Home > แพทองธาร ชินวัตร

เบรก!! เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เอกชนวืด

ในที่สุด รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ตัดสินใจเบรกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร “Entertainment Complex” ซึ่งเดิมเตรียมนำเสนอพิจารณาในการประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เพราะต้องการฟังเสียงประชาชนและสื่อสารข้อมูลต่างๆ โดยยืนยันมีสัดส่วน “กาสิโน” เพียง 10% ที่เหลือคือการจัดศูนย์แสดงสินค้า หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อว่า รัฐบาลเปิดเกมชะลอร่างกฎหมายเพื่อลดกระแสต่อต้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะแม้รัฐบาลเพื่อไทยยังสามารถผนึกพรรครวม 11 พรรค มีเสียงรวมกัน 255 เสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร 495 เสียง บวก ส.ส. ที่กระจายอยู่ในปีกฝ่ายค้านมาผสมโรงอีกไม่ต่ำกว่า 10 เสียง แต่การดิ้นรนเดินหน้าชนิดไม่สนกระแสต่อต้านที่กำลังลุกโหมรอบด้าน พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่รวมเสียงแบบ “ปริ่มน้ำ” ยังไม่นับเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ที่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งวันนี้กลายสถานะเป็นฝ่ายค้าน รัฐบาลอาจเจอวิกฤตโหวตคว่ำกฎหมายก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยพยายามเดินหน้าโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตั้งแต่กำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนและประกาศอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 12 กันยายน

Read More

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา สะท้อนเศรษฐกิจไทย “ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร”

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ มักใช้โอกาสการแถลงข่าวงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์บ้านเมืองทุกปี และหากย้อนกลับไปช่วงปี 2556 ในยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เสี่ยเปรียบเทียบเหมือนขณะขับเครื่องบินที่กำลังเจอมรสุมและตกหลุมอากาศ ต้องลุ้นว่าจะลงจอดรูปแบบใด เพราะเจอวิกฤตเศรษฐกิจรอบด้าน มาปี 2568 ในยุครัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ภายใต้เครือข่ายพรรคเพื่อไทยและตระกูล “ชินวัตร” ปรากฏว่า ในงานแถลงข่าวงาน “สหกรุ๊ปแฟร์” ปีนี้ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เสี่ยบุณยสิทธิ์ฉายภาพสถานการณ์เศรษฐกิจชนิดถดถอยและเจอโจทย์ท้าทายกว่าอดีตหลายเท่า เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่าปีที่แล้วและยิ่งกว่าช่วงโควิด โดยเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเหมือน “รถสามล้อ” แตกต่างจากปี 2567 ที่เคยมองว่าเศรษฐกิจไทยเปรียบเหมือนกับ “รถยนต์ไฮบริด” เนื่องจากต้องเผชิญหน้าปัจจัยกดดันจากภายนอก เช่น สงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในที่ขาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ในยุคนายกฯ “ยิ่งลักษณ์” ระหว่างปี 2554-2556 บริหารประเทศราว 2 ปี เจอนักวิชาการโจมตีว่า รัฐบาลประสบความล้มเหลวในการบริหารประเทศอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายหลักของนโยบายที่ต้องการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส

Read More

รัฐเร่งเครื่องประชานิยม คิวต่อไป “บ้านเพื่อ(คน)ไทย”

การประกาศว่า “พรรคเพื่อไทยจะกลับมายิ่งใหญ่เหมือนยุคไทยรักไทย” ของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และ “พ่อ” นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ทำให้รัฐบาลต้องเร่งอัดฉีดนโยบายประชานิยม เพื่อปลุกเรตติ้งรับทุกสมรภูมิการเลือกตั้ง ทั้งศึกท้องถิ่นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้และสนามการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2570 ซึ่งลั่นวาจาจะได้ ส.ส. ไม่น้อยกว่า 200 ที่นั่ง แน่นอนว่า ระยะเวลากว่า 5 เดือน ตั้งแต่นางสาวแพทองธารก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ผู้นำประเทศเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2567 มีการผลักดันนโยบายตามแพ็กเกจหาเสียงและอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกับกลุ่มประชาชนฐานราก มวลชนขนาดใหญ่ จนถูกมองเป็นกลยุทธ์ “ประชานิยม” เหมือนอดีตพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินหมื่นเฟสแรกให้ผู้มีสวัสดิการแห่งรัฐและผู้พิการ 14.5 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 และกำลังเดินหน้าเฟส 2 ให้กลุ่มผู้สูงอายุภายในเดือนมกราคม 2568 ส่วนเฟส 3 ในระบบดิจิทัลวอลเล็ต

Read More

เริ่มแล้ว!! “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567” ชูแนวคิด ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’

เริ่มแล้ว!! “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567” ชูแนวคิด ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’ ยกระดับต้นแบบการพัฒนาเมือง กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ เปิดอย่างเป็นทางการแล้วกับ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567” หรือ “Bangkok Design Week 2024” (BKKDW2024) ภายใต้ธีม ‘Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี’ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ใน 15+ ย่านทั่วกรุงเทพฯ เทศกาลฯ จัดตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมกิจกรรมกว่า 500 โปรแกรม คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศไม่น้อยกว่า

Read More

เศรษฐา ทวีสิน อัศวินขี่ม้าขาว ไหวมั้ย?

เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปล่อยออกมาวัดกระแสความร้อนแรงและเพิ่มจุดโฟกัสให้พรรคเพื่อไทยมากขึ้น หลังพยายามปลุกปั้นทายาททางการเมือง “แพทองธาร ชินวัตร” เข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้ง แน่นอนว่า หากเทียบชั้นตัวเก็งที่ผลัดกันช่วงชิงความนิยม ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อนุทิน ชาญวีรกูล สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หรือพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นักธุรกิจหนุ่มวัยห้าสิบปลายๆ ผู้หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล สร้างความโดดเด่นและสามารถลบจุดอ่อนด้านประสบการณ์ของแพทองธารได้อย่างดี โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยต้องการผู้นำเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ย่อมเป็นตัวเลือกน่าดึงดูดมาก เพราะเส้นทางเกือบ 4 ทศวรรษของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ความสำเร็จและการสร้าง “แบรนด์” ติดอันดับหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ “เศรษฐา” คือ ส่วนสำคัญ การเป็นเจ้าของไอเดียแผนการตลาดแบบหวือหวา ใส่สีสัน และฉีกนอกกรอบ ทำในสิ่งที่คู่แข่งไม่คิดและไม่ทำ ทุกกลยุทธ์ของ “แสนสิริ” มีความต่างและสร้างเกมน่าตื่นเต้นตลอดเวลา ขยายโครงการที่สร้างไลฟ์สไตล์โดนใจกลุ่มลูกค้าและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมทั้งแสวงหาตลาดใหม่ๆ

Read More