Home > มหากิจศิริ

ศาลสั่งกลุ่มมหากิจศิริส่งบัญชีรับจ่ายและทรัพย์สินรายเดือนให้ศาลและเนสท์เล่ เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเนสท์เล่

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งให้ เฉลิมชัย-สุวิมล–ประยุทธ มหากิจศิริ กรรมการบริษัท คอฟฟี่ ควอลิตี้ โปรดักท์ส จำกัด หรือคิวซีพี จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของบริษัท คิวซีพีเป็นรายเดือน เพื่อส่งให้ศาลและเนสท์เล่ตรวจสอบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เพื่อตรวจสอบไม่ให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทคิวซีพี และเนสท์เล่ โดยที่การพิจารณาคดีขอยกเลิกกิจการบริษัทคิวซีพีที่เนสท์เล่ยื่นฟ้องยังดำเนินต่อไป คดีนี้เนสท์เล่ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เพื่อขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัท คิวซีพี และแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี ตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการแห่งสถาบันอนุญาโตตุลาการหอการค้านานาชาติ ที่ชี้ขาดให้เนสท์เล่เป็นฝ่ายชนะในการยุติสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มมหากิจศิริในดำเนินงานบริษัทคิวซีพี และขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวให้แก่เนสท์เล่ระหว่างการพิจารณาคดี ระหว่างการพิจารณาคำร้อง ศาลได้พิจารณาเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเผยให้เห็นถึงความขัดแย้งรุนแรงและความล้มเหลวในการเจรจาระหว่างผู้ถือหุ้น 2 ฝ่ายและกรรมการบริษัท ที่ทำให้เนสท์เล่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจบริษัท QCP ร่วมกับตระกูลมหากิจศิริได้อีกต่อไป นอกจากนี้ ศาลยังได้รับหลักฐานซึ่งชี้ให้เห็นถึงเจตนาของครอบครัวมหากิจศิริในการใช้ประโยชน์จากบริษัทร่วมทุนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงเห็นว่ามีเหตุสมควรที่จะคุ้มครองประโยชน์ของเนสท์เล่ในระหว่างพิจารณาคดีขอยกเลิกกิจการบริษัทคิวซีพี และได้มีคำสั่งให้กรรมการฝ่ายมหากิจศิริจัดทำบัญชีรับจ่าย และบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ส่งให้ศาลและเนสท์เล่เป็นประจำทุกเดือน โดยให้เริ่มจัดทำบัญชีตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น สำหรับบัญชีประจำเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม 2568 ให้กลุ่มมหากิจศิริจัดส่งภายในวันที่

Read More

ตรวจแนวรบตลาดกาแฟ จับตาจุดเปลี่ยน เกมโต้กลับ

ข้อพิพาทการฟ้องร้องระหว่างยักษ์ใหญ่ระดับโลก “เนสท์เล่” เจ้าของแบรนด์ “Nescafé” กับกลุ่มตระกูล “มหากิจศิริ” ซึ่งถือหุ้นในบริษัทร่วมทุน ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส (QCP) ในฐานะผู้ผลิตเนสกาแฟในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2533 ทำให้วงการต่างจับตาตลาดกาแฟสำเร็จรูปที่มีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท จะเกิดจุดเปลี่ยนหรือไม่ ขณะเดียวกันภาพรวมตลาดกาแฟในประเทศไทยราว 6 หมื่นล้านบาท มีอัตราเติบโตทุกปี 8-9% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มทรีอินวันและกาแฟผงสำเร็จรูปยังมีสัดส่วนมากสุดกว่า 85% ซึ่งเนสกาแฟถือเป็นเบอร์ 1 ในตลาดประเทศไทย และแน่นอนว่า QCP สามารถกอบโกยรายได้ เป็นขุมทรัพย์ใหญ่ของตระกูลมหากิจศิริ ทั้งนี้ ผลประกอบการย้อนหลังจากงบการเงินที่ QCP ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ปี 2562 มีรายได้รวม 15,177.52 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,389.32 ล้านบาท ปี 2563 รายได้รวม 15,772.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ

Read More

สงครามเหนือน่านฟ้า อุตสาหกรรมการบินระอุ

หลังประเทศไทยเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ อุตสาหกรรมทุกหมวดขับเคลื่อนกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบินที่มีเหตุให้หยุดชะงักในช่วงสถานการณ์โควิด-19 หลายบริษัทปรับลดขนาดองค์กรลง หรือหยุดกิจการ และแม้ว่าปัจจุบันสายการบินจำนวนหนึ่งจะกลับมาเปิดให้บริการเกือบเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันการท่องเที่ยวของไทยมีแรงขับชั้นดี เพราะยังคงเป็นเป้าหมายการเดินทางของนักท่องเที่ยว เม็ดเงินรายได้เริ่มไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง นี่น่าจะเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนไทยหลายกลุ่มเริ่มมองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรมนี้ และตบเท้าเดินเข้าสู่สังเวียนการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลให้ในอนาคตอุตสาหกรรมการบินของไทยมีตัวเลือกมากขึ้น เริ่มต้นที่ พาที สารสิน หนุ่มนักธุรกิจที่เคยคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมนี้มาก่อนในฐานะซีอีโอของ “นกแอร์” ที่แม้จะร่ำลาจากวงการไปเมื่อปี 2560 พาทีตัดสินใจกลับมาอีกครั้ง และเปิดตัวสายการบินใหม่นามว่า “Really Cool Airlines” พร้อมกับแย้มเส้นทางการบินว่า จะเปิดเส้นทางการบินระยะไกล แต่ในระยะแรกจะมีเส้นทางจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ออสเตรเลีย ยุโรป (ปารีส) ซึ่งมองว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ 70% เป็นนักท่องเที่ยวขาเข้าหรือ inbound จากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังกำหนด Position ของสายการบินนี้เป็น Life style Full Service การกำหนดเส้นทางของสายการบิน Really Cool Airlines ของพาทีนั้น เสมือนเป็นการใช้กลยุทธ์ Blue

Read More