Home > ทรัมป์ 2.0

ทางรอดของสินค้าไทย ในอุ้งมือพญาอินทรี

“เศรษฐกิจไทยปีนี้เผาจริง” คำกล่าวนี้ดูจะไม่เกินจริงเลยสักนิด เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ เพราะดูเหมือนปัญหาและอุปสรรคที่ขัดขวางความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจดูจะประเดประดัง ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัจจัยภายใน เช่น ความขัดแย้งทางการเมืองที่ดูจะมุ่งหาผลประโยชน์มากกว่าจะหาแนวทางแก้ปัญหาปากท้องประชาชนอย่างจริงจัง แม้ว่าจะมีนโยบาย หรือมาตรการต่างๆ ออกมา แต่ผลที่ได้กลับไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง ขณะที่ปัจจัยภายนอกที่หลายประเทศกำลังเผชิญคือ การประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากพญาอินทรี สหรัฐอเมริกา ที่ต้องการลดการเสียดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า รวมถึงนโยบายที่มีเป้าหมายให้คนอเมริกันพึ่งพาตัวเอง ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจ ทว่า นโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา เสมือนเครื่องมือที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ใช้สร้างอำนาจในการต่อรองดุลการค้า รวมถึงสามารถเรียกร้องข้อเสนอจากประเทศต่างๆ เพื่อแลกกับการไม่เก็บภาษีนำเข้าได้ ไทยเองก็เช่นกัน หลังจากที่ถูกขึ้นลิสต์รายชื่อประเทศที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% โดยสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีนี้มาตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน กระทั่งล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ ร่อนจดหมายถึงประเทศไทยและอีกหลายประเทศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากร reciprocal tariff อัตราใหม่ ซึ่งจัดทำมาเพื่อให้เงื่อนไขความสัมพันธ์การค้าทวิภาคีมีความเท่าเทียมกันมากขึ้นในอนาคต และเพื่อจัดการกับความมั่นคงของประเทศที่เกิดจากการขาดดุลการค้าสินค้าจำนวนมหาศาลของสหรัฐฯ กลุ่มสินค้าไทยที่จะได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ได้แก่  ยานยนต์ อาหาร พลาสติก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรและอุปกรณ์อุตสาหกรรม สิ่งทอ

Read More

พิษ “ทรัมป์” ก่อวิกฤตไม่เลิก จับตาสงครามการค้าระลอกใหม่ หนุนทองคำทะยาน $3,400

บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินราคาทองคำส่อแววปรับตัวขึ้นต่อ หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” จุดชนวนความกังวลสงครามการค้าระลอกใหม่ ชี้ สัปดาห์นี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน (CPI) ของสหรัฐฯ และรอฟังถ้อยแถลงเฟด ก่อนเข้าสู่ช่วง “Blackout Period” พร้อมตอกย้ำทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ให้เป้าหมายที่ $3,400 และ $3,430 นางสาว อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระลอกใหม่ โดยทรัมป์ได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้า 30% กับสินค้าจากสหภาพยุโรปและเม็กซิโก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งประกาศขึ้นภาษี 35% กับสินค้าจากแคนาดา และยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขยายอัตราภาษี

Read More

อุตสาหกรรมยางไทยได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ แต่ยังไม่เสียเปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ttb analytics มองอุตสาหกรรมยางไทยได้รับผลกระทบจากภาษีทรัมป์ แต่ยังไม่เสียเปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แนะภาครัฐเร่งเจรจาเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ สืบเนื่องจากวันที่ 2 เมษายน 2568 สหรัฐอเมริกาเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีนำเข้ารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Reciprocal Tariff (ภาษีตอบโต้) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้า ส่งผลให้ไทยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ เป็นกลุ่มประเทศที่นับว่าถูกคิดภาษีในอัตราที่สูง โดยในเบื้องต้นถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ที่ 36% ซึ่งเมื่อเทียบกับภาพรวมถือว่าไทยถูกคิดอัตราภาษีเป็นลำดับที่ 13 จาก 185 ประเทศทั่วโลกที่มีการประกาศ แต่อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ ได้เลื่อนอัตราภาษีที่ประกาศใช้ออกไปอีก 90 วัน โดยคงให้มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศในอัตราพื้นฐานที่ 10% ยกเว้นประเทศจีนที่เหลือ 30% และถึงจะมีเหตุการณ์ไม่แน่นอนจากการฟ้องร้องคำสั่งการใช้กฎหมายการขึ้นภาษีตอบโต้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ยังอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ ทำให้ภาษีตอบโต้นี้ยังคงถูกใช้งานตามกำหนดการเดิม ส่งออกไทยเตรียมรับแรงกระแทกหนักส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก จากภาระภาษีตอบโต้ที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้สินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ ถูกเก็บภาษีทันที 10% และมีแนวโน้มจะถูกจัดเก็บภาษีสูงขึ้นภายใต้ความพยายามในการเจรจาการค้าเพื่อบรรลุข้อตกลงก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 หลังครบกำหนด 90 วัน ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกไทยเมื่อถูกนำเข้าสู่สหรัฐฯ ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและเกิดข้อกังวลว่าสินค้าที่จะปรับระดับราคาขึ้นใหม่นั้น จะยังสามารถขายได้ในปริมาณเท่าเดิมก่อนมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่ รวมทั้งต้นทุนที่ปรับเพิ่มย่อมเป็นจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ที่อาจนำเข้าสินค้าที่สามารถทดแทนกันได้

Read More

GCAP GOLD จับตา “ทรัมป์” รีดภาษีรอบใหม่ ลุ้นราคาทองสร้าง New High ที่ระดับราคา 51,200 บาท

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย นักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่าทิศทางตลาดทองคำในสัปดาห์นี้ ยังคงเผชิญกับความผันผวน พร้อมแนะนำให้จับตาทิศทางทองคำหลังประกาศภาษีใหม่จาก “ทรัมป์” ในวันที่ 2 เมษายน นี้ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาทองคำ ทั้งนี้หากมีการประกาศภาษีที่รุนแรง ราคาทองคำอาจพุ่งสูงขึ้น นักลงทุนอาจหันมาถือทองคำมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด ดังนั้นประเมินว่า ราคาทองคำมีทิศทางเป็นขาขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดย GCAP GOLD ได้ประเมินเป้าหมายของการปรับตัวขึ้นระยะสั้นเบื้องต้นไว้ที่ $3,150 / $3,200 และราคาทองคำไทยอาจทำ New High อยู่ที่ประมาณ 50,800 บาท และหากเงินบาทอ่อนค่าขึ้นเพิ่มเติมอาจจะเห็น 51,200 บาท นอกจากนี้ ทั่วโลกยังเฝ้าจับตาการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ในวันที่ 2 เมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งทางประธานาธิบดีทรัมป์ จะประกาศบังคับใช้ภาษีตอบโต้รอบใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกเพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางการค้าอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ตลาดมีความกังวลเกี่ยวกับการ ขึ้นภาษีและการตอบโต้จากประเทศอื่นๆ ตามมา สิ่งที่ต้องจับตามองในมาตรการทางภาษีรอบใหม่ครั้งนี้ คือ

Read More