาณ 51 ล้านคน ซึ่งแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการ และคาดว่าจะช่วยรักษากำลังซื้อและเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสูงถึง 473,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะ 3 ประมาณ 13.65 ล้านคน จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน นาน 6 เดือน วงเงินรวม

Read More

ทุเรียนพุ่งแรง ปัง ปัง ไลฟ์สด 6 ชั่วโมง โกย 16,000 กิโล

ธุรกิจหลายรายต้องปิดกิจการเซ่นพิษโควิดระลอก 3 แต่ราชาผลไม้ไทย “ทุเรียน” กลับสร้างยอดขายถล่มทลาย ทำราคาพุ่งพรวด และพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ผู้คนทำมาหากินฝ่ามรสุมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทั้งเปิดแผงหน้าร้าน แผงท้ายกระบะ และขายผ่านช่องทางออนไลน์ “ไลฟ์สด” ชนิดที่แม่ค้าบางคนสามารถทำสถิติขาย 6 ชั่วโมงโกยยอดจองซื้อสูงถึง 16 ตัน หรือ 16,000 กิโลกรัม ยังไม่นับรวมการขายผ่านกลุ่มโมเดิร์นเทรด เช่น เทสโก้ โลตัส ซึ่งใช้วิธีทำข้อตกลงกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกรายใหญ่ในภาคตะวันออก เพื่อนำไปจำหน่ายในสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการส่งขายบริษัทผู้ส่งออก ซึ่งหันมาใช้วิธี Pre-order ทั้งในตลาดจีน ยุโรป และญี่ปุ่น โดยเฉพาะตลาดจีนสั่งออร์เดอร์สูงมาก จนเป็นหนึ่งในผลไทยหลักที่ปลุกยอดส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ราคาทุเรียนในปีนี้ปรับสูงขึ้นกว่าปีก่อน เฉลี่ย กก. ละ 130-140 บาท เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากจีนเพิ่มสูงมาก หลังเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวจากโควิด บวกกับความต้องการในประเทศยังมีต่อเนื่อง เห็นได้จากล้งที่รับซื้อทุเรียนมีจำนวนเปิดใหม่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ที่สำคัญ สวนทุเรียนทุกแห่งกลายเป็นจุดเช็กอินของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไปจองตัดสดจากสวน เพื่อนำมาจำหน่ายให้ลูกค้า ออร์เดอร์ล้นทะลัก

Read More

ค่า GP ของ Food Delivery ทางรอด ความหวัง หรือการซ้ำเติม

จากมาตรการของภาครัฐที่มีเป้าประสงค์ที่จะสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลให้ร้านค้า ร้านอาหาร ไม่สามารถเปิดให้ผู้บริโภคเข้ามานั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ ทำได้เพียงการบริการซื้อกลับบ้าน เหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องมองหาช่องทางอื่นในการจำหน่ายอาหาร เพียงหวังให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แม้เม็ดเงินที่จะเข้ามาอาจไม่เท่ากับช่วงเวลาในสถานการณ์ปกติ Food Delivery จึงเป็นทางออกที่ดูจะเหมาะเจาะกับสถานการณ์อันยากลำบากนี้ บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย โดยมุ่งหวังจะเข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค แม้เข้ามาดำเนินธุรกิจอยู่ในไทยได้ระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทว่า ยังไม่สามารถสร้างความนิยมได้มากนักในช่วงแรก ทั้งจากการที่ยังมีร้านค้าเข้าร่วมใช้บริการไม่มากนัก รวมไปถึงข้อจำกัดของเส้นทางการขนส่ง และพนักงานขับรถส่งอาหารยังมีไม่มากพอ ปัจจุบัน Food Delivery แอปพลิเคชันแทบจะกลายเป็นแอปพลิเคชันพื้นฐานที่ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์สื่อสารของคนไทย และช่วงเวลาที่สถานการณ์อันเลวร้ายที่สร้างข้อจำกัดการเข้าถึงร้านอาหารของผู้บริโภคในการนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน นับตั้งแต่ที่โคโรนาไวรัสระบาดในไทยตั้งแต่ต้นปี 2563 หากพูดถึงในแง่มุมของผลประโยชน์ที่ร้านอาหารจะได้จากการเข้าร่วมแอป นั่นคือ Food Delivery แอปพลิเคชัน เป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ร้านอาหาร ร้านค้า มีโอกาสสร้างรายได้ในช่วงเวลาวิกฤตเพิ่มขึ้น เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใช้บริการแอปพลิเคชันส่งอาหารถึงสองค่ายบอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ว่า “ถึงจะโดนหักค่าคอมมิชชั่นที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องยอม อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ในเมื่อเราเห็นว่าช่องทางนี้สร้างรายได้แน่ๆ ทำไมจะไม่ทำล่ะ ถึงเวลาที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง” ขณะที่ร้านอาหารขนาดเล็กหรือร้าน Street food หลายร้านคล้ายกับถูกกระแสความนิยมของแอปพลิเคชัน Food Delivery เข้ามาแผ่อิทธิพล ซึ่งมีตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแรงจูงใจ กระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้ใช้บริการในระยะแรก ทว่า

Read More

COVID ระบาดในเรือนจำ ความล้มเหลวการควบคุมโรคของรัฐ

ขณะที่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และติดตามมาด้วยการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างจากการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนหรือ cluster ที่กระจายตัวอยู่ในแหล่งชุมชนจำนวนมาก กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนคนไทยอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคของกลไกภาครัฐ กรณีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องไปถึงการบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของวัคซีนที่เคยได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยับยั้งการแพร่ระบาดและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง ว่าแท้จริงแล้วสังคมไทยยังจะสามารถให้ความมั่นใจและหวังพึ่งพาวัคซีนที่มีอยู่ได้มากน้อยเพียงใด หากแต่ประเด็นที่ทำให้การแพร่ระบาดระลอกใหม่สั่นสะเทือนความมั่นใจและความรู้สึกของผู้คนทั่วไปในสังคมไทยมากอีกประการหนึ่งอยู่ที่การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่เรือนจำในความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งพบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวันด้วยอัตราเร่ง และกลายเป็นกลุ่มก้อนที่มีความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ชะตากรรมที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญอยู่ในเรือนจำของไทยเช่นนี้ ในด้านหนึ่งอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ระบบงานด้านสาธารณสุขในเรือนจำก็เป็นประหนึ่งแหล่งเพาะพันธุ์โรคที่มีความเปราะบางอยู่เสมอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ หวัด หรือแม้กระทั่งโรคตาแดง ซึ่งพบว่าอัตราคนที่มีปัญหาสุขภาพในเรือนจำมักอยู่ในเกณฑ์ที่สูงว่ากลุ่มประชากรทั่วไปในพื้นที่เดียวกันเสมอ ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ทำให้เรือนจำเป็นประหนึ่งแหล่งเพาะและกระจายเชื้อโรค เพราะคนจากชุมชนยากจน ซึ่งมีมาตรฐานระบบสาธารณสุขต่ำ มีแนวโน้มจะต้องเข้าสู่กระบวนการรับโทษในเรือนจำมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นมาก และเมื่อเข้าไปในเรือนจำก็ไม่ได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐาน และอาจนำโรคติดตัวนั้นไปแพร่ระบาดขณะถูกคุมขัง ก่อนจะนำเชื้อต่าง ๆ วนกลับออกมาแพร่ในชุมชนยากจนอีกรอบเมื่อได้รับการปล่อยตัว ทัศนะที่ผู้คนส่วนใหญ่ประเมินและมองเรือนจำในฐานะที่เป็นสิ่งที่แยกออกจากชุมชนของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงความเป็นไปที่เกิดหรือกำลังเกิดขึ้นหลังผนังและซี่กรงที่คุมขังผู้ต้องราชทัณฑ์ กลายเป็นมายาภาพที่ทำให้ความเป็นไปในเรือนจำถูกละเลยและไม่ได้นึกกังวลถึง ซึ่งนั่นย่อมไม่ใช่เรื่องที่พึงประสงค์เลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนจำไม่ได้จำกัดผลอยู่เพียงในขอบเขตของกำแพงเรือนจำเท่านั้น หากมีผลเกี่ยวเนื่องสู่สังคมภายนอกอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดกรณีของการแพร่ระบาด COVID-19 ในปัจจุบัน จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำที่ติดเชื้อรายใหม่ ตามรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ของกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียวรวม 1,243 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อสะสมรวม 19,753 คนจากจำนวนผู้ต้องราชทัณฑ์รวม 311,644

Read More

คลัสเตอร์โควิดในกลุ่มแรงงาน ส่งผลร้ายต่อธุรกิจ เศรษฐกิจไทย

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกสาม ดูเหมือนจะขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งแรงงานชาวไทย และแรงงานข้ามชาติ มีความเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในกลุ่มแรงงานเกิดได้ง่ายขึ้น อาจมาจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด สถานที่ทำงานหรือที่พักที่ยังขาดมาตรฐานการเฝ้าระวังทางสาธารณสุข ปัจจุบันเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยจำนวนผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ทั้งหมดในระลอกนี้หลายพันคน ซึ่งเกิดขึ้นในคลัสเตอร์คนงานก่อสร้างรัฐสภา คลัสเตอร์คนงานก่อสร้าง บ. แสงฟ้า เขตบางพลัด คลัสเตอร์โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทุ่งครุ คลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง จ.นนบุรี คลัสเตอร์โรงงานอาหารทะเลกระป๋อง จ.สมุทรปราการ คลัสเตอร์คนงานบริษัทแคลคอมพ์ จ.เพชรบุรี และคลัสเตอร์โรงงานปลากระป๋อง จ.สงขลา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาคการผลิต ธุรกิจและเศรษฐกิจไทยไม่น้อย เมื่อไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาแรงงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติที่เป็นฐานรากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย จำนวนผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นในกลุ่มก้อนแรงงานต่างๆ ส่งผลให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงักเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในพื้นที่ หรือในโรงงานนั้นๆ ลดลงจนถึงจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2563 ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีแรงงานที่อยู่ในระบบประมาณ 37 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 5.3 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยจากสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อตุลาคม 2563 พบว่า มีแรงงานต่างด้าวอนุญาตให้ทำงานทั่วราชอาณาจักร 2,482,256 คน โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

Read More