Home > Cover Story (Page 67)

เซเว่นฯ Hello!! Welcome ข้าวไข่ข้น ยำแซ่บๆ มาแล้ว

Hello!! Welcome เสียงต้อนรับอัตโนมัติของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่วันนี้กลายเป็นคอนวีเนียนสโตร์ทรงเครื่องสุดๆ เพราะเป็นทั้งห้างใกล้บ้าน มินิซูเปอร์มาร์เกต และร้านอาหารตามสั่ง ทั้งแบบแช่แข็ง เวฟไม่กี่นาทีไปจนถึงปรุงสดๆ หน้าเคาน์เตอร์ ต้องยอมรับว่า ตั้งแต่บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) คว้าสิทธิ์การใช้แบรนด์ “7-11” เซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทย เมื่อปี 2532 ตลอดระยะเวลากว่า 34 ปี ซีพีออลล์พยายามพัฒนารูปแบบ สินค้า บริการและโปรโมชัน เพื่อยึดครองความเป็นผู้นำตลาด โดยรายงานประจำปี 2565 ของบริษัทระบุว่า ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นมีส่วนแบ่งตลาดในแง่จำนวนสาขาของร้านสะดวกซื้อ 64% รองลงมา ได้แก่ โลตัสโกเฟรช 9% และมินิบิ๊กซี 6% แต่การพัฒนาของเซเว่นอีเลฟเว่นมาพีกสุดๆ อีกครั้งช่วงสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด โดยพลิกคอนเซ็ปต์ร้าน เพิ่มความเป็นซูเปอร์มาร์เกตขนาดเล็กใกล้บ้าน เพื่อดึงดูดลูกค้าเข้ามาจับจ่ายสินค้าในสาขาใกล้บ้าน ลดการเดินทางไปซื้อสินค้าที่ไฮเปอร์มาร์เกตและซูเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป การเพิ่มมุมจำหน่ายของสดพร้อมปรุงในร้าน มีให้แม่บ้านเลือกซื้อเนื้อสัตว์ อาหารทะเลสดแช่แข็ง ผักผลไม้สด สมุนไพร และสินค้าพร้อมปรุงรูปแบบต่างๆ ภายในร้านยังจัดสรรพื้นที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบการประกอบอาหารสดมากขึ้น มีมุมกาแฟ เบเกอรี่อบสด แบรนด์ All Cafe

Read More

ก้าวไกล-เพื่อไทย สัญญาข้อแรก รื้อ ลดค่าไฟ

ภาพการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลชัดเจนมากขึ้น แต่ยังต้องลุ้นผลคดีถือหุ้นสื่อ “ไอทีวี” และเสียงสนับสนุนจากวุฒิสมาชิก (สว.) ซึ่งนั่นอาจเปิดโอกาสให้พรรคลำดับที่ 2 อย่าง “เพื่อไทย” แต่ไม่ว่าโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะเป็นอย่างไร ทั้งสองพรรคต่างมีสัญญาข้อแรก เรื่องการพิจารณาลดค่าไฟฟ้าทันทีที่เปิดประชุม ครม. นัดแรก หากย้อนดูนโยบายหาเสียงของพรรคก้าวไกล ระบุแผนลดค่าไฟฟ้า 5 ขั้น เริ่มบันไดขั้นที่ 1 เปลี่ยนนโยบายจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากเอื้อกลุ่มทุนเป็นเอื้อประชาชน โดยใช้กลไกคณะกรรมการกำกับดูแลนโยบายพลังงาน (กกพ.) กำหนดนโยบาย ซึ่งสามารถทำได้เลยภายใน 100 วันแรก และเห็นผลในบิลค่าไฟ ลดได้ทันที 70 สตางค์ต่อหน่วยในปีแรก พร้อมเร่งเจรจาสัมปทานก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนอ่าวไทย เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากการนำเข้า ขั้นที่ 2 เปลี่ยนแดดเป็นเงิน ปลดล็อกระบบขายไฟมิเตอร์หมุนกลับจากหลังคาบ้านเรือน (Net Metering) เพื่อให้ทุกบ้านเรือนสามารถติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านอย่างถูกต้อง เพื่อลดค่าใช้จ่ายได้เอง ซึ่งเชื่อว่า ภายใน 4 ปีจะเห็นการติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเพิ่มขึ้นทั้งประเทศ ขั้นที่ 3 เปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าเลือกซื้อไฟฟ้าได้เอง

Read More

CPF ปรับทัพรุกร้านอาหาร ดัน “ห้าดาว-เชสเตอร์” โตดับเบิล

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ลุยจัดกระบวนทัพธุรกิจปลายน้ำ แปลงโฉมบริษัทย่อย “ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง” เป็น “ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น” หรือ CPFGS ดูแลการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ อาหารและร้านอาหารในเครือ เป้าหมายไม่ใช่แค่ความคล่องตัว ความชัดเจน แต่ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งและเร่งเติบโตแบบดับเบิลตั้งแต่ปี 2566 ขณะเดียวกัน บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จํากัด (มหาชน) ได้ยื่นคําขออนุญาตและยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมระดมเงินทุนก้อนใหญ่ ตามร่างหนังสือชี้ชวนของ CPFGS ระบุว่า เป้าหมายของซีพีเอฟต้องการให้ CPFGS เป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านการบริการอาหารแบบครบวงจร (food solutions) โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและบริการด้านอาหารแก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมด้านอาหารและผู้บริโภคผ่านช่องทางที่หลากหลายในประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ธุรกิจหลักของ CPFGS แบ่งได้ 3

Read More

“นันยาง” กับเรียลไทม์ มาร์เกตติ้ง ที่พร้อมสร้างสีสันและยอดขายสุดปัง

ระยะหลังมานี้ เรามักได้เห็นแคมเปญการตลาดสนุกๆ จากแบรนด์รองเท้าสุดเก๋าอย่าง “นันยาง” ที่ออกมาสร้างสีสันให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรียลไทม์ มาร์เกตติ้ง ที่ออกมาแต่ละครั้งไม่เพียงสร้างปรากฏการณ์ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ แต่ยังสร้างยอดขายแบบสุดปัง เริ่มที่แคมเปญ “NanyangRED Limited Edition (2019)” ซึ่งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ที่นันยางผลิต “รองเท้าผ้าใบสีแดง” เพื่อฉลองทีมฟุตบอลลิเวอร์พูลได้แชมป์ แคมเปญนี้สร้างกระแสแบบถล่มทลายในชั่วข้ามคืน โดยสามารถสร้างยอดขายไปได้ถึง 12,598 คู่ ภายในเวลา 96 นาที อีกทั้งยังได้รับรางวัล “Marketing of the Year 2019” จากเวที “สุดยอดแคมเปญการตลาด MAT Award 2019” ไปครองอีกด้วย ต่อด้วยแคมเปญเสริมภาพลักษณ์แบรนด์รักษ์โลกด้วยโปรเจกต์ “รองเท้า KHYA (ขยะ)” ที่เกิดจากการ Upcycled ขยะทะเลที่เป็นรองเท้าแตะให้กลายเป็นรองเท้าแตะคู่ใหม่ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง “รองเท้าแตะช้างดาว” จากนันยาง

Read More

“นันยาง” แบรนด์สุดเก๋า ที่สร้างตำนานมากว่า 70 ปี

เชื่อแน่ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องรู้จักแบรนด์รองเท้าสุดเก๋าอย่าง “นันยาง” ในมิติใดมิติหนึ่งกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ใช้งานจริง หรือเคยคุ้นในฐานะแบรนด์รองเท้านักเรียนที่มีแฟนคลับเหนียวแน่น และแม้กระทั่งรู้จักในฐานะแบรนด์รองเท้าในตำนานที่ยังคงสร้างสีสันให้กับตลาดผ่านแคมเปญสนุกๆ อยู่บ่อยครั้ง “นันยาง” เป็นผู้ผลิตรองเท้าผ้าใบนันยางและรองเท้าแตะนันยางตราช้างดาวที่อยู่คู่คนไทยและนักเรียนไทยมาอย่างยาวนานถึง 70 ปี และผลิตรองเท้าป้อนออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 300 ล้านคู่ โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์ในตำนานเริ่มขึ้นเมื่อนักธุรกิจอย่าง “วิชัย ซอโสตถิกุล” หรือ “นายห้างวิชัย” เจรจานำเข้ารองเท้าผ้าใบจากประเทศสิงคโปร์ ยี่ห้อ “หนำเอี๊ย” รุ่น 500 เป็นผ้าสีน้ำตาล พื้นยางสีน้ำตาล และบรรจุในถุงกระดาษสีน้ำตาล เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ในราคาคู่ละ 12 บาท จนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในสมัยนั้น ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนชื่อจาก “หนำเอี๊ย” เป็น “หนันหยาง” (Nan-Yang) ภาษาจีนกลาง และกลายเป็น “นันยาง” เพื่อให้ติดปากคนไทยมากขึ้น โดยได้จดทะเบียนการค้า “นันยาง ตราช้างดาว” กับกระทรวงพาณิชย์ในปี 2492 ก่อนที่นายห้างวิชัยจะสร้างตำนาน “นันยาง” ในประเทศไทยขึ้นในปี 2496 ด้วยการซื้อกิจการและกรรมวิธีการผลิตรองเท้าจากสิงคโปร์ ก่อตั้ง

Read More

จากทัวร์ศูนย์เหรียญ-ทัวร์อั้งยี่ สู่อาณานิคมของนักลงทุนจีนในไทย

ในระดับมหภาคเศรษฐกิจไทยกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้จะมีปัจจัยอยู่บ้าง แต่เป็นปัจจัยที่มิอาจควบคุมได้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน กระนั้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายด้านยังคงดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มเห็นสัญญาณบวกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ขณะที่ปีนี้กระแสนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างไม่ขาดสาย นักท่องเที่ยวจากจีนยังคงเป็นเป้าหมายหลักและความคาดหวังของผู้ประกอบการท่องเที่ยวของไทย ทว่า สิ่งหนึ่งที่หลายฝ่ายเริ่มเป็นกังวลคือ การขยายตัวของทุนจีน ที่เริ่มจากทัวร์ศูนย์เหรียญ สู่ทัวร์อั้งยี่ จนถึงการสร้างอาณานิคมทางเศรษฐกิจของชาวจีนอพยพใหม่ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาที่อาจจะกระทบกับรายได้ของภาคการท่องเที่ยวไทยเท่านั้น เมื่อนักลงทุนจากจีนเริ่มขยายธุรกิจออกไปในวงกว้าง ทั้งในภาคการท่องเที่ยว ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้า ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น หลายฝ่ายอาจมองว่า การที่มีนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียน จำนวนเงินสะพัดในตลาดนั้นๆ เพิ่มมากขึ้น ภาพที่ฉาบจากด้านนอกอาจเป็นเช่นนั้น ทว่า ความจริงอาจเป็นขั้วตรงข้ามโดยสิ้นเชิง เริ่มจากปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญที่เคยสร้างปัญหาให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยมาแล้วก่อนหน้า ซึ่งทัวร์ศูนย์เหรียญคือ นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังไทย โดยซื้อทัวร์จากประเทศตัวเองในราคาต่ำกว่าต้นทุน จากนั้นบริษัททัวร์เหล่านั้นจะส่งลูกทัวร์ทั้งหมดมาให้บริษัททัวร์ในไทย โดยไม่ต้องจ่ายค่าทัวร์แฟร์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการพาเที่ยวที่เก็บมาจากลูกทัวร์ให้กับเอเยนต์ฝ่ายไทยแม้แต่เหรียญเดียว แม้ว่าไทยจะยังมีรายได้จากนักท่องเที่ยวอยู่บ้าง จากการใช้จ่ายซื้อของกิน ของที่ระลึก รูปแบบทัวร์นี้จะสร้างผลกระทบในระยะยาว ปัญหาต่อมาคือ ทัวร์อั้งยี่ ที่คาบเกี่ยวกับปัญหาทุนสีเทา เป็นการท่องเที่ยวแบบผูกขาด เช่น ไกด์นำเที่ยวเถื่อนที่เป็นชาวจีน หรือการนำนักท่องเที่ยวไปใช้บริการร้านอาหาร หรือซื้อสินค้าจากร้านของนักลงทุนจากชาติเดียวกัน ประเด็นนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมองว่า หากร้าน หรือบริษัทนั้นๆ ดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายของไทยก็ไม่น่ากังวล ชาวจีนอพยพมาไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา เยาวราช หรือไชน่าทาวน์ เกิดขึ้นเมื่อปี 1892

Read More

เดอะ คอฟฟี่ คลับ เปิดที่มาไข่ไก่ เอาใจผู้บริโภคสาย Healthy

ไม่ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร ธุรกิจร้านกาแฟยังคงเป็นธุรกิจที่สามารถประคองตัวและฟื้นตัวในอัตราที่รวดเร็ว ขณะที่ภาพรวมมูลค่าตลาดสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท ทิศทางการเติบโตยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เราจึงได้เห็นการฟาดฟันกันระหว่างแบรนด์ใหญ่ที่ผุดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ร้านอาหารหรือคาเฟ่รูปแบบออลเดย์ไดนิ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในไทย รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมองหาร้านอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการครบจบในคราวเดียว ทำให้ เดอะ คอฟฟี่ คลับ ต้องวางกลยุทธ์เพื่อพาร้านก้าวสู่การเติบโตทางธุรกิจที่จะตอกย้ำตำแหน่งร้านออลไดนิ่งสัญชาติออสเตรเลียชั้นนำในไทย กลยุทธ์ที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับใช้ก่อนหน้าคือ ปรับลดเมนูอาหารลงกว่า 40% และปรับลดเมนูเครื่องดื่มลง 50% อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ เดอะ คอฟฟี่ คลับ เลือกใช้คือ การบอกเล่าเรื่องราวที่มาของวัตถุดิบหลักอย่าง “ไข่ไก่” ที่ถูกซ่อนอยู่ในหลายเมนูของเดอะ คอฟฟี่ คลับ ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารทั้งคาวและของหวาน ไข่ไก่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ที่ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาให้ความใส่ใจมากขึ้นในการเลือกรับประทาน เทรนด์สุขภาพยังคงเป็นประเด็นหลักที่หลายคนให้ความสำคัญ หมายความว่าต้นทางของไข่ไก่จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกละเลยอีกต่อไป “ไก่อารมณ์ดี” จึงกลายเป็นจุดขายของหลายแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ไข่ไก่วางจำหน่าย และแน่นอนว่า เดอะ คอฟฟี่ คลับ ที่ให้ความสำคัญกับประเด็น “ความยั่งยืน” ได้เลือกนำเสนอเรื่องราวของวัตถุดิบหลักอย่าง “ไข่ไก่” ขึ้นมานำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ด้วยการใช้ไข่ไก่จากแหล่งผลิตที่ไม่ใช้กรงขัง (Cage

Read More

ข้าวโพดคั่ว POPCORN สิ่งมหัศจรรย์จากเทพเจ้า

ข้าวโพดคั่ว หรือ Popcorn หรือ ตอกคง ในภาษาไทยถิ่นใต้ ถือเป็นสแน็กยอดนิยมของคนทั่วโลก ผลิตจากเมล็ดข้าวโพดที่มีตำนานอันยาวนานของชาวอินเดียนแดงในทวีปอเมริกามากกว่า 5,600 ปี ตามหลักฐานสำคัญของนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสค้นพบข้าวโพดคั่วในซากเมืองโบราณหลายแห่ง เช่น เมืองอินคาในอเมริกาใต้ มีการค้นพบฝักป๊อปคอร์นที่เก่าแก่ที่สุดในถ้ำค้างคาว (Bat Cave) บริเวณเวสต์เซ็นทรัล มลรัฐนิวเม็กซิโก ในปี ค.ศ. 1948 ขนาดตั้งแต่เล็กกว่าเหรียญเพนนีไปจนถึงขนาดสองนิ้ว โดยฝักเก่าแก่ที่สุดมีอายุถึง 4,000 ปี นักโบราณคดีเชื่อว่า ชาวอินเดียนแดง หรือชนพื้นเมืองอเมริกันเป็นชนกลุ่มแรกที่กินข้าวโพดคั่วและสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โดยชาวอินเดียนแดงในอเมริกาเหนือจะนำข้าวโพดที่คั่วจนพองขาวแล้วมารับประทาน นำมาร้อยเป็นสายด้วยหญ้าทำเป็นเครื่องประดับสำหรับหัวหน้าเผ่าหรือนักรบ นำมาถวายเคารพ “ทลาล็อค (Tlaloc)” เทพแห่งฝนและความอุดมสมบูรณ์ของชาวแอซเท็กและเทพเจ้าข้าวโพด บางครั้งมีการใช้พวงข้าวโพดคั่วประดับเทวรูปด้วย เมื่อนักล่าอาณานิคมชาวอังกฤษสมัยแรกๆ มีการจัดงานขอบคุณพระเจ้าครั้งแรก ชาวอินเดียนแดงนามว่า เควเดอควีนา ได้นำข้าวโพดคั่วใส่ถุงหนังกวางขนาดใหญ่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิม ซึ่งนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของป๊อปคอร์น ซึ่งกลายหนึ่งเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตแบบอเมริกา ตามข้อมูลในประวัติศาสตร์ ชาวอินคาใช้หม้อดินปั้นพิเศษสำหรับคั่วข้าวโพดจากการขุดพบภาชนะในซากปรักหักพังสมัยโบราณของอเมริกาใต้ โดยฝังหม้อในทรายที่ร้อนจัด โรยเมล็ดข้าวโพดลงไปแล้วปิดฝา หรือใช้หม้ออีกใบมาครอบ รอความร้อนจากทรายทำให้ข้าวโพดแตก กลายเป็นข้าวโพดคั่ว ข้าวโพดและป๊อปคอร์นค่อยๆ ปรากฏแพร่หลายไปทั่วสหรัฐอเมริกาในฐานะพืชเกษตรกรรมทั่วไปจนเป็นพืชเกษตรกรรมในตลาด เมื่อปี ค.ศ. 1890 และได้รับความนิยมต่อเนื่อง

Read More

POPSTAR ลุยคีออสก์ทั่วเมือง ดันยอดขายป๊อปๆ พุ่งเท่าตัว

ตลาดป๊อปคอร์นในประเทศไทยมีมูลค่ามากกว่า 2,000 ล้านบาท โดยตลาดป๊อปคอร์นหน้าโรงภาพยนตร์มีสัดส่วนมากสุด 1,000 ล้านบาท ตามด้วยป๊อปคอร์นคั่วสดพรีเมียม 600-700 ล้านบาท และป๊อปคอร์นสำเร็จรูปบรรจุซองอีก 300-400 ล้านบาท ที่น่าสนใจ คืออัตราเติบโตสูง 30-40% ต่อปี ทำให้ค่ายเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เร่งปูพรมคีออสก์ POPSTAR ในห้างค้าปลีกและเจาะช่องทางขายรอบด้าน 360 องศา เหตุผลไม่ใช่แค่แนวโน้มการเติบโตที่ยังไปได้อีกไกล แต่ป๊อปคอร์น POPSTAR ในวันนี้ คือ อาวุธชิ้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ค่ายเมเจอร์ฯ เป็นกอบเป็นกำและสวนกระแสวิกฤตได้ ซึ่งเห็นได้จากช่วงโควิดแพร่ระบาดอย่างหนักเมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งนี้ หากย้อนดูรายได้รวมของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ Major ช่วงปี 2562 มีรายได้รวม 10,822 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,170 ล้านบาท ปี 2563 เจอพิษโควิดแพร่ระบาดอย่างหนักและทางการสั่งปิดโรงภาพยนตร์นานหลายเดือน รายได้หดเหลือ

Read More

TikTok Shop บูม รายใหญ่โดดลงสมรภูมิ

TikTok Shop หนึ่งฟีเจอร์ในแอปพลิเคชัน TikTok โซเชียลมีเดียสายวิดีโอที่ฮิตฮอตติดอกติดใจเหล่าแม่ค้าออนไลน์ โดยเฉพาะการไลฟ์สด ตัวจริง เสียงจริง ขายจริง เห็นสินค้าจริง สามารถกระตุ้นต่อมนักชอปได้อยู่หมัด หลายรายกวาดยอดออเดอร์เพิ่มขึ้นหลายเท่า สำหรับติ๊กต็อก (TikTok) คือแอปพลิเคชันที่เป็นบริการเครือข่ายสังคมสัญชาติจีน ประเภทไมโครบล็อกกิ้ง (micro-blogging) ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเนื้อหาวิดีโอสั้น ๆ ความยาวไม่เกิน 15 วินาที เช่น การแสดงทักษะหรือท่าเต้น การแสดงมุกตลก การร้องลิปซิงก์ โดยบริษัท ไบต์แดนซ์ (ByteDance) เปิดตัวติ๊กต็อกในประเทศจีนเมื่อเดือนกันยายน 2559 ใช้ชื่อว่า “โต่วอิน” แปลว่า “เสียงสั่น” หลังจากนั้นเปิดตัวในตลาดต่างประเทศเมื่อเดือนกันยายน 2560 และในวันที่ 23 มกราคม 2561 ติ๊กต็อกขึ้นแท่นเป็นแอปพลิเคชันอันดับ 1 จากการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันฟรีในแอปสโตร์ต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลก ภายใน 1 ปีแรกมีผู้ใช้ 100 ล้านคน มีการดูวิดีโอมากกว่า

Read More