Home > Cover Story (Page 75)

ตลาดน้ำมันพืช โอกาสและความผันผวน

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ราคาน้ำมันพืชทั้งไทยและทั่วโลกมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันสืบเนื่องมาจากปัญหาอุปทานตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน การระงับการส่งออกน้ำมันปาล์มของผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลกอย่างอินโดนีเซีย และอุปสงค์ในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ปลายเดือนเมษายน 2565 ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด (Joko Widodo) ผู้นําอินโดนีเซีย ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันปาล์ม เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเพื่อการบริโภคในประเทศและควบคุมราคาน้ำมันประกอบอาหารไม่ให้สูงเกินไปจนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของชาวอินโดนีเซีย โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 เมษายน 2565 คำสั่งดังกล่าวถูกคัดค้านอย่างหนักจากเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเพราะทำให้รายได้ของเกษตรกรลดลง เพราะเกษตรกรเสียโอกาสจากการทำกำไรตามกลไกของตลาดในช่วงเวลานั้นที่ราคาน้ำมันปาล์มกำลังปรับตัวสูงขึ้น จนในที่สุดรัฐบาลอินโดนีเซียต้องออกมายกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป แต่ถึงกระนั้นคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซียได้สร้างความกังวลต่อประเทศผู้นำเข้าและสร้างความปั่นป่วนต่อตลาดน้ำมันพืชทั่วโลกอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง เนื่องจากน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันพืชที่มีการบริโภคมากที่สุด โดยมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 3 ของตลาดน้ำมันพืชทั่วโลก อีกทั้งอินโดนีเซียยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลกถึง 60% รองลงมาคือมาเลเซียที่ตามมาเป็นอันดับที่สอง ด้านวิจัยกรุงศรีระบุว่า ปี 2564 การผลิตและการบริโภคน้ำมันปาล์มทั่วโลกมีปริมาณ 72.9 ล้านตัน และ 73.5 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 36.3% และ 36.5% ของปริมาณการผลิตและการบริโภคน้ำมันจากพืชทุกชนิดตามลำดับ แหล่งผลิตน้ำมันปาล์มที่สำคัญอยู่ในภูมิภาคอาเซียน โดยประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย มีผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ

Read More

เจนฯ ใหม่ “เตมียเวส” กับการรุกตลาดน้ำมันพืช

“เอกภัท เตมียเวส” เป็นเพียงไม่กี่คนในตระกูลเตมียเวส ที่เลือกออกมาทำธุรกิจส่วนตัวแทนการอยู่ในแวดวงราชการหรือการเมืองเหมือนคนในครอบครัว แต่ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือการเลือกเข้าสู่ “ธุรกิจน้ำมันพืช” อีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันที่เข้มข้น และยังมีผู้เล่นรายใหญ่จับจองตลาดอยู่ก่อนแล้ว แต่ก่อนที่จะเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชนั้น เส้นทางบนถนนสายธุรกิจของ “เอกภัท” เจเนอเรชันใหม่แห่งเตมียเวสก็มีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เอกภัท เตมียเวส ในวัย 37 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ฟังว่า “ด้วยความที่ผมชอบการทำธุรกิจและการค้าขายมาตั้งแต่เด็กๆ พอมีโอกาสก็อยากทำธุรกิจของตัวเอง เลยเปิดบริษัทชื่อเตมียเวสกรุ๊ปทำอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าอย่างพวกอพาร์ตเมนต์ต่างๆ ทำธุรกิจเม็ดพลาสติก รวมถึงรับจ้างผลิตพวกขนมขบเคี้ยวแล้วส่งออกไปขายยังจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เพราะส่วนตัวชอบรับประทานขนมอยู่แล้ว” แต่นอกเหนือจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ผลิตเม็ดพลาสติก รับทำและจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่ม FMCG (Fast Moving Consumer Goods) แล้ว เตมียเวสกรุ๊ปยังเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันพืชยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งนี่เองคือจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชของเอกภัท “เราเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันพืชยี่ห้อหนึ่ง แต่สุดท้ายทางแบรนด์เขาก็เอามาขายด้วย มันก็ทับไลน์กัน เลยมานั่งคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ทำไมเราไม่ผลิตน้ำมันพืชเป็นแบรนด์ของตัวเองไปเลย เพราะมูลค่าตลาดมันใหญ่มีโอกาสเติบโตสูง ณ ช่วงเวลาที่เราตัดสินใจลุยธุรกิจน้ำมันพืช ตอนนั้นเฉพาะในเมืองไทยตลาดน้ำมันพืชมีมูลค่าตลาดราวๆ 20,000 ล้านบาท และที่สำคัญเรามีพื้นฐานด้านช่องทางการจัดจำหน่ายจากธุรกิจต่างๆ ที่ได้ทำมา” นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจน้ำมันพืชของเอกภัท แต่อีกหนึ่งเหตุผลคือเขามองว่าอาหารคือหนึ่งในปัจจัย

Read More

เทรนด์การลงทุนปี 2566 กับโอกาสรับไชน่ารีโอเพ่น

แม้ภาพรวมของเศรษฐกิจและการลงทุนของปี 2565 อาจดูไม่สดใสนัก เพราะต้องเผชิญกับความผันผวนมาตลอดทั้งปี ทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจโลก สภาวะเงินเฟ้อ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ล้วนสร้างผลกระทบต่อบรรยากาศในการลงทุน ซึ่งความผันผวนดังกล่าวจะต่อเนื่องไปถึงปี 2566 แต่นักลงทุนต่างคาดการณ์ว่าภายใต้ความผันผวนที่จะลากยาวไปถึงปีหน้า ยังคงมีโอกาสทางการลงทุนที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ในช่วงเวลานี้ของปี บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนต่างออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนของปีที่กำลังจะมาถึง “ประกิต สิริวัฒนเกตุ” หรือ อาจารย์ปิง นักลงทุนมืออาชีพและวิทยากรด้านการลงทุนของไทย เปิดเผยถึงความท้าทายและโอกาสของการลงทุนในปี 2566 ว่า “ความท้าทายของเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 2566 คือสภาพคล่องทางเศรษฐกิจจะหายไปมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา แต่โอกาสในการลงทุนยังมีอยู่แต่ก็จะยากกว่าสองปีที่ผ่านอย่างแน่นอน” โดยประกิตกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาพคล่องทางเศรษฐกิจในปี 2566 ที่จะลดลงนั้น สาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ 1. ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ดอกเบี้ยมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนั่นส่งผลต่อกิจกรรมทางการเงินต่างๆ อย่างการกู้ยืม การขอสินเชื่อจะยากมากขึ้น 2. บรรดาธนาคารกลางของแต่ละประเทศจะดูดเงินกลับพร้อมกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จากที่เคยปล่อยออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องทางเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีของการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เพิ่งดึงเงินกลับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพียงเดือนพฤศจิกายนเดือนเดียวดึงเงินกลับไปถึง 1.1 แสนล้านดอลลาร์ และน่าจะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งคาดว่าปีหน้าทั้งปีธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดึงเงินกลับไปราวๆ

Read More

ดิไอคอน กรุ๊ป ปั้นยอดขาย 4 พันล้านใน 4 ปี พอล วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ปฏิวัติค้าออนไลน์

อย่างที่ทราบกันดีว่าตลาดอีคอมเมิร์ซมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก WebsiteBuilderExpert พบว่า ยอดการใช้จ่ายอีคอมเมิร์ซทั่วโลกในปี 2021 รวมกว่า 4.921 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยปี 2565 มีมูลค่า 900,900 ล้านบาท เติบโต 30% จากปี 2564 ที่มีมูลค่า 693,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% จากปี 2563 และหนึ่งในการเติบโตของตลาดนี้คือ บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด (THE iCON Group) ที่เปิดบริษัทมาเพียงไม่กี่ปี แต่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเรียกตัวเองว่าเป็น “ผู้ปฏิวัติการขายออนไลน์” ด้วยการสร้างยอดขายมากกว่า 4 พันล้านภายใน 4 ปี แม้ว่า ดิไอคอน กรุ๊ป จะไม่เป็นที่รู้จักในคนหมู่มาก หากแต่จะเอ่ยถึงภาพนักแสดงหนุ่ม 5 คน

Read More

ซาฟารีเวิลด์พลิกฟื้น ฝ่าทุกวิกฤต ต้มยำกุ้งถึงโควิด

“ซาฟารีเวิลด์” เป็นอีกหนึ่งสวนสัตว์ในกรุงเทพฯ ที่โดนปักหมุดจุดหมายการท่องเที่ยวของบรรดาครอบครัวและนักท่องเที่ยวหนาแน่น หลัง “สวนสัตว์ดุสิต” หรือเขาดิน ปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อรอเปิดในพื้นที่แห่งใหม่ บริเวณคลอง 6 อ. ธัญบุรี จ. ปทุมธานี ในปี 2570 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระราชทานโฉนดที่ดิน 300 ไร่ ให้องค์การสวนสัตว์สร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ ขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 3 เท่า สำหรับซาฟารีเวิลด์นั้น นายผิน คิ้วคชา หรือนามสกุลเดิม “คิ้วไพศาล” ก่อตั้งบริษัท ซาฟารีเวิลด์ จำกัด เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2528 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2531 เนื้อที่รวม 475 ไร่ ย่านรามอินทรา

Read More

ย้อนชีวิตกอริลลาสาว “บัวน้อย” ซิกเนเจอร์ตลอดกาลของพาต้า

เวลานี้ใครไปห้างพาต้าปิ่นเกล้ามีเป้าหมายเดียวกัน คือ เที่ยว PATA ZOO และยลโฉมน้องบัวน้อย กอริลลาตัวสุดท้ายในประเทศไทยที่อาศัยอยู่บนชั้น 7 ของตัวห้างมานานมากกว่า 30 ปี จริงๆ แล้ว ห้างพาต้านำเข้ากอริลลาตัวแรกจากประเทศเยอรมนีเมื่อปี 2526 ชื่อ บวาน่า เป็นตัวผู้หลังเงินอายุ 20 ปี ต่อมาปี 2535 นำเข้าน้องบัวน้อย วัย 3 ขวบจากเยอรมนีเช่นเดียวกัน โดยหวังให้เป็นเพื่อนรักคู่กัน แต่ปรากฏว่า ไม่ชอบพอกัน หลายคนบอกว่า เพราะบัวน้อยอายุห่างจากบวาน่ามากเกินไป ภายหลัง บวาน่าตายตอนอายุ 40 ปี และประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส (Cites) ทำให้ไม่สามารถนำเข้ากอริลลาเพื่อมาเลี้ยงเป็นเพื่อนบัวน้อยได้ ขณะที่สวนสัตว์อื่นๆ ไม่สามารถนำเข้ากอริลลามาด้วยเช่นกัน ทำให้บัวน้อยกลายเป็นกอริลลาตัวสุดท้ายของไทยและเป็นตัวสุดท้ายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย แน่นอนว่า บัวน้อยเติบโตมาพร้อมๆ กับสวนสัตว์พาต้าและห้างพาต้า โดยสวนสัตว์เริ่มแรกเปิดให้เข้าฟรี ก่อนมีการเก็บค่าเข้าชม อัตราเด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10

Read More

เดอะมอลล์-เซ็นทรัล ค้าปลีกยิ่งกว่ายักษ์ชนยักษ์

สงครามค้าปลีกปีหน้าเปรียบเสมือนสมรภูมิยักษ์ชนยักษ์ “เซ็นทรัล-เดอะมอลล์” โดยฝ่ายแรกใช้ฐานเงินทุนสยายปีกทั่วประเทศและรุกต่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายหลังวางยุทธศาสตร์ปักหมุดหมายสร้างย่านธุรกิจ พัฒนาย่านการค้า อาจไม่มากมายสาขา แต่ใช้กลยุทธ์ดึงพันธมิตรระดับบิ๊กๆ เป็นแบ็กอัพอย่างความแข็งแกร่ง ทั้งสองฝ่ายออกมาประกาศแผนการลงทุนครั้งใหญ่ หลังสถานการณ์โควิดในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย ตลาดการท่องเที่ยวฟื้นตัวและผู้คนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้ชีวิตปกติ โดยประชันบิ๊กโปรเจกต์ในปี 2566 และเป้าหมายระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2566 เดอะมอลล์มีแผนใช้งบประมาณมากกว่า 40,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการใช้งบจำนวนมากอีกปีหนึ่ง เพื่อรีโนเวตโครงการเก่าและสร้างโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยงบก้อนแรก 20,000 ล้านบาทจะใช้ปรับโฉมใหม่สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ และเดอะมอลล์บางแค ให้เป็นเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์เช่นเดียวกับที่เปิดไปแล้วที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ส่วนงบอีก 15,000 ล้านบาท จะใช้ในโครงการดิเอ็มสเฟียร์ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดปลายปี 2566 และที่เหลืออีก 5,000 ล้านบาท เป็นงบรีโนเวตสยามพารากอนครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2567 สำหรับเอ็มสเฟียร์เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) บนถนนสุขุมวิทตอนกลาง

Read More

PATA รอทุนก้อนใหม่ “เสริมศิริมงคล” ดิ้นรีโนเวต

แม้วันนี้ พาต้า (PATA) หลุดไปจากสมรภูมิค้าปลีก แต่กลุ่มตระกูล “เสริมศิริมงคล” ผู้บุกเบิกห้างสรรพสินค้าเก่าแก่แห่งนี้ ยังยืนยันเดินหน้ากิจการและซุ่มเตรียมแผนรีโนเวตครั้งใหญ่ เพียงแค่รอจังหวะ สถานการณ์เศรษฐกิจหลังโควิดและเงินทุนก้อนใหม่ เพื่อกลับมาสู้ศึกอีกครั้ง มีรายงานล่าสุดว่า บริษัทได้ร่างแบบการรีโนเวตขึ้นมาแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการแก้ไขแบบและหาคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนอีกครั้ง ทั้งในส่วนห้างสรรพสินค้าพาต้าและสวนสัตว์พาต้า โดยเวลานี้เน้นรีโนเวตสวนสัตว์ให้แล้วเสร็จภายในต้นปี 2566 หรือประมาณช่วงเทศกาลตรุษจีน ทั้งการปรับพื้นที่ ห้องการแสดง แสงไฟต่างๆ เพื่อเพิ่มความทันสมัย เฉพาะปีที่ผ่านมา พาต้าปิดให้บริการชั้น 6 เพื่อปรับพื้นที่รองรับเฉพาะกลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน พวกงูชนิดต่างๆ และต้องการปรับคอนเซ็ปต์เน้นแนวทางการให้ความรู้มากขึ้น ขณะที่ชั้น 7 มีการจัดโซนสัตว์ต่างๆ เพิ่มสัตว์ใหม่ๆ เช่น ม้าแคระ แพะแคระพันธุ์ปิ๊กมี่ หมูแคระ ลิงชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มสีสันและดึงดูดลูกค้ากลุ่มครอบครัวสามารถเล่นหรือเลี้ยงอาหารสัตว์เหล่านี้ได้มากขึ้น ส่วนพวกสัตว์เดิมที่อยู่มานาน เช่น ลิงอุรังอุตัง และสัตว์อีกหลายชนิดเป็นกลุ่มที่ขยายพันธุ์จากพ่อแม่ที่อยู่มาดั้งเดิมหลายทอดแล้ว รวมถึงการดูแลกรงขนาดใหญ่ของกอริลลาเพศเมีย “บัวน้อย” ซึ่งอาศัยอยู่ในสวนสัตว์พาต้ามานานกว่า 30 ปี และยังเป็นดาวเด่นที่ทุกคนต้องมาเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของกอริลลาตัวสุดท้ายในประเทศไทย เมื่อรีโนเวตสวนสัตว์เสร็จ หลังจากนั้นจะเป็นการรีโนเวตฝั่งห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องรอทุนก้อนใหม่เพิ่มเข้ามาและสรุปแบบก่อน เพราะเงินทุนที่ใช้เป็นทุนก้อนเดียวกันและยังเป็นทุนของกลุ่มเจ้าของเดิม ตระกูลเสริมศิริมงคล เจเนอเรชันที่ 2

Read More

“แดรี่โฮม” กับ Green Factory เราเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่โรงงานผลิตนม

“เราเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่โรงงานผลิตนม” คือคำกล่าวของ “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ผู้ก่อตั้งบริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ที่ชวนให้ผู้อ่านหลายคนตั้งข้อสงสัย “แดรี่โฮม” ถือเป็นผู้ผลิตนมออแกนิกรายแรกของเมืองไทย ที่ไม่เพียงผลิตนมคุณภาพดีปลอดสารตกค้าง แต่ยังให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังเป็นต้นแบบโรงงานสีเขียว หรือ Green Factory ไม่มีการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม และมีการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ แต่การบำบัดน้ำเสียที่เคยทำๆ กันอยู่อาจจะดูธรรมดาเกินไป เพราะแดรี่โฮมพัฒนาไปมากกว่านั้น โดยนำน้ำเสียมาเข้ากระบวนการบำบัดจนกระทั่งสามารถนำกลับมาใช้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้ พฤฒิเปิดเผยว่า “เนื่องจากเราทำเรื่องออแกนิกและ Zero Waste มาตั้งแต่ต้น แต่เรามองว่าของเสียมันยังมีคุณค่าและน่าจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อยู่ อย่างน้ำล้างเครื่องจักรของเรามันคือน้ำผสมนม ถ้าทิ้งลงไปต้องบำบัดก่อน สิ้นเปลืองพลังงานในการบำบัด แต่ถ้าเราแยกเอาสารอาหารที่อยู่ในนั้นออกมาใช้ประโยชน์ก่อนมันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าขึ้นได้อีกมาก” โดยแดรี่โฮมจะนำน้ำเสียจากการล้างเครื่องจักรมาเข้ากระบวนการสกัดสารอาหารออกมาก่อน ซึ่งสารอาหารที่ได้จะนำไปเลี้ยงสาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella) หลังจากนั้นจึงนำสาหร่ายคลอเรลลาที่เลี้ยงได้ไปเลี้ยงไรทะเลอาร์ทีเมีย (Artemia) อีกต่อหนึ่ง ก่อนที่จะนำไรทะเลอาร์ทีเมียไปเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในที่สุด ซึ่งเป็นวิธีการที่แดรี่โฮมต่อยอดมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ “เราเลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้ 2 ล็อตแล้วครับ ตอนนี้ขนาดอยู่ที่ 5 ตัว/โล เป้าหมายของเราคือ 3 ตัว/โล คาดว่าปีหน้าจะสามารถบรรจุเมนูกุ้งในร้านแดรี่โฮมได้” นอกจากนั้น แดรี่โฮมยังพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy

Read More

เปิดแนวคิด “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ผู้บุกเบิกนมออแกนิกรายแรกในไทย

ในแวดวงการทำฟาร์มโคนมแบบออแกนิก ชื่อของ “พฤฒิ เกิดชูชื่น” น่าจะเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงเป็นคนแรกๆ ทั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้บุกเบิกการทำฟาร์มโคนมแบบออแกนิกในเมืองไทย แต่ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท แดรี่โฮม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ผู้ผลิตนมออแกนิกรายใหญ่ภายใต้แบรนด์ “แดรี่โฮม” ที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมานานกว่า 2 ทศวรรษอีกด้วย “พฤฒิ เกิดชูชื่น” ถือเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงฟาร์มโคนมมาอย่างยาวนาน โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวบาล จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณพฤฒิเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยเป็นแห่งแรก ในตำแหน่งนักวิชาการสอนปรับปรุงพันธุ์โคนม ทำงานด้านวิจัยการผสมเทียมและริเริ่มศูนย์ผลิตน้ำเชื้อพ่อพันธุ์โคนมแช่แข็ง หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการทำฟาร์มโคนมมากว่า 10 ปี ปี 2535 เขาตัดสินใจผันตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยเริ่มจากการร่วมหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจปลูกหญ้าเลี้ยงวัว ก่อนที่จะหันไปจำหน่ายอาหารวัวสำเร็จรูป และธุรกิจขายกากเบียร์เป็นลำดับ แต่เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจมาก่อน เส้นทางธุรกิจของเขาจึงไม่ราบรื่นนัก จนกระทั่งปี 2542 คุณพฤฒิได้ทดลองสร้างธุรกิจเล็กๆ ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง จากการจุดประกายของลูกสาวตัวน้อยที่อยากมีร้านขายของในช่วงวันหยุด “จุดเริ่มต้นหนึ่งคือลูกสาวของผมเขาอยากมีร้านขายของเล็กๆ ด้วยความที่ผมอยู่ในแวดวงโคนมเลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาเปิดร้านขายนมกันดีกว่า แต่ที่สำคัญคือต้องเป็นนมที่ปลอดสารและมีคุณภาพดีเท่านั้น” นี่คือสารตั้งต้นเล็กๆ ของ “แดรี่โฮม” แต่ที่มากไปกว่านั้นคือความต้องการที่จะยกระดับการทำฟาร์มโคนมในประเทศไทยแบบเดิมไปสู่การทำฟาร์มที่มีผลผลิตนมที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษตกค้าง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตกรผู้เลี้ยงโคนม จากประสบการณ์ในแวดวงฟาร์มโคนมมาตลอด 10 ปี

Read More