เศรษฐกิจคอนเสิร์ต เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ แต่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย นอกจากรายได้โดยตรงจากการจัดคอนเสิร์ตแล้วยังสามารถสร้างอานิสงส์ด้านรายได้ไปยังธุรกิจอื่นในวงจรอีกจำนวนไม่น้อย เช่น ภาคการท่องเที่ยว การขนส่ง บริการทางการเงิน รวมไปถึงภาพลักษณ์ของประเทศ
ภาครัฐไทยมีนโยบายให้ไทยเป็นฮับของการจัดอีเวนต์ในระดับภูมิภาค โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการจัดคอนเสิร์ต ที่ผ่านมางานเทศกาลดนตรีของประเทศญี่ปุ่นอย่าง Summer Sonic ออกมาจัดนอกประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2024 โดยมาจัดที่ไทยหลังการเจรจาเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2023
ยังมีอีกหลายประเทศที่มองนโยบายเศรษฐกิจคอนเสิร์ตให้เป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียอย่างสิงคโปร์ที่เหมือนเป็นคู่แข่งสำคัญกับไทยในเวลานี้
โดยปกติแล้วศิลปินระดับโลกที่เข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทยจะเกิดขึ้นโดยผู้นำเข้ารายใหญ่ แต่อีกหนึ่งการแสดงคอนเสิร์ตที่กำลังจะเกิดขึ้นในศักราชหน้า เกิดขึ้นโดยผู้จัดหน้าใหม่ ที่เดิมทีทำงานด้านโปรดักชัน แต่นำความชื่นชอบส่วนตัวที่มีต่อศิลปินอย่าง Lea Salonga ผู้ที่ให้เสียงร้องอันทรงพลังและถ่ายทอดเทคนิคที่จับใจ ตรึงอารมณ์คนฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพลง Reflection จากเรื่อง Mulan และ A Whole New World จากเรื่อง Aladdin หรือผลงานใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ละครบรอดเวย์อย่าง Miss Saigon และนี่เป็นการกลับมาแสดงในไทยอีกครั้งในรอบ 15 ปีของ เลอา ซาลองกา

“สมัยเด็กๆ เชื่อว่าทุกคนคงเติบโตมากับเพลงดิสนีย์ ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงจะมีความสุข และเพลงเหล่านั้นจะอยู่ในใจ เมื่อโตขึ้นจึงได้รู้ว่าผู้ที่ร้องเพลงดิสนีย์คือ Lea Salonga ซึ่งผมเป็นแฟนคลับของเขามาโดยตลอด คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราอยากจะได้ยินเสียงของเลอาอีกครั้งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้ลองติดต่อไปที่ผู้จัดการส่วนตัวของเลอา แต่โรคโควิดระบาดทำให้ทุกอย่างต้องยกเลิก กระทั่งในที่สุด เดือนพฤษภาคม 2568 ได้รับการติดต่อจากคุณเลอาว่า เดือนมีนาคมปี 2569 จะมีการทัวร์คอนเสิร์ตในพื้นที่เอเชีย ผมยังสนใจไหมที่จะมาเป็นผู้จัดคอนเสิร์ต Lea Salonga ในประเทศไทย” อนาวิล วิภาสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ The Win Organizer กล่าว
อีกหนึ่งพาร์ตเนอร์ในการนำเข้าการแสดงระดับโลกครั้งนี้ วสวัตติ์ ดุลยวิทย์ กรรมการผู้จัดการ The Showhopper บอกเล่ามุมมองที่มีต่อการแสดงในครั้งนี้ว่า “ผมเติบโตมากับเพลงและภาพยนตร์ของดิสนีย์เช่นกัน และชื่นชมในน้ำเสียงของคุณเลอามาตั้งแต่เด็กๆ มีความอินในละครเวที และเราพบว่าเสียงร้องในภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่อง อาลาดิน, มู่หลาน นอกจากนี้ ยังมีผลงานในละครเวที มิสไซ่ง่อน ทำให้เราเกิดความหลงไปอยู่ในโลกของมิวสิกคัลจนมีโอกาสได้ชมการแสดงของคุณเลอาสดๆ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถ้าเปรียบให้เห็นภาพคือเหมือนเราเคยเห็นหอไอเฟลผ่านภาพถ่ายมาตลอดทั้งชีวิตและเราได้เห็นของจริงด้วยตาตัวเอง เราอยู่ในสายงานโปรดักชันมาระยะหนึ่งจนคิดว่าน่าจะถึงเวลาที่เราจะนำเข้าศิลปะการแสดงระดับโลกมาให้คนไทยได้รับชม”
Thonburi Phanich presents LEA SALONGA Live in One Bangkok ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 และมีเพียงหนึ่งรอบการแสดง นี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ผู้อยู่เบื้องหลังต้องเจอ
การนำเข้าศิลปะการแสดงหรือศิลปินระดับโลกเพื่อมาจัดการแสดงในประเทศไทยอาจไม่ง่าย นอกจากเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะต้องมีแล้วยังมีความท้าทายไม่น้อยหากผู้นำเข้าเป็นบริษัทน้องใหม่ อนาวิลขยายว่าให้เข้าใจเพิ่มเติมว่า
“นี่เป็นโปรเจกต์แรกของเรา และเราไม่ใช่บริษัทใหญ่ ความท้าทายแรกคือการติดต่อศิลปิน นี่เป็นความโชคดีที่เราได้คุณเลอามาจัดการแสดงที่เมืองไทย ที่ผ่านมาศิลปินที่เข้ามาจัดคอนเสิร์ตในไทยจะมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เป็นที่รู้จัก แต่การแสดงในครั้งนี้ที่เกิดขึ้นนับว่าเป็นการแสดงของศิลปินในระดับนีชมาร์เกต เพราะคุณเลอามีผลงานระดับตำนาน เพลงดังๆ ตั้งแต่ยุค 90 และต้องบอกว่ากลุ่มเป้าหมายมีความหลากหลาย ครอบครัวอาจจะเคยเปิดเพลงให้เด็กๆ ในบ้านได้ฟัง เพราะเพลงดิสนีย์มีความเป็น Timeless กลุ่มที่ชอบเสพงานระดับโลกที่ต้องมาฟังสดๆ สักครั้ง”
ปัจจุบันไทยเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศิลปะการแสดงระดับโลกในหลายมิติ ขณะที่สถานการณ์ทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังซื้อไม่กระเตื้อง ทว่า การแสดงคอนเสิร์ตอาจเป็นข้อยกเว้น วสวัตติ์ให้มุมมองว่า “การแสดงที่เกิดขึ้นในไทยไม่ได้จำกัดวงอยู่ในด้านใดด้านหนึ่งหรือเป็นเทรนด์ ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทุกการแสดงที่มีบริษัทนำเข้ามานั้นมีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยในหลายกลุ่ม ขณะที่เศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ดี ซึ่งเรารับรู้ได้ แต่มองว่าตลาดลักชัวรียังมีโอกาสเติบโตได้ เราในฐานะผู้นำเข้าการแสดงจะต้องจับกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน”
การแสดงของ Lea Salonga ในครั้งนี้ใช้งบประมาณราว 8 หลัก ทั้งอนาวิล และ วสวัตติ์ มองว่าหลังจากการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปิน Diva ระดับตำนานแล้วมีความเป็นไปได้ว่าอนาคตอาจจะพิจารณานำเข้าศิลปะการแสดงระดับโลกมาให้คนไทยได้ชม
“เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ คิดว่าถ้าทุกอย่างลงตัวอาจจะมีแพลนในอนาคตว่าจะนำเข้าศิลปินมาจัดการแสดงในไทยแบบนี้อีก” อนาวิลทิ้งท้าย.
