Home > Cover Story (Page 9)

ถอดรหัสกลยุทธ์ Disrupt Marketing ของเบอร์เกอร์คิง

ยุคที่ไวรัลคือความสำเร็จในโลกออนไลน์ที่แบรนด์ต่างๆ มองว่านี่จะเป็นจุดเปลี่ยนและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจในแง่ของยอดขายและกระแสการตลาด เบอร์เกอร์คิง คือนักปั่นของสายฟาสต์ฟูดไทย และใช้กลยุทธ์ Disruptive Marketing Disruptive ถ้าแปลแบบตรงตัว คำนี้หมายความว่า การก่อกวน การทำลาย แต่หาก Disruptive Marketing กลายเป็นกลยุทธ์ที่สวนทางกับแนวคิดการโฆษณา การตลาดแบบดั้งเดิม แต่เป็นการสร้างความน่าสนใจ ดึงดูดใจจากความแปลก สวนกระแส แต่เป็นไปในเชิงบวกต่อแบรนด์ กลยุทธ์ในลักษณะนี้มาจากการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ และแนวคิด Disruptive Marketing มีรากฐานมาจากแนวคิด Disruptive Innovation คือ กระบวนการที่บริษัทขนาดเล็กที่มีทรัพยากรไม่มากจะสามารถท้าทายกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ด้วยการบริหารจัดการทางธุรกิจที่แปลกใหม่ และยังเป็นการปฏิวัติการตลาดรูปแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง และกลยุทธ์ล่าสุดที่เบอร์เกอร์คิงใช้ คือ Disruptive Marketing น่าสนใจตรงที่ว่า นอกจากจะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือแฟนคลับของเบอร์เกอร์คิงได้โดยตรงแล้ว ความแสบที่สามารถแซวและขิงคู่แข่งในตลาดสร้างความน่าหยิกให้กับแบรนด์ไม่น้อย ด้วยแคมเปญ The Real Burger ที่หากมองในแง่มุมของการโฆษณาและการตลาดแล้ว นี่เป็นแคมเปญที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย เนื้อหาของวิดีโอโฆษณาที่เล่าเรื่องของเพื่อนคู่หนึ่งที่กำลังนั่งกินเบอร์เกอร์อยู่ข้างกัน แต่จู่ๆ ฝ่ายหนึ่งกลับจับโป๊ะได้ว่าเพื่อนที่นั่งข้างๆ คือตัวปลอม เพียงเพราะเบอร์เกอร์ที่เพื่อนกินอยู่นั้นหน้าตาดูไม่น่ารับประทาน ซึ่งผิดวิสัยแฟนพันธุ์แท้เบอร์เกอร์คิง ที่รู้ดีว่าเบอร์เกอร์ของจริงต้องมีขนมปังอบร้อนนุ่มฟูและเนื้อคุณภาพดีที่ย่างด้วยไฟจนหอมกรุ่น ก่อนที่เรื่องราวจะเฉลยอย่างแสบสันว่าคนที่นั่งอยู่นั้นคือแบรนด์คู่แข่งที่ปลอมตัวมา นี่เป็นกลยุทธ์

Read More

ประวิทย์ ศรีแสงนาม ฉายภาพสมรภูมิขนมสุขภาพ

ตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร ด้วยขนาดตลาดที่ใหญ่และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงจากจำนวนผู้ประกอบการที่มากขึ้น แต่ขนมขบเคี้ยวยังคงเป็นสินค้าที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวของไทยน่าจะอยู่ที่ 49,550 ล้านบาท เติบโตประมาณ 1.5% จากปีก่อนหน้า และตลาดนี้ยังมีผู้เล่นมากกว่า 298 ราย ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่านี่เป็นตลาดที่เปิดกว้างแต่การแข่งขันสูง ปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงดึงดูดในอุตสาหกรรมนี้คือ กำไรขั้นต้นซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 20-35% จากการใช้วัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีต้นทุนไม่สูง แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูปได้ดี ส่งผลให้ตลาดยังคงดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้เข้ามาตลาดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า พฤติกรรมผู้บริโภคสะท้อนว่าขนมขบเคี้ยวไม่ได้เป็นเพียงของรับประทานเล่นอีกต่อไป โดยการบริโภคแบ่งออกเป็นช่วง We Time คิดเป็น 54% และ Me Time คิดเป็น 46% ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าขนมขบเคี้ยวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ทั้งในมิติของการใช้เวลาร่วมกับผู้อื่นและการดูแลตัวเอง จากข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวเชิงสุขภาพในไทยกำลังขยับจากตลาดเฉพาะกลุ่มเข้าสู่ตลาดแมสมากขึ้น และจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาขนมที่อิงกับความเฮลตี้เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ ความสมดุลของชีวิต และประสบการณ์การบริโภค ส่งผลให้การแข่งขันเปลี่ยนจากการเน้นรสชาติและราคาไปสู่การสร้างคุณค่าไลฟ์สไตล์ และความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง ขนมเพื่อสุขภาพจึงก้าวจาก “เทรนด์” ไปสู่ “มาตรฐานใหม่” ของตลาดขนมกินเล่นไทย

Read More

นพ. วีรพล เขมะรังสรรค์ เร่งเครื่อง MEDEZE จากธนาคารสเต็มเซลล์สู่ Health Economy

เศรษฐกิจสุขภาพของไทย (Health Economy) กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาด Wellness และบริการเชิงป้องกันที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี อันสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น นั่นทำให้ ‘เมดีซ กรุ๊ป’ ประกาศเดินหน้ารุกธุรกิจด้าน Health Economy ยกระดับจากการเป็นผู้ให้บริการ Biobank สู่การเป็นผู้เล่น Biopharma อย่างเต็มรูปแบบ บริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MEDEZE ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2553 ในชื่อบริษัท กรุงเทพสเต็มเซลล์ จำกัด โดยกลุ่มแพทย์ผู้มีประสบการณ์อย่าง นพ.วีรพล เขมะรังสรรค์, รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย และ นพ.จำรัส สกุลไพศาล ในฐานะผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ คัดแยก เพาะเลี้ยง และรับฝากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) รวมถึงธุรกิจเซลล์รากผม (Hair Follicle Cell

Read More

Exclusive Talk “เอลี มาลูฟ” CEO แห่ง IHG เมื่อประเทศไทยคือดินแดนแห่งโอกาส

IHG Hotels & Resorts (IHG) หรือ InterContinental Hotels Group ถือเป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจโรงแรมระดับโลก ที่มีประวัติความเป็นมากว่า 200 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่วินด์เซอร์ เบิร์กเชียร์ ประเทศอังกฤษ จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2568 IHG ดำเนินกิจการโรงแรมมากกว่า 6,800 แห่งใน 100 ประเทศทั่วโลก โดย 55% อยู่ในอเมริกาตั้งแต่แคนาดา สหรัฐอเมริกา จนถึงลาตินอเมริกา อีก 15% อยู่ในประเทศจีน และที่เหลืออยู่ในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย มีพนักงานประมาณ 375,000 คน โดยมีแบรนด์โรงแรมในเครือกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Luxury & Lifestyle ได้แก่ Six Senses, Regent Hotels

Read More

แนวคิด “บ้านชาวไทย” ตอบโจทย์สังคมของเจ้าสัวคีรี

ปี 2568 ที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอยู่ในช่วงภาวะซบเซา กำลังการดูดซับซัปพลายอ่อนแรง จากผลพวงของสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อหรือลงทุนในที่อยู่อาศัย ประกอบกับสถาบันการเงินมีมาตรการที่เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ เลือกที่จะเปิดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงบนที่แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่ผู้บริโภคในระดับกลางถึงล่างกลับเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยเหตุผลนี้เจ้าสัวคีรี กาญจนพาสน์ จึงตัดสินใจเปิดโครงการ “บ้านชาวไทย” ที่มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตทำงาน หรือกลุ่มคนที่ถูกระบบการเงินทิ้ง (Gig Worker) แม้ว่า คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด จะมีภาพจำที่คนส่วนใหญ่มองเห็นคือ ดูแลธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะขนส่งระบบราง แต่วันนี้ คีรี มีแนวคิดที่จะเปิดโครงการอสังหาฯ ที่สร้าง Talk of the Town ด้วยโครงการบ้านชาวไทย คีรีเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจอสังหาฯ ซึ่งบิดาของคีรี คือ มงคล กาญจนพาสน์ เคยเป็นนักพัฒนาอสังหาฯ ที่มีชื่อเสียงอย่างมากเมื่อ 60 ปีที่แล้ว และปัจจุบันครอบครัวกาญจนพาสน์ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาฯ อยู่ ทั้งการร่วมลงทุนกับบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ นักพัฒนาที่ดิน และด้วยเหตุผลที่อยากให้คนกลุ่มใหญ่ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่เงื่อนไขหลายด้านทำให้ความต้องการนั้นเป็นเรื่องยาก

Read More

NIA หนุนนวัตกรรมข้าวไทย เพิ่มมูลค่าพืชเศรษฐกิจ

ชะตากรรมของข้าวไทยและชาวนายังคงน่าเป็นห่วง ทั้งตลาดที่ถูกคู่แข่งแซงหน้าและเบียดแย่งอันดับ 1 และอันดับ 2 ทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 3 ของการส่งออก ขณะที่ราคาข้าวไทยสูงกว่าราคาตลาดทำให้แข่งขันยากขึ้น ครั้งหนึ่งไทยเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวไปสู่ตลาดโลกเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งในด้านคุณภาพของข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิเป็นที่ต้องการของตลาด แต่การขาดการพัฒนาสายพันธุ์ ต้นทุนในการเพาะปลูกข้าวต่อไร่มีมูลค่าสูง รวมไปถึงโครงสร้างระบบชลประทานที่ยังไม่ดีพอ ปัจจัยลบหลายด้านส่งผลให้ไทยไม่สามารถยืนระยะในฐานะประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งได้อีก ในขณะที่เวียดนามมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสามารถพัฒนาข้าวให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เคยบริโภคข้าวไทยได้ เช่น ฟิลิปปินส์ ด้านอินเดียสร้างข้อได้เปรียบของตลาดข้าวในเรื่องราคาที่ถูกกว่า และยังสามารถเพาะปลูกข้าวได้ในปริมาณมาก ปัญหาเรื่องข้าวไทยจึงกลายเป็นปัญหาที่ทั้งภาครัฐและประชาชนพยายามเร่งหาทางแก้ไข เมื่อปีที่ผ่านมา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบาย “ข้าวประณีต” เพื่อให้ข้าวของไทยสามารถเจาะตลาดพรีเมียมทางเลือกได้ ทั้งในลักษณะของข้าวพื้นถิ่นคุณภาพดี และผลิตภัณฑ์แปรรูป ในแต่ละปีไทยผลิตข้าวได้มากกว่า 20 ล้านตัน และพึ่งพาการส่งออกมากกว่าครึ่ง แต่ผลผลิตต่อไร่ยังตามหลังคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่ได้เฉลี่ย 1,200 กก./ไร่ ขณะที่ข้าวไทยอยู่ที่ 600-700 กก./ไร่ กระทรวงพาณิชย์จึงมีแนวคิดที่จะขับเคลื่อนข้าวไทยให้มุ่งไปสู่ตลาดเฉพาะทางมากขึ้น ใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายที่มีมากกว่า 5,000 สายพันธุ์ และเริ่มต้นส่งเสริม 200 กลุ่มเกษตรกรต้นแบบในเฟสแรก นอกจากนี้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ

Read More

PASAYA พลิกโฉมโรงงานสิ่งทอ ถักทอพลังงานสะอาด เร่ง Zero Emission Factory

อย่างที่ทราบกันดีว่าวิกฤตโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นในทุกขณะ จากข้อมูลของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) และ UN Environment Programmed (UNEP) ระบุว่า โลกอยู่ในช่วง The Critical Decade และสิ่งที่ต้องทำคือเร่งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้เกือบครึ่งหนึ่ง ก่อนที่อุณหภูมิโลกจะพุ่งสูงจนถึงระดับวิกฤตที่จะส่งผลให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและกระทบต่อความอยู่รอดของทุกชีวิตอย่างที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้ ซึ่งเหลือเวลาดำเนินการจริงอีกไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นความเคลื่อนไหวของหลายๆ ฝ่าย ที่ต่างเดินหน้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนฯ เพื่อร่วมกันแก้วิกฤตโลกร้อนออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง ‘PASAYA’ แบรนด์สิ่งทอของไทย ที่ล่าสุดออกมาประกาศยกระดับพันธกิจรักษ์โลก หรือ ‘Mission for the World’ ด้วยการทุ่มงบกว่า 150 ล้านบาท พลิกโฉมโรงงาน PASAYA จังหวัดราชบุรี สู่การเป็น Zero Emission Factory โรงงานที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2573 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ถึง 5 ปี

Read More

ชเล วุทธานันท์ ผู้ก่อตั้ง PASAYA จากโรงงานสิ่งทอสู่การสร้างแบรนด์

“PASAYA หรือ พาซาญ่า มาจากคำไทยว่า แพศยา ซึ่งผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระนางคลีโอพัตราที่ถูกศัตรูเรียกว่าแพศยา แต่จริงๆ แล้วเป็นผู้หญิงที่สวย เก่ง มีอำนาจ และยอมเสียสละเพื่อชนชาติของตัวเอง เพราะผมต้องการสร้างแบรนด์ที่สื่อถึงผู้หญิงที่สวย ฉลาด เก่ง สง่างาม คิดนอกกรอบ และมีอำนาจในตัวเอง ที่สำคัญยังเป็นคำไทยที่จำง่ายและทุกชาติออกเสียงตามได้” ข้อความข้างต้น คือสิ่งที่ ‘ชเล วุทธานันท์’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PASAYA กล่าวถึงที่มาของชื่อ PASAYA แบรนด์สิ่งทอที่มีต้นกำเนิดมาจากโรงงานสิ่งทอเล็กๆ ก่อนที่จะผงาดขึ้นมาเป็นแบรนด์สิ่งทอที่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศ ชเล วุทธานันท์ เติบโตมาท่ามกลางธุรกิจสิ่งทอของครอบครัวในชื่อ บริษัท สิ่งทอซาติน จำกัด เป็นโรงงานสิ่งทอเล็กๆ ที่เปิดดำเนินกิจการทอผ้าสำหรับใช้ตกแต่งภายในบ้าน ในย่านอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่มีเครื่องจักรทอผ้ามือสอง 20 เครื่อง และคนงานทอผ้าเพียง 50 คน และเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จัก ภาพจากเว็ปไซต์ PASAYA โดยหลังจากเรียนจบ ชเลยังไม่ได้เข้าไปช่วยธุรกิจครอบครัวในทันที ด้วยความที่มีความรู้ด้านภาษาจีน จึงมีโอกาสได้สอนภาษาจีนและทำสื่อหนังสือพิมพ์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ทางบ้านจะเรียกตัวกลับมาให้ช่วยดูแลโรงงานทอผ้า แต่เพื่อให้รู้จริงในสิ่งที่ทำ

Read More

สุธิดา มงคลสุธี กับจังหวะก้าวของ SYNNEX

การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีโดยตัวแปรสำคัญอย่าง AI ทำให้ธุรกิจในทุกแวดวงต้องเร่งปรับตัวตามให้ทัน แต่การเป็นผู้นำจำเป็นที่ต้องคิดไปไกลมากกว่าการพัฒนาให้เท่าทันเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในเวลานั้น แต่ต้องนำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะ AI ถูกยอมรับว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในหลายมิติ ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจด้านไอที SYNNEX (ซินเน็ค) หนึ่งในบริษัทผู้นำเข้าอุปกรณ์ไอที ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากร้านเครื่องเขียน “แต้ เกียง เซ้ง” ในปี 2497 ก่อนจะวิวัฒนาการ พัฒนามาเป็นบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านไอทีมากกว่า 70 แบรนด์ และยังเป็นผู้ใช้บริการโซลูชันสำหรับองค์กร เช่น ระบบเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ ซอฟต์แวร์คลาวด์ ความคิดที่ต้องพัฒนาให้ทันเทคโนโลยี ผนวกเข้ากับสินค้าและบริการ ทำให้ ซินเน็คเป็นองค์กรที่มีรายได้หลักหมื่นล้าน “ผู้จัดการ 360องศา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX ถึงการเปลี่ยนผ่านบทบาทจาก Distributor ไปสู่ Value-added Distributor “เราบอกตัวเองเสมอ

Read More

ITD เสริมแกร่งผู้ประกอบการ-SMEs ฝ่าสมรภูมิการค้าโลก

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจหลายสำนักประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยที่อาจสร้างผลกระทบรอบด้าน โดยปัจจัยภายในอาจมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังต้องรอผลการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว จึงจะเห็นนโยบายด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ขณะที่ปัจจัยภายนอกเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตัดสินใจของสหรัฐอเมริกาที่มีผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก ทั้งการบุกจับตัวผู้นำของประเทศเวเนซุเอลา และการเตรียมถอนตัวออกจาก 66 องค์กรระดับชาติที่จะส่งผลต่อการลงทุนของประเทศของนักลงทุนจากอเมริกา วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.8% ชะลอตัวลงจากปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.1% เนื่องจากเครื่องยนต์สำคัญหลายด้านมีแนวโน้มแผ่วลง ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การบริโภค การลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาครัฐ ด้านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ประเมินว่า ผู้ประกอบการในกลุ่ม SMEs ไทยในปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้แม้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่ำ และเกมธุรกิจจะเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ประกอบการกำลังเผชิญด่านใหม่ ที่เก่งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องยืดหยุ่นปรับตัวให้ทันสถานการณ์ ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรตั้งรับเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้เกมและก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD วางแผนที่จะใช้ AI เข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเตรียมความพร้อมให้กลุ่มผู้ประกอบการและ SMEs ไทยให้สามารถรับมือกับเมกะเทรนด์เศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital & Green Transition ได้อย่างยั่งยืน “โครงสร้างการค้าโลกในปี 2569 มีความซับซ้อนสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากระเบียบการค้าใหม่ ซึ่งปัจจัยท้าทายไม่ได้มีเพียงแค่การแข่งขันด้านราคาแต่ยังรวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด

Read More