Home > Cover Story (Page 89)

ปิดปรับโฉมเซ็นทรัลรามอินทรา รถไฟฟ้าปลุกสมรภูมิห้างเดือด

เซ็นทรัล รามอินทรา ได้ฤกษ์จะปิดชั่วคราวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อปรับโฉมครั้งใหญ่ก่อนเปิดให้บริการรับลูกค้าอีกครั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งไม่ใช่แค่การทุ่มงบมากกว่า 1,500 ล้านบาท ยกเครื่องทุกมิติรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมพร้อมรุกแนวรบห้างค้าปลีกที่ต้องเจอโจทย์การตลาดยากมากขึ้น สำหรับเซ็นทรัล รามอินทรา (Central Plaza Ramindra) ถือเป็นศูนย์การค้าแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เนื้อที่รวม 10 ไร่ เน้นเจาะตลาดกลุ่มครอบครัวและชุมชน เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี 2536 ภายในอาคารมี 5 ชั้น ประกอบด้วยร้านค้าเครือเซ็นทรัล ได้แก่ ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านพาวเวอร์บาย ร้านซูเปอร์สปอร์ต และ B2S รวมถึงร้านขายปลีกประเภทต่างๆ ร้านอาหารแบรนด์ดัง สาขาธนาคาร และโรงภาพยนตร์ เอสเอฟ ซีเนม่า การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นบิ๊กรีโนเวตในรอบ 29 ปี เพื่อรองรับจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่เติบโตตามกลุ่มประชากร การขยายตัวของคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร ที่สำคัญ การเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี จะสร้างทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวตามแนวเส้นทาง โดยจุดต้นทางจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ วิ่งไปตามเกาะกลางถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ดแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีโครงการก่อสร้างสายแยกเข้าศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม

Read More

เบียร์ช้างปรับสูตรหั่นดีกรี รับ 2 เด้ง จ่ายภาษีลดลง

ตลาดเบียร์เริ่มเกิดปรากฏการณ์งัดกลยุทธ์ดิ้นหารายได้ หลังทางการผ่อนคลายกิจกรรมบันเทิงมากขึ้นและเตรียมกลับมาเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อยักษ์ใหญ่ “เบียร์ช้าง” ซุ่มเงียบปรับสูตรปริมาณแอลกอฮอล์จาก 5% เหลือ 4.8% ชนิดที่คอทองแดงฉงนสงสัย เพราะดื่มเท่าเดิม แต่ “ไม่เมา” แถมเจอกลยุทธ์ร้านค้าแอบขึ้นราคา ตั้งแต่ราคาขายส่งขวดละ 1-2 บาท และกว่าจะมาถึงร้านค้าปลีกอาจพุ่งสูงขึ้นไปอีก ขณะที่เบียร์คู่แข่งอย่างค่ายบุญรอดบริวเวอรี่ แม้ยืนยันยังไม่มีนโยบายปรับราคาขาย แต่บรรดายี่ปั๊วซาปั๊วและผู้ค้ารายย่อยต่างปรับราคากันเอง โดยอ้างต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น “ผู้จัดการ 360” ออกสำรวจราคาล่าสุดพบว่า ร้านยี่ปั๊วรายหนึ่งย่านรามอินทรา จำหน่ายเบียร์ช้างขวดเขียว ลัง (12 ขวด) ละ 599 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยขายในราคา 582 บาท เบียร์สิงห์ ลังละ 675 บาท และลีโอ ลังละ 612 บาท ขณะที่บางร้านตั้งราคาขายสูงกว่านั้น เบียร์ช้างอยู่ที่ลังละ 610 บาท เบียร์สิงห์ 720 บาท และลีโอ 620

Read More

A&W ไปไม่ถึงดวงดาว โลดแล่น 39 ปี พ่ายพิษโควิด

A&W ไปไม่ถึงดวงดาวอีกแล้ว เมื่อกลุ่ม “โกลบอล คอนซูเมอร์” เจ้าของไลเซนส์รายล่าสุด ประกาศเตรียมปิดกิจการในประเทศไทย เนื่องจากขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เกิดโควิดแพร่ระบาด โดยเฉพาะปี 2564 อ่วมตัวเลขขาดทุนของ A&W ถึง 70 ล้านบาท อันที่จริง ฟาสต์ฟูดแบรนด์นี้โลดแล่นในตลาดไทยยาวนานกว่า 39 ปี เข้ามาเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว เมื่อปี 2526 และดำเนินกิจการผ่านผู้มีสิทธิ์ไลเซนส์หลายราย ซึ่งช่วงแรกของการบุกตลาดไทยต้องเจอสงครามแข่งขันอย่างดุเดือดจนต้องปิดสาขาเหลือเพียง 21 สาขา โดยเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากผู้ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์รายเดิมจากมาเลเซียให้ความสำคัญเฉพาะตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซีย จนตลาดในไทยฝ่อตัวและประสบภาวะขาดทุนหลายปี จนกระทั่งปี 2558 กลุ่ม A&W Restaurant Inc. USA บรรลุข้อตกลงให้สิทธิ์แฟรนไชส์กับกลุ่ม “นิปปอนแพ็ค” หรือ NPP ระยะเวลาสัญญา 20 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2558-14 กันยายน 2578 โดยเตรียมทุ่มทุนก้อนใหญ่ผุดสาขาในประเทศไทยอย่างน้อย 100 แห่ง

Read More

ไอเคคร๊าฟพลิกวิกฤตสู่โอกาส สร้างนวัตกรรมเส้นใยฆ่าเชื้อไวรัส

หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในช่วงเวลาที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เพราะสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่เชื้อในระยะต้นได้เป็นอย่างดี แม้ว่าเปอร์เซ็นต์การปกป้องจะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม โดยเฉพาะหน้ากากผ้า ที่ทางการแพทย์มักจะแนะนำว่า ผู้ใช้หน้ากากผ้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้ควบคู่ไปกับหน้ากากอนามัยด้วย วิกฤตของโรคโควิด-19 ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นโอกาสครั้งสำคัญให้แก่บริษัท ไอเคคร๊าฟท์ จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสิ่งทอคุณภาพสูง ดร.กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอเคคร๊าฟท์ จำกัด กล่าวว่า “เราประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ในธุรกิจพรมทอมือและผลิตภัณฑ์สิ่งทอของบริษัทแม่ อย่างบริษัท คาร์เปท เมกเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท อินเตอร์ไกร ที่มุ่งเน้นในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้นด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย และมีทีมวิจัยของตัวเอง ทำให้เกิดความชำนาญในตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างสรรค์สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชีวิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คือวิสัยทัศน์ของเรา” และในช่วงโควิด บริษัทแม่อย่าง คาร์เปท เมกเกอร์ ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากผู้ประกอบการธุรกิจรายอื่นๆ ช่วงเวลานั้นผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจผ้าส่วนใหญ่จะหันมาตัดเย็บหน้ากากผ้า ทั้งเพื่อแจกจ่ายให้แก่บุคลากรภายในองค์กร ลูกค้า หรือประชาชนทั่วไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการครองชีพที่มาจากการซื้อหน้ากากอนามัยเป็นประจำ ทว่า

Read More

จับตาความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร

ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การสู้รบยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง แม้จะมีการเปรยถึงการเจรจาเพื่อหาข้อยุติระหว่างสองชาติ ทว่าจนถึงเวลานี้ การเจรจาดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น แน่นอนว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในยูเครนโดยรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไม่อาจเลี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ยุโรป แม้จะมีการประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย โดยมีการห้ามทำธุรกรรมการค้า การลงทุน หรือการประกาศยึดทรัพย์สินของผู้นำรัสเซียแล้วก็ตาม ความรุนแรงที่เกิดขึ้นส่งผลให้เกิดความผันผวนทางตลาดเงินทั่วโลก รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และล่าสุดราคาน้ำมันดิบเช้าวันที่ 2 มีนาคม สูงสุดในรอบ 10 ปี ที่ 108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นั่นเพราะรัสเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นอันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ รัสเซียและยูเครนยังเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ เช่น ข้าวสาลี และข้าวโพด โดย วิจัยกรุงศรีประเมินว่า ในเบื้องต้นสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากกว่าหลายฝ่ายคาดการณ์ กดดันกำลังซื้อ ต้นทุนการผลิต และสร้างความยากลำบากในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ แต่หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงอาจส่งผลต่อภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนไมโครชิป เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตก๊าซนีออนและแร่พัลลาเดียมซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ ภาวะสงครามและการคว่ำบาตรที่รุนแรงอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรป ซึ่งเชื่อมโยงอย่างมากกับรัสเซีย ทั้งในแง่พลังงาน ภาคเศรษฐกิจ และภาคการเงิน ขณะที่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความขัดแย้งของทั้งสองประเทศ หากไม่ลุกลามบานปลายจนกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

Read More

“บุญศิริ หัสสรังสี” ติดอาวุธธุรกิจด้วยเทคโนโลยี เสริมแกร่งสู่การเติบโตในยุคดิจิทัล

ปัจจุบัน “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน” กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและเสริมศักยภาพให้องค์กรทั่วโลก หลายองค์กรในประเทศไทยเองก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอดและพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อปรับให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ “ผู้จัดการ 360 องศา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ “บุญศิริ หัสสรังสี” ผู้บริหารรุ่นใหม่ แห่งบริษัท สเฟรียร์เอท จำกัด (SPHERE8) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี ถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นอาวุธเสริมความแกร่งให้กับองค์กรให้สามารถเติบโตและก้าวสู่ตลาดโลกได้ “เรามองว่าไม่ช้าก็เร็วทุกองค์กรต้องปรับตัวและทรานส์ฟอร์ม เพราะโลกมันหมุนไปแล้ว โควิด-19 ทำให้เราเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้น กรอบความคิดของผู้คนและองค์กรเปลี่ยนไป พร้อมเปิดรับและนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดและไปต่อได้ หากองค์กรไหนเตรียมพร้อมหรือปรับตัวได้ก่อน ก็จะได้เปรียบมากกว่า และที่สำคัญยังสามารถไปแข่งขันในระดับสากลได้อีกด้วย” บุญศิริเน้นย้ำถึงความสำคัญของดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันต่อองค์กรยุคใหม่ แต่บุญศิริมองว่ากระบวนการสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันนั้น จำเป็นต้องเริ่มจากการวางกลยุทธ์ พร้อมมองหาเทคโนโลยีหรือโซลูชันที่เหมาะสมมาใช้ในการพัฒนาองค์กร ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวางกลยุทธ์ และจับคู่เครือข่ายทางเทคโนโลยี เพื่อเป็น “ทางลัด” สำหรับการเตรียมความพร้อมให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนธุรกิจไปได้อย่างเติบโตและยั่งยืนในยุคดิจิทัลนี้ “สเฟียร์เอท” จึงถือโอกาสนี้เข้ามาเป็นตัวกลางและ “ทางลัด” ให้กับองค์กรต่างๆ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจไทยเติบโตต่อไปได้ในยุคแห่งดิจิทัล โดยวางโพสิชันตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ที่เน้นเทคโนโลยี เป็นที่ปรึกษาในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน เฟ้นหาเทคโนโลยีและจับคู่ทางธุรกิจทั้งในและจากต่างประเทศ (Tech Scouting & Business Matching) โดยมีจุดแข็งด้านพันธมิตรที่มีอยู่ในหลายประเทศ

Read More

ธุรกิจคึกคักรับแพ็กเกจอีวี อสังหาฯ-แบงก์รุกแนวรบ Go Green

หลังคณะรัฐมนตรีไฟเขียวแพ็กเกจยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) หวังกระตุ้นการใช้รถอีวีในไทย เปิดช่องให้ธุรกิจต่างๆ พยายามงัดหากลยุทธ์ต่อยอดขยายตลาด รุกฐานลูกค้าและเพิ่มจุดขายรองรับเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง พุ่งไม่หยุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งลดภาษีสรรพสามิต ภาษีนำเข้า และมีเงินอุดหนุนสูงสุด 150,000 บาทต่อคัน จะจูงใจคนซื้อรถอีวีมากขึ้นและทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) เฉพาะปี 2565 มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 4,500-5,000 คัน และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หากเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการนี้อาจมียอดขายเพียง 3,500 คัน ขณะเดียวกัน แม้มาตรการส่งเสริมรถอีวีในไทยอาจต้องใช้เวลาดำเนินการในส่วนเงินอุดหนุนจากภาครัฐผ่านค่ายรถ เพราะไม่ได้ให้ส่วนลดแก่ประชาชนหรือผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งคาดว่าช่วงที่เริ่มจะเห็นสัญญาณความคึกคักของตลาดอยู่ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ทว่า สิ่งที่สะท้อนชัดเจน คือ มาตรการภาครัฐกระตุ้นการเกิดสังคมรถบีอีวี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของรถยนต์กลุ่มนี้ สอดรับกับค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่เตรียมแผนพัฒนารถบีอีวีทดแทนรถน้ำมันมากขึ้น แน่นอนว่า เทรนด์ธุรกิจสีเขียวกลายเป็นช่องทางเจาะตลาดใหม่ อย่างเช่นกรณีธนาคารกสิกรไทยเปิดตัวโครงการ GO GREEN Together และตั้งเป้าขยายกลยุทธ์การตลาดรองรับ Green Ecosystem อย่างครบวงจร โดยประเดิมเปิดโครงการสินเชื่อ GREEN

Read More

ขึ้นภาษีรถใช้น้ำมัน รัฐดิ้นหารายได้ ดันยานยนต์ไฟฟ้า

วิกฤตน้ำมันส่อรุนแรงขึ้นอีกทันที เมื่อรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนและหากความขัดแย้งบานปลายยืดเยื้อ สถานการณ์ราคาน้ำมันมีแนวโน้มพุ่งทะยานทะลุถึง 120-150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะยิ่งซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังเจอปัญหาน้ำมันแพงและสินค้าพุ่งสูง ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร โดยนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 1 บาท และพยุงราคาดีเซลขายปลีก 2 บาท จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 และเร่งหามาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน เช่น การเสนอแนวคิดลดส่วนผสมเอทานอลจากอี85 และอี20 ลงเหลือเกรดเดียวคือ อี10 เพื่อให้ราคาเบนซินถูกลงกว่าเดิม แต่ยังต้องหารือเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะจะต้องมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยและประท้วงอีก ล่าสุด คณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รีบเปิดเกมใหม่บีบผู้คนหันไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการใช้น้ำมัน เนื่องจากหากดูตัวเลขของกรมการขนส่งทางบก พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรถที่ใช้น้ำมันดีเซลรวม 12-13 ล้านคัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 6,960,000 คัน รถบรรทุก 6,600,000 คัน รถแทรกเตอร์ 600,000 คัน

Read More

สงครามปั๊มน้ำมัน ปูพรมสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

เทรนด์การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) กลายเป็นโจทย์ใหญ่ทางการตลาดสำคัญของกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โดยเฉพาะยุทธการแข่งขันติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้ารองรับกลุ่มเป้าหมายและครอบคลุมทำเลหลักๆ ทั่วประเทศไทย ภายใต้โมเดลสถานีบริการน้ำมันที่มีบริการครบวงจรมากที่สุด สำหรับค่าย ปตท. เบอร์ 1 ในวงการ ตามแผนเบื้องต้นนั้นบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มองเห็นแนวโน้มและเริ่มไทม์ไลน์ติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้า หรือ EV Station PluZ ตั้งแต่ปี 2561 จนปัจจุบันปูพรมผุดสถานีชาร์จไฟฟ้ารวมแล้ว 100 จุด กระจายทั่วประเทศบริเวณหัวเมืองหลักในแต่ละจังหวัด ตั้งแต่ภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ และตั้งเป้าหมายขยายครบ 300 แห่ง ภายในปี 2565 ทั้งในและนอกสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทั้งรูปแบบ Normal Charge และ Quick Charge ซึ่งจะใช้เวลาชาร์จประมาณ 20-25 นาทีต่อคัน ในจำนวน 100 จุด ซึ่งใช้งบลงทุนประมาณ 1.5-2

Read More

GWM เล็งขึ้นแท่นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในไทย เดินเครื่องเต็มกำลัง หลังตลาดมีแนวโน้มสดใส

ปัจจุบันผู้บริโภคในไทยเริ่มหันมาใช้ “รถยนต์ไฟฟ้า” แทนรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลกันมากขึ้น เพื่อเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างมลพิษทางอากาศ ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงอย่างต่อเนื่อง ค่ายรถยนต์ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ต่างทยอยเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดก้อนโต ตัวเลขที่น่าสนใจจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2021 พบว่า ภายในงานมียอดจองรถยนต์ทั้งสิ้น 31,583 คัน และยอดจองรถมอเตอร์ไซต์อีกกว่า 3,000 คัน ในจำนวนยอดจองรถยนต์ทั้งหมดนั้น 25% เป็นรถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนหรือร่วมขับเคลื่อน โดยแบ่งเป็นกลุ่มรถไฮบริด 70% กลุ่มรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด 17% และรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 13% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนเทรนด์ของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยว่า ทิศทางการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ของค่ายรถต่างๆ ทั้งญี่ปุ่น จีน และตะวันตกคึกคักมากขึ้น และในอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จะกลายมาเป็นรถยนต์มาตรฐานใหม่แทนที่รถยนต์ใช้น้ำมันนั้นก็ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งภาครัฐของไทยเองก็มีมาตรการออกมาเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพื่อทำให้ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าลดลงมาอยู่ในระดับที่จับต้องได้มากขึ้น ทั้งนโยบาย 30@30 ที่ตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี ค.ศ. 2030 หรือ

Read More