กูรูอสังหาฯ แนะไทยสู้ยิบตา คว้าโอกาส พลิกวิกฤต
ไทยต้องเผชิญปัจจัยที่สร้างความอ่อนไหวให้แก่อุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่มักจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2569 นักธุรกิจในหลายแวดวงวิเคราะห์และประเมินความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2569 เศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถประคองตัวได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยได้ผ่านช่วงที่ต่ำที่สุดไปแล้ว แต่หลังจากระเบิดลูกแรกลงบนแผ่นดินอิหร่าน ความคุกรุ่นของสงครามปะทุขึ้นทันที ผลกระทบดังระลอกคลื่นที่อาจเลวร้ายกว่าสึนามิ สร้างผลในทางลบต่อไทยในหลายมิติ เหตุผลสำคัญน่าจะมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นต้นทุนหลักของสินค้าและบริการ ยังไม่นับรวมค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้น แม้จะสร้างความกังวลให้แก่ภาคเอกชน ที่อาจจะต้องหาทางรับมือกับผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทว่ายังมีผู้ประกอบการบางส่วนมองสถานการณ์ปัจจุบันเป็นบวก ที่น่าจะเป็นโอกาสสำคัญของตลาดไทย เพราะไทยอาจจะถูกมองจากนักลงทุนต่างชาติว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวบนเวทีเสวนา การแถลงข่าวงานมหกรรมบ้านและคอนโดครั้งที่ 49 ว่า “ประเทศไทยจะเป็นทางออกที่ดีของนักลงทุนต่างชาติ ที่อาจมองหาพื้นที่ปลอดภัยจากภาวะสงคราม แต่กระนั้นผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องมีแผนการดำเนินงานที่ดี มีความระมัดระวัง เพราะดอกเบี้ยยังมีความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงต้องเดินหน้าเพื่อให้ภาครัฐเห็นว่า ภาคเอกชนพร้อมเดินหน้าแล้ว ภาครัฐควรให้การสนับสนุน” โดยนายกสมาคมอาคารชุดไทย เตรียมที่จะเสนอข้อเรียกร้องถึงภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ไทยในปี 2569 ด้วยมาตรการระยะสั้น ได้แก่ 1. การต่ออายุมาตรการ LTV อีก 1 ปี (สิ้นสุด 30 มิถุนายน
Read More