Home > Cover Story (Page 152)

ศึกกาแฟ 3 ยักษ์สะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ทปั้น Arigato

การเผยโฉม “ลอว์สันคาเฟ่” แห่งแรกในร้านลอว์สัน 108 สาขาตลาดนัดเมืองไทยภัทร โดยตั้งใจให้เป็นแฟลกชิปสโตร์ เน้นภาพลักษณ์หรูหรารับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่แค่การปลุกแนวรบคอนวีเนียนสโตร์ให้ร้อนเดือด แต่ยังเป็นการประชันจุดขายใหม่ “คอฟฟี่คาเฟ่” ของ 3 ค่ายยักษ์คอนวีเนียนสโตร์ที่ซุ่มปลุกปั้นแบรนด์ร้านกาแฟ เพื่อสร้างแม็กเน็ตแย่งชิงกลุ่มลูกค้าในสถานการณ์ที่ร้านสะดวกซื้อต่างค่ายต่างแบรนด์ต่างเปิดสาขาแทบจะชนกันในทุกพื้นที่ หากวัดจำนวนสาขาล่าสุดของแต่ละฝ่าย เซเว่นอีเลฟเว่นนำโด่งปูพรมสาขาครบแล้ว 10,000 แห่ง และบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ยังวางแผนผุดเพิ่มอย่างน้อยอีก 700 สาขาในปี 2561 เพื่อสกัดคู่แข่งชนิด 360 องศา ขณะที่เบอร์ 2 แฟมิลี่มาร์ท มีจำนวนสาขารวม 1,139 แห่ง และตั้งเป้าหมายเปิดครบ 3,000 สาขาภายใน 3 ปีข้างหน้า ส่วนลอว์สัน108 หลังเปิดสาขาตลาดนัดเมืองไทยภัทร ร้านแห่งที่ 100 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทสหลอว์สัน เตรียมขยายเพิ่ม 20 สาขา ทั้งร้านแบรนด์ LAWSON 108 และ

Read More

อาณาจักรแสนล้าน ITD บนบรรษัทภิบาลที่สั่นคลอน

หากเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งจะมีอายุครบ 64 ปี ในวันที่ 9 มีนาคม 2561 หรือในช่วงเวลาไม่กี่วันข้างหน้านี้ มีโอกาสได้นั่งย้อนเวลาพินิจความเป็นมาและเป็นไปทั้งในส่วนของเขาและอาณาจักรธุรกิจที่ครอบครัวกรรณสูตได้สืบต่อเนื่องมาจากยุคของชัยยุทธ กรรณสูต พ่อของเขาและจิโอจิโอ แบร์ลิงเจียรี หุ้นส่วนวิศวกร ชาวอิตาลี ที่ได้ร่วมก่อตั้งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี) เมื่อ 64 ปีก่อน ภาพที่ปรากฏขึ้นในวาบความคิดของเขาคงมีความน่าสนใจไม่น้อย แต่จะมีใครหรือผู้ใดสามารถล่วงรู้ได้บ้างว่าภายในจิตใจของเปรมชัย กรรณสูต จะคิดถึงหรือจัดลำดับความสำคัญให้กับสิ่งใดอย่างเป็นด้านหลัก จากจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จในการได้รับสัมปทานการกู้เรือเดินทะเล เมื่อปี พ.ศ. 2497 ที่นำไปสู่การก่อตั้งเป็นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ITD) ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นจากเงินจำนวน 2 ล้านบาท ก่อนจะเติบใหญ่และขยายบริบททางธุรกิจออกไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปัจจุบัน ITD ได้รับการกล่าวถึงในฐานะอาณาจักรธุรกิจที่มีมูลค่านับแสนล้าน และมีโครงข่ายธุรกิจครอบคลุมหลากหลายไม่เฉพาะในบริบทของสังคมไทยเท่านั้น หากยังขยายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และในประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งอินเดีย

Read More

ดัชนีอสังหาฯ แนวตั้ง ชี้เศรษฐกิจไม่ปังอย่างที่รัฐคิด

ช่วงปลายปี 2560 มาถึงช่วงเดือนแรกของศักราชใหม่ หลายสำนักออกมาคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ว่ามีทิศทางและอนาคตที่สดใส อีกทั้งยังประเมินตัวเลข GDP ว่าจะมีการเติบโตถึง 4 เปอร์เซ็นต์ จนถึงเวลานี้แม้จะยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่า คำทำนายเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจนั้นจะถูกต้องไปทั้งหมดหรือไม่ กระนั้นตัวเลขจากการคาดการณ์ดังกล่าวก็ยังเป็นเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงให้กับนักลงทุนทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ที่กำลังตัดสินใจลงทุน แม้เราจะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การลงทุนของภาครัฐเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรม และธุรกิจอื่นๆ อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่าปี 2561 การลงทุนภาครัฐน่าจะขยายตัวอยู่ที่ 11.90 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยสำคัญคือการขับเคลื่อนการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านโครงการขนาดใหญ่ อัตราการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตขึ้นเสมือนเงาตามตัวของเส้นทางรถไฟฟ้า เพราะเมื่อใดที่ภาครัฐเปิดเผยแผนก่อสร้างโครงการระบบขนส่งมวลชนชนิดนี้ บรรดานักลงทุนทั้งแบรนด์ใหญ่และค่ายเล็กต่างพากันปักหมุดจับจองพื้นที่สำหรับก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่อาศัยแนวตั้ง ที่เกิดขึ้นแบบประกบคู่ขนานไปกับเส้นทางของโครงการรถไฟฟ้า ในช่วงเวลานั้นหลายค่ายคงจะประเมินถึงกระแสตอบรับต่อที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี รวมไปถึงการเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย และการประเมินยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนที่อยู่อาศัยแนวตั้งจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียมบนเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ที่มีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นจำนวนมากจนเรียกได้ว่าเกินความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค นั่นน่าจะมาจากผลสำรวจของภาครัฐในช่วงก่อนก่อสร้างโครงการว่าจะมีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าในเส้นทางดังกล่าวประมาณ 2 แสนคนต่อวัน หากแต่หลังโครงการเสร็จสิ้นและมีการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีน้ำเงินแล้วก็ตาม แต่ยังมีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าประมาณ 5 หมื่นคนต่อวัน การลดลงของผู้โดยสารบนเส้นทางดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากอัตราค่าโดยสารที่สูงขึ้นโดยเฉลี่ยไป-กลับ ประมาณ 200 บาทต่อวัน และปัญหาดังกล่าวก็ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เมื่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญให้ประชาชนนำมาพิจารณาเรื่องการซื้อที่อยู่อาศัยในย่านดังกล่าว นั่นทำให้เกิดปัญหาคอนโดมิเนียมบนเส้นทางสายสีม่วงโอเวอร์ซัปพลาย ทั้งนี้จำนวนหน่วยของที่อยู่อาศัยแนวตั้งในช่วงก่อนการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้นมีประมาณ 1.3 หมื่นหน่วย

Read More

วิบากกรรม เปรมชัย กรรณสูต วิบากกรรม อิตาเลียนไทย

อุบัติการณ์ของการเข้าจับกุมคณะพรานไพร โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งให้ชื่อของเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ รวมถึงการโจษขานในโซเชียลมีเดีย ที่นำไปสู่การขุดคุ้ยค้นหาความเป็นมาและเป็นไปของชายร่างท้วมใหญ่ในวัย 63 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ครอบครองอาณาจักรธุรกิจมูลค่ากว่าแสนล้านรายนี้ไปโดยปริยาย มิติมุมมองของการเสนอข่าวเปรมชัย กรรณสูต ในฐานะพรานไพรใจเหี้ยม ที่ปฏิบัติการพร่าผลาญทำร้ายชีวิตสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์ ในสังคมที่ตื่นกระแสแบบสังคมไทย ได้รับการนำเสนอผ่านสื่อสังคมทุกรูปแบบ จนทำให้เรื่องราวความไม่ชอบมาพากลและเลวร้ายอื่นๆ ที่สังคมไทยได้บ่มเพาะไว้ก่อนหน้านี้ ถูกผลักให้จางหายจากความสนใจ และจะถูกลบเลือนประหนึ่งไม่เคยเกิดขึ้นได้โดยง่าย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นว่าด้วย “นาฬิกา...เพื่อนให้ยืม” หรือแม้กระทั่ง “อาชีพไซด์ไลน์ ที่มีเครดิตดีในการยืมเงิน 300 ล้าน” ที่ล้วนแต่เป็นภาพสะท้อนความเหลวแหลกและอับจนทางศีลธรรม จริยธรรม ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ แต่ดูเหมือนว่าประเด็นการล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมายจะเข้ากันได้ดีกับห้วงอารมณ์ที่เปราะบางของสังคมไทย ที่พยายามสะท้อนภาพความเป็นผู้มีเมตตา และมาตรฐานความดีที่ไม่พร้อมให้ใครต้องตรวจสอบ แม้ว่าความถูกผิดในทางคดีและความเป็นไปแห่งการกระทำของเปรมชัย กรรมสูต อาจต้องได้รับการพิสูจน์ต่อไปในอนาคต หากแต่หลายฝ่ายพยายามชี้ให้เห็นว่าเปรมชัย กรรณสูต คือ “มืออาชีพ” ที่ชื่นชอบและมีความสามารถในการล่า มิได้เป็นเพียงผู้นิยมไพรที่แสวงหาการพักผ่อนท่องเที่ยวในแบบ “สักครั้งในชีวิต”

Read More

“มาลี” รุกแนวรบใหม่ ชูเฮลท์ตี้ยึดอาเซียน

“มาลี” เร่งกลยุทธ์รุกตลาดโลกขนานใหญ่ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนยอดขายในประเทศที่เจอพิษเศรษฐกิจรุมกระหน่ำต่อเนื่อง โดยล่าสุดทุ่มเม็ดเงิน 330 ล้านบาท ซื้อกิจการบริษัทร่วมทุน ลอง ควน เซฟ ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มในเวียดนาม หลังจากจับมือกลุ่มมอนเด นิชชิน คอร์ปอเรชั่น ตั้งบริษัทร่วมทุนในฟิลิปปินส์ และผนึกกำลังกับบริษัท พีที คีโน่ อินโดนีเซีย เปิดฐานธุรกิจในอินโดนีเซีย สยายปีกเจาะกลุ่มลูกค้าทั่วอาเซียน ทั้งสามดีลในช่วงเวลา 2 ปีกว่าๆ เป็นการเปิดเกมเชิงรุกตามแผนยุทธศาสตร์การผลักดันรายได้ทะลุเป้าหมายหมื่นล้านบาทภายในปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินปี 2562 พร้อมจ่อขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพระดับโลกภายในปี 2564 รุ่งฉัตร บุญรัตน์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทวางเป้าหมายยอดขายในปี 2561 จะเติบโตกว่า 30% จากปีก่อน ผลจากการลงทุนทั้งในและต่างประเทศในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเพื่อออกผลผลิตใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการเร่งสัดส่วนยอดขายต่างประเทศจาก 40% เป็น 60% ภายใน

Read More

เทสโก้งัดแผนดึงคู่ค้าไทย ลุยตลาดอังกฤษสู้เบร็กซิท

“เทสโก้โลตัส” งัดแผนดึงเครือข่ายผู้ประกอบการไทยเข้าไปเจาะตลาดอังกฤษ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ “วิน-วิน” รอบด้าน เพราะไม่ใช่แค่การเสริมศักยภาพสร้างเครือข่ายคู่ค้า เร่งยอดส่งออกและขยายพอร์ตสินค้า แต่มากไปกว่านั้น บริษัทแม่ในอังกฤษกำลังดิ้นรนเสริมจุดแข็งทุกด้าน เพื่อต่อสู้กับผลพวงจากกรณี “เบร็กซิท” (Brexit) โดยเฉพาะสถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกในสหราชอาณาจักรที่พลิกโฉมครั้งใหญ่ จอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส และประธานผู้นำนักธุรกิจฝ่ายสหราชอาณาจักร สภาผู้นำนักธุรกิจไทย-อังกฤษ เปิดเผยว่า เทสโก้ โลตัส ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทยที่มีสาขากว่า 1,900 แห่งทั่วประเทศ มีบทบาทสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไทย โดยเป็นช่องทางการขายและสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานสินค้าเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศผ่านกลุ่มเทสโก้มานานกว่า 10 ปี ทั้งสินค้าประเภทอาหารสด เช่น ผลไม้ เนื้อไก่ เนื้อกุ้ง สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องเขียน ของเล่นเด็ก ไปยังตลาดยุโรปกลางและเอเชียผ่านกลุ่มเครือข่ายธุรกิจเทสโก้ใน 10 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร ประเทศไทย มาเลเซีย ไอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี โปแลนด์ สโลวะเกีย อินเดีย และจีน แต่สำหรับปี 2561

Read More

ซีพีผนึกยักษ์ “เบลลิซิโอฟู้ด” เร่งเครื่องเจาะตลาดอเมริกา

“ปีนี้เป็นปีที่จะเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทยในโอกาสครบรอบ 200 ปี และบริษัทไทย คือ ซีพี ได้ต่อยอดเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน 200 ปีนี้ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ชื่อของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ Boston Market ได้รับการตั้งตามเมืองบอสตัน ซึ่งเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชสมภพ การเกิดขึ้นของงานในครั้งนี้จะทำให้เห็นว่าไทยสามารถเป็นครัวโลกได้” กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าวเปิดตัวอาหารแช่แข็ง “Boston Market” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา ณ บ้านพักเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย โดยมีธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) พร้อมผู้บริหารในเครือร่วมงานอย่างคับคั่ง ภาพในวันนั้นสะท้อนนัยมากมาย ทั้งความสัมพันธ์อันแนบแน่นทางการค้าและการทูต โดยเฉพาะก้าวย่างสำคัญของซีพีในการเจาะตลาดขนาดยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา หลังจากเริ่มต้นกลยุทธ์สำคัญตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ทุ่มเม็ดเงินกว่า 38,000 ล้านบาท ซื้อหุ้น 100% ของบริษัท

Read More

ไทยเร่งผุดนิคมฯ กระตุ้นลงทุน หลัง FDI ทั่วโลกหดตัว

สถานการณ์การแข่งขันช่วงชิงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาหล่อเลี้ยงและกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจให้เดินไปข้างหน้า ภายใต้นโยบายของรัฐไทย ดูจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะนอกจากจะเผชิญกับทางแพร่งว่าด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของแรงงาน ในขณะเดียวกันยังมีแรงเสียดทานจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่กำลังมีต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นแล้ว ข้อเท็จจริงในอีกด้านหนึ่งยังปรากฏว่าปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยในช่วงปีที่ผ่านมา FDI ทั่วโลกปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 16 จากระดับ 1.81 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2559 มาอยู่ที่ระดับ 1.52 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2560 ที่ผ่านมา ในรายงาน “Global Investment Trend Monitor” ที่นำเสนอโดยที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD (The United Nations Conference on Trade and Development: UNCTAD) ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ในระดับโลกยังดำเนินไปภายใต้การฟื้นตัวอย่างยากลำบาก ท่ามกลางผลลัพธ์ที่นำมาซึ่งความแปลกใจ เมื่อพิจารณาจากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ นอกจากนี้ รายงานของ UNCTAD ยังระบุด้วยว่า แม้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในประเทศกำลังพัฒนา

Read More

ธุรกิจ-อุตสาหกรรมปรับตัว ส่งตลาดแรงงานสะเทือน

การประกาศปิดสาขาของธนาคารพร้อมกับแผนที่จะลดจำนวนพนักงานลงตามแผนพัฒนาในกรอบระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ของธนาคารไทยพาณิชย์ นอกจากจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการประกาศผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ที่มีมติให้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2561 ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด ด้วยอัตรา 308-330 บาทต่อวัน ในอีกด้านหนึ่งยังเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามปรับตัวของภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรม ที่กำลังถูกท่วมทับด้วยกระแสธารของเทคโนโลยีในยุคสมัยแห่งดิจิทัล ถ้อยแถลงของอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ในงาน SCB VISION 2020 ที่ระบุถึงการ “ลดสาขา” และ “ลดพนักงาน” ลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2018-2020 ของธนาคารไทยพาณิชย์ จากจำนวนสาขาที่มีอยู่ 1,153 สาขาให้เหลือ 400 สาขา และปรับลดจำนวนพนักงานจาก 27,000 คน ให้เหลือ 15,000 คน ในด้านหนึ่งอาจไม่ใช่สิ่งเหนือความคาดหมาย หากแต่กรณีที่ว่านี้กลายเป็นประเด็นร้อน เพราะนี่ถือเป็นการประกาศทิศทางของการเปลี่ยนผ่าน หรือ SCB Transformation อย่างเป็นทางการสู่สาธารณะให้ได้ร่วมรับรู้ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระบบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารและสถาบันการเงินก็คือเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มในการให้บริการได้ขยับคืบรุกไล่เข้ามามีบทบาทต่อวิถีความคิดและรูปแบบการให้บริการแบบเดิมด้วยอัตราเร่ง และทำให้ปรากฏการณ์แห่งการปิดและลดจำนวนสาขาของธนาคารแต่ละแห่ง กลายเป็นภาพที่ชินตาตั้งแต่เมื่อปีที่ผ่านมา

Read More

ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ดาบสองคมของเศรษฐกิจไทย

ข่าวการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของภาคแรงงานไทย กำลังเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย ทั้งจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่เฝ้ารอให้วาระนี้ถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า และได้รับการอนุมัติเห็นชอบ ขณะที่บรรดานักลงทุนอาจกำลังวิตกว่าหากผลสรุปของที่ประชุม ครม. ไม่คัดค้าน และมีผลให้ค่าแรงอัตราใหม่ต้องบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2561 นั่นหมายถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่การแข่งขันดำเนินไปด้วยความยากลำบาก ประเด็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ สามารถมองได้ในหลากหลายมิติ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. มองว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้น่าจะส่งผลดีต่อสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในห้วงยามที่กำลังต้องการตัวกระตุ้น โดยก่อนหน้านี้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แสดงความคิดเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า มีความเหมาะสม เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ปรับขึ้นมานานถึง 3 ปี และหากแรงงานได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น น่าจะส่งผลต่ออำนาจการซื้อของประชาชนมากขึ้น ผู้ประกอบการร้านค้าจะได้รับประโยชน์จากการขายสินค้าได้มากขึ้น เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งนี้ ผลสรุปของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ที่กำลังเสนอคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นการเสนอให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยอัตรา 5-22 บาท ซึ่งแบ่งออกเป็น 7 อัตรา ตามแต่ละพื้นที่ โดยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 308 บาทต่อวัน ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา

Read More