Home > Cover Story (Page 105)

“ซีเจ” รุกคืบชนยักษ์สะดวกซื้อ เร่งรายได้แต่งตัวเข้าตลาดหุ้น

ซีเจ เอ็กซ์เพรส ได้ฤกษ์รุกฐานกรุงเทพฯ มากขึ้น หลังจากใช้เวลาหลายปีเปิดยุทธการป่าล้อมเมืองผุดสาขาในจังหวัดหลักๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบิ๊กบอสคาราบาวกรุ๊ป เสถียร เศรษฐสิทธิ์ หุ้นส่วนใหญ่ ประกาศยังเดินหน้าแผนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้ต้องเลื่อนจากปี 2563 เพราะพิษโควิด-19 เป็นปี 2565 เพื่อระดมทุนก้อนใหญ่เพิ่มขุมกำลังเปิดศึกชนยักษ์สะดวกซื้อแบบจัดเต็ม ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 18 มีนาคม 2564 ซีเจ เอ็กซ์เพรส มีสาขาทั่วประเทศรวม 593 แห่ง ซึ่งดูเหมือนยังห่างไกลจากเจ้าตลาด ทั้งเซเว่นอีเลฟเว่นของบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) และแฟมิลี่มาร์ท ของกลุ่มเซ็นทรัล แต่ประเมินจากกลยุทธ์และเครือข่ายเชื่อมโยงกับบริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ย่อมถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ที่สำคัญ แบรนด์ร้านสะดวกซื้อ “CJ” อยู่ในวงการค้าปลีกยาวนานกว่า 16 ปี ตั้งแต่ยุคบริษัท พี เอส ดี

Read More

กัญชาฟีเวอร์ร้อนแรง ร้านอาหารแข่งเดือด

กัญชาฟีเวอร์เปิดเทรนด์ใหม่ในสมรภูมิธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ชนิดที่ทุกค่ายแห่กระโดดเกาะกระแสประชันสร้างสรรค์เมนูดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่กำลังอยากลิ้มชิมรสชาติและลองสรรพคุณ เพื่อพลิกฟื้นรายได้รอบใหม่หลังผ่านวิกฤตโควิดมาอย่างสะบักสะบอม ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากหลายสถาบันต่างคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของตลาดกัญชาในทิศทางเดียวกันจนขึ้นแท่นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สามารถสร้างรายได้มหึมาและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางหรือ HUB กัญชากัญชง หลังจากได้รับการปลดล็อกจากทะเบียนยาเสพติดประเภทที่ 5 มีผลตั้งแต่ปลายปี 2563 โดยสามารถนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชย์ได้ ประกอบด้วย 1. ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่ง ก้าน ราก 2. เมล็ดกัญชง น้ำมัน-สารสกัดจากเมล็ดกัญชง 3. สารสกัดที่มีผลต่อจิตประสาท CBD (Cannabidiol) และสาร THC (Tetrahydrocannabinol) ที่ยังเป็นยาเสพติด แต่ต้องไม่เกิน 2% โดยส่วนที่อนุญาตให้ใช้ต้องมาจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังยกเว้น ช่อดอกกัญชา เมล็ดกัญชา และช่อดอกกัญชง ซึ่งยังไม่ปลดล็อกจากยาเสพติด ทั้งนี้ ตามรายงานของ The Global Cannabis Report ของ Prohibition Partners ผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกและที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ชั้นนำระดับโลก ประเมินมูลค่าตลาดกัญชาทั่วโลกจะเติบโตสูงมากและต่อเนื่องจนถึงปี

Read More

JMART ดัน Synergy Store ปรับเกมบุก คาซ่าลาแปง-ไวท์คาเฟ่

เจมาร์ทกรุ๊ป เดินหน้าปรับ Business Model ธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟรอบใหญ่แก้เกมวิกฤตโควิด-19 ที่พลิกเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคแบบ New Normal โดยผลักดัน 2 แบรนด์หลัก คาซ่า ลาแปง (Casa Lapin) และไวท์คาเฟ่ (White Cafe) ภายใต้กลยุทธ์ Synergy Store รุกสู่เป้าหมายการเป็นดิจิตอลคาเฟ่เข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง ทุกรูปแบบ ตลอด 24 ชั่วโมง แน่นอนว่า แม้เปรียบเทียบกับทุกธุรกิจในเครือเจมาร์ท ธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟอาจยังทำรายได้ไม่สูง แต่อัตราเติบโตและมาร์จินสูงมาก รวมทั้งถือเป็นเสน่ห์เติมเต็มความต้องการของลูกค้าในทุกโหมดธุรกิจ ล่าสุด อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ยกทีมผู้บริหารชุดใหญ่ ประกาศเป้าหมายการผลักดันกำไรช่วง 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2564 จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 50% ทำกำไร All Time High

Read More

จาก Dine in the Dark สู่ Dots Coffee ทลายกรอบมุมมองต่อผู้พิการทางตา

ย้อนไปเมื่อปี 2555 ร้านอาหารที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์รับประทานอาหารท่ามกลางความมืดสนิท โดยมีผู้พิการทางสายตาคอยให้บริการ อย่าง “Dine in the Dark” กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และอยู่ในความสนใจของสังคม เพราะนอกจากเป็นการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ในมื้ออาหารแล้ว อีกทางหนึ่งยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการอีกด้วย จุดเริ่มต้นของ Dine in the Dark เกิดขึ้นที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1999 ก่อนขยายไปตามร้านอาหารต่างๆ ทั้งในเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมถึงประเทศไทย โดยมี Mr. Julien Wallet-Houget เป็นผู้นำคอนเซ็ปต์ดินเนอร์ในโลกมืดนี้เข้ามาในเมืองไทย โดยเปิดครั้งแรกที่โรงแรมแอสคอท เมื่อ พ.ศ. 2555 ก่อนที่จะย้ายไปยังโรงแรมเชอราตันแกรนด์สุขุมวิท ในปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน คอนเซ็ปต์ของ Dine in the Dark คือการให้ลูกค้าได้ลองสัมผัสประสบการณ์อยู่ในโลกมืดของผู้พิการทางสายตา เพื่อเปิดประสาทรับรสและประสาทส่วนอื่นอย่างเต็มที่ โดยมีผู้พิการทางสายตาเป็นพนักงานเสิร์ฟ นำทาง และคอยให้คำแนะนำกับลูกค้า

Read More

ความเชื่อและความเป็นจริง วิ่งสวนทางในเศรษฐกิจไทย?

ความพยายามของกลไกรัฐไทยที่จะกระตุ้นเร้าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของไทยให้กลับมาฟื้นตัวขึ้น ดูจะเป็นสิ่งที่ย้อนทางกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบัน เพราะแม้รัฐไทยจะพยายามสื่อสารว่าได้ตั้งเป้าหมายและต้องการที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 กลับมาเติบโตที่ระดับร้อยละ 4 โดยจะเร่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกมิติ ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รวมถึงการเร่งการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว หากแต่จากการประเมินเศรษฐกิจไทยโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กลับระบุว่าเศรษฐกิจไทยปี 2564 จะเติบโตอยู่ที่ระดับร้อยละ 2.6 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับเดียวกับที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่ระดับร้อยละ 2.5-3.5 โดยไอเอ็มเอฟได้ชี้แนะให้รัฐไทยใช้นโยบายการเงินแบบเจาะจง ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ ด้วยการแก้ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน ซึ่งจะขยายไปถึงธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่าเอสเอ็มอี เช่น ภาคโรงแรม ที่จะเป็นการให้สินเชื่อใหม่ เชื่อมโยงไปกับโครงการโกดังเก็บหนี้ ซึ่งจะให้ธุรกิจที่เดินต่อไปไม่ได้ให้โอนธุรกิจไว้ที่โกดังก่อน และเมื่อมีความสามารถก็ให้กลับมาซื้อคืนในราคายุติธรรม ต้องยอมรับว่าการตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ 4 เป็นโจทย์ที่ท้าทายและหวังผลสัมฤทธิ์ได้ยากในภาวะเช่นนี้ หากแต่กลไกรัฐไทยยังคงผูกพันอยู่กับความเชื่อที่ว่าปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายเศรษฐกิจดังกล่าวมีความเป็นไปได้ จะมาจากการส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวรับอานิสงส์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อประเทศไทยจะเปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเป็นบวก ซึ่งถือเป็นความคาดหวังที่อยู่บนสมมุติฐานของความเชื่อ มากกว่าที่จะอยู่กับข้อเท็จจริง ซึ่งการดูแลเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัวกลับมาเหมือนเดิมก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 อาจต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีขึ้นไป ฐานความคิดที่ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันมาตรการทางเศรษฐกิจในกลไกรัฐไทย ในด้านหนึ่งให้น้ำหนักอยู่กับการมาถึงและผลจากการฉีดวัคซีนต้าน

Read More

เทรนด์คนรักสุขภาพโต บีเจ รีไวฟ์ เซลล์ ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่บุกตลาด

การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพิจารณาข้อมูลโภชนาการหลังผลิตภัณฑ์มากขึ้น หรือการเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามิน สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจ พบว่าประชาชนไทยหันมาใส่ใจกับสุขภาพเพิ่มขึ้น 45.39 เปอร์เซ็นต์ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลาด หากพิจารณาจากมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารปี 2562 ที่มีมูลค่าสูงถึง 20,876 ล้านบาท และการคาดการณ์ของ Euromonitor International ระบุว่าปี 2563 การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสังคมที่นำไปสู่วิถี New Normal อาจส่งผลให้มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยสูงถึง 23,916 ล้านบาท แม้ว่าไวรัสโคโรนาจะสร้างหายนะให้แก่ธุรกิจจำนวนมาก ทว่า ธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่โตสวนกระแสอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นโอกาสและโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ในปี 2560 ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจอาหารเสริมของไทยที่จดทะเบียนพบว่า มีรายได้รวมอยู่ที่ 8.7 หมื่นล้านบาท มีผู้ประกอบการจำนวนกว่า 6,300 ราย โดยเจ้าตลาดเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่เพียง 10 ราย ซึ่งกินส่วนแบ่งตลาดไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแบ่งตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล เป็นความหอมหวานที่ใครๆ ก็ต้องการที่จะเข้าฟาดฟันและแย่งชิง เพราะช่วงเวลานี้ดูจะเหมาะสมที่สุดในการคลุกวงในธุรกิจนี้ จึงไม่น่าแปลกใจหากเราจะได้เห็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเปิดตัวในตลาดนี้มากขึ้น ล่าสุด รมิดา รัสเซลล์

Read More

เมเจอร์ฯ อัดทุกแผนเร่งฟื้น จบ “โควิด” ลุ้นฝ่าวิกฤตม็อบ

เหตุการณ์จู่โจมจับกลุ่มการ์ดวีโว่กลางห้างเมเจอร์ รัชโยธิน รวมถึงวิกฤตการเมืองที่ยังร้อนระอุ มีการนัดชุมนุมของกลุ่ม REDEM แบบไร้แกนนำ ที่มีโอกาสลุกลามบานปลาย รวมถึงกลุ่มแนวร่วมนักศึกษาและนักเรียนเลว กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้หลายธุรกิจเริ่มหวั่นวิตกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่มีสาขาทั่วเมืองและมีกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ก่อนหน้านี้นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ออกมาตั้งเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิในปี 2564 จะกลับไปใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีรายได้ 11,141.21 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,170.03 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตลักษณะ V-Shape หลังจากปี 2563 ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในปี 2563 ขาดทุนเป็นปีแรกนับตั้งแต่จดทะเบียนบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมา 25 ปี ทั้งนี้ บริษัทเตรียมแผนลงทุนในปี 2564 มากถึง 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการผลิตคอนเทนต์ 350-400

Read More

จิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา เปิดแผนบิ๊กโปรเจกต์ ปลุกสวนสยาม

“สยามอะเมซิ่งพาร์ค” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสยาม” ประกาศเดินหน้าทุ่มงบลุยโครงการ Bangkok World โดยตั้งเป้าสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ “เมืองพระนคร” กระตุ้นรายได้ครั้งใหญ่ หลังจบวิกฤตโควิด-19 และนักท่องเที่ยวต่างชาติไหลทะลักเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้ง จิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารจัดการโครงการบางกอกเวิลด์ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ทายาทสาวของไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ยอมรับว่าบริษัทเจอปัญหาเข้ามาต่อเนื่อง เป็นวิกฤตระดับโลก ทุกประเทศได้รับผลกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ แม้ประเทศไทยอาจไม่ได้ผลกระทบมากในแง่การระบาด แต่เรื่องเศรษฐกิจถือว่าหนักมากๆ “สวนสยามอยู่มา 41 ปี ผ่านวิกฤตเยอะมาก วิกฤตต้มยำกุ้งหนักกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว เพราะเรามองเหมือนหน้าฝนที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป ลำบากบ้าง ป่วยบ้าง เหน็ดเหนื่อยบ้าง แต่ทุกครั้งหลังวิกฤตผ่านไปจะเจอฟ้าที่สดใสมาตลอด ครั้งนี้หวังจะเป็นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมโครงการบางกอกเวิลด์ที่น่าจะเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2565 หลังสถานการณ์ทุกอย่างฟื้นตัวแล้ว” ทั้งนี้ หากนับเวลาก่อสร้างโครงการตั้งแต่วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2561 จะนานกว่า 3-4 ปี และเดิมตั้งเป้าเผยโฉมทั้งหมดภายในปี 2564 แต่เจอวิกฤตโควิดระลอกแรกและระลอกใหม่

Read More

เปิดหนังสือลาตาย ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ

ย้อนกลับไปอดีต วันที่ 28 ตุลาคม 2481 เด็กชายโอ๊ย แซ่อึ๊ง ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อไทยว่า ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เกิดที่ตลาดบางเขน บิดาชื่อ ย่งเจ็ง เป็นคนจีนมาจากประเทศจีน และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากในประเทศไทย ส่วนมารดาชื่อ ไน้ เป็นคนจีนที่เกิดในไทย เมื่อเกิดสงครามครั้งที่ 2 เด็กชายโอ๊ย อายุได้ 5 ขวบ ครอบครัวต้องหนีภัยสงครามไปพักอาศัยที่บ้านญาติผู้ใหญ่แถวคลอง 12 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เด็กชายต้องต้อนควายออกไปกินหญ้า เข้าเล้าเป็ดเก็บไข่ เลี้ยงไก่ ให้ข้าวหมู แลกอาหาร 3 มื้อ หลังสงครามยุติ ครอบครัวย้ายกลับมาที่ตลาดบางเขนอีกครั้ง พออายุได้ 7 ขวบ บิดามารดาแยกครอบครัวออกมาเปิดร้านขายของชำชื่อว่า อึ้ง ย่ง เจ็ง เป็นร้านเล็กๆในตลาดบางบัว ริมคลองบางบัว ค้าขายได้ทั้งทางเรือและทางบก ไชยวัฒน์เริ่มเรียนรู้โลกกว้างตั้งแต่อายุ 12 ปี เริ่มลุยงานทุกอาชีพ ตั้งแต่เป็นเด็กรับจ้างในร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านบางเขน เป็นกระเป๋ารถเมล์

Read More

เดินหน้า ‘บางกอกเวิลด์’ จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายเติมเต็ม สยามพาร์ค

แม้วิกฤตโควิดที่ยาวนานมากกว่า 1 ปี ส่งผลให้โครงการบางกอกเวิลด์ (Bangkok World) ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดออกไปอีก 1 ปี หรือจะเปิดภายในสิ้นปี 2565 โดยถือเป็นอภิมหาโครงการที่ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะกรรมการกลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ประกาศเดินหน้าทุ่มงบอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างให้ Siam Amazing Park เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ครบวงจรของคนไทยและต่างชาติ ที่สำคัญ นี่จะเป็นมรดกธุรกิจชิ้นสุดท้ายในชีวิต เพื่อส่งต่อทายาทรุ่นต่อไป และเติมเต็มความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น จิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา หรือคุณเก๋ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารจัดการการโครงการบางกอกเวิลด์ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก จำกัด ทายาทสาวของบิ๊กสวนสยาม กล่าวกับ “ผู้จัดการ360” ว่า โครงการบางกอกเวิลด์วางศิลาฤกษ์เมื่อปี 2561 การก่อสร้างล่าสุดคืบหน้าต่อเนื่อง แต่อาจล่าช้ากว่ากำหนด เพราะมีการขยับเลื่อนเพื่อเตรียมความพร้อมหลังเกิดวิกฤตโควิด และประเทศไทยยังเจอผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวไทยที่กลุ่มทัวริสต์หายไป 1 ปีแล้ว ร้านค้าต่างๆ ไม่มีกำลังทรัพย์ลงทุนเปิดร้านใหม่ ผลกระทบยิ่งใหญ่มากสำหรับนักลงทุนและธุรกิจแบบสวนสยามด้วย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมโครงการทุกอย่างเดินหน้าตามแผนเดิม

Read More