Home > Cover Story (Page 62)

ก้าวใหม่ “บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค” บริษัทยาของคนไทย ที่พร้อมแข่งในตลาดโลก

หลังจากคร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยามานานถึง 30 ปี “บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค” กำลังสร้างตำนานบทใหม่ให้กับบริษัท ด้วยการเข้าจดทะเบียนและทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นครั้งแรกในวันที่ 21 มิถุนายน 2566 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “BLC” เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทและสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยาของประเทศไทย “ยา” ถือเป็นปัจจัย 4 ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และในขณะเดียวกัน “อุตสาหกรรมยา” ก็นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญและสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศด้วยเช่นกัน โดยในปี 2565 ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ของไทย มีมูลค่าตลาดถึง 2.4 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโต 3-5% แบ่งเป็น การผลิตในประเทศ 30% และนำเข้า 70% ซึ่งมีมูลค่าการตลาดที่สูงและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าการจำหน่ายยาระหว่างปี 2566-2568 จะมีอัตราการเติบโต 5-6% ต่อปี แต่ที่น่าสังเกตคือ 70% จากมูลค่าตลาด 2.4 แสนล้านบาทนั้น เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ หากสามารถลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และหันมาส่งเสริมการผลิตยาในประเทศจะเป็นการสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยาของไทย และสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในอนาคตต่อไปได้ โดยปัจจุบันผู้ผลิตยาในไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

Read More

ก้าวสำคัญของ ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ สู่สะพานเชื่อมการลงทุนในนาม บริดจ์ แคปปิตอล

ปัจจุบันธุรกิจสินเชื่อมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงตามสภาพความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ ในแง่มุมหนึ่งหากเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวสูง แต่ภาคครัวเรือนขาดสภาพคล่องส่งผลให้มีความต้องการธุรกิจสินเชื่อมากขึ้น แต่ บริดจ์ แคปปิตอล ภายใต้การนำของ ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ เป็นการปล่อยสินเชื่อระยะสั้นและผลิตภัณฑ์ร่วมลงทุนในหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน (Secured Private Credit Business and Real-Estate Investment Participation Product) แห่งแรกในประเทศไทย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดย่อม และในแง่ของนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่มีเงินเย็น เงินเก็บ แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนที่ไหน คือจุดเริ่มต้นของ บริดจ์ แคปปิตอล ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจ์ แคปปิตอล แมเนจเม้นท์ จำกัด “เราเล็งเห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันเข้าถึงแหล่งเงินทุนยาก โดยเฉพาะสถาบันการเงิน ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย ในขณะที่ธุรกิจกำลังเติบโต การขาดเงินทุนส่งผลให้เกิดภาวะชะงักงันทางธุรกิจ และอีกด้านคือ นักลงทุนคนไทยมีเงินเก็บเยอะ แต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนในด้านไหน เราจึงเป็นทางเลือกให้นักลงทุน ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำแต่ผลตอบแทนน่าจูงใจ” ฐิติวัฒน์นำประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการเงินที่มีหลายสิบปี และการมองเห็นโอกาสที่จะสร้างธุรกิจนี้ เพื่อให้บริการปล่อยสินเชื่อภาคเอกชนแก่ผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพในประเทศไทยเป็นหลักประกัน หลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาในการขอเงินกู้จากแหล่งสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม แม้ว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และหลายครั้งผู้ประกอบการหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าทั่วไป เพื่อแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่อง “ด้วยเหตุผลที่ว่ามา เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนที่ดี โดยบริดจ์

Read More

เนด้า หนุนการรถไฟลาว เอื้อเศรษฐกิจเวียงจันทน์ หนองคาย

หากเอ่ยถึงองค์การที่ให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม แก่ประเทศที่กำลังพัฒนา JICA หรือ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น เป็นหน่วยงานรัฐบาลญี่ปุ่น ที่คอยให้คำปรึกษาตลอดจนความช่วยเหลือด้านการพัฒนาประเทศอย่างเป็นทางการในนามของรัฐบาลญี่ปุ่น ขณะที่ไทยมีหน่วยงานที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน คือ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) Neighbouring Countries Economic Development Cooperation Agency หรือ NEDA (เนด้า) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ด้วยบทบาทหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นๆ ทั้งด้านการเงินและวิชาการ โดยประเทศที่เนด้าให้ความช่วยเหลืออยู่ในกลุ่ม CLMV เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปป.ลาว ซึ่งที่ผ่านมาเนด้าได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วกว่า 30 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท และอีกหนึ่งโครงการใน สปป.ลาว ที่เนด้าให้ความช่วยเหลือคือ การก่อสร้างสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (บ้านคำสะหวาด) ที่เริ่มต้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 โดยใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 994.68 ล้านบาท ปัจจุบันยังไม่ได้ทำการส่งมอบเนื่องจากยังต้องรอการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของไทยแล้วเสร็จ ซึ่งการส่งมอบและพิธีเปิดน่าจะเกิดขึ้นในช่วงการประชุมความร่วมมือ “อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง” หรือ ACMECS ครั้งที่ 10

Read More

ฟื้นตำนานพม่ากุลาร้องไห้ 30 ปี พลิกท้องทุ่งหอมมะลิ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดวิกฤตอาหารทั่วโลก องค์การสหประชาชาติจึงริเริ่มโครงการปฏิวัติเขียว ซึ่งประเทศไทยถือเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำ คนไทยทำไร่นามาอย่างยาวนาน ปี 2493 รัฐบาลอเมริกาส่งผู้เชี่ยวชาญ 2 คนมายังประเทศไทย เพื่อช่วยปรับปรุงพันธุ์ข้าว มีการส่งพนักงานข้าว 30 คนที่เข้าอบรมแยกย้ายไปเก็บรวบรวมตัวอย่างข้าวพันธุ์ดีจากทั่วประเทศ ศึกษาทดลองและคัดเลือกพันธุ์ เมื่อการคัดพันธุ์และปลูกทดลองข้าวหอมมะลิเป็นผลสำเร็จ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์จึงประกาศให้ใช้พันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ที่ 105 ขยายพันธุ์ได้ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2502 ใช้ชื่อว่า “ขาวดอกมะลิ 4-2-105”  ซึ่ง 4 หมายถึงอำเภอที่ 4 คือ อำเภอบางคล้า 2 หมายถึงพันธุ์ข้าวที่ 2 และ 105 คือ รวงข้าวที่เลือกพันธุ์ออกมา แต่มักเรียกกันว่า ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ปี 2502 กรมการข้าวเริ่มโครงการทำนาสาธิตแปลงใหญ่นับร้อยไร่รอบๆ ทุ่งกุลา ซึ่งขณะนั้นเป็นทุ่งร้างกว้างใหญ่ ครอบคลุมเขตรอยต่อ 5 จังหวัด คือ สุรินทร์

Read More

ไร่ปิดทองหลังพระ ชวนหนีกรุงมาเป็นเกษตรกร

“ใช้ชีวิตในเมืองสิบกว่าปี ร่างกายเริ่มไม่ไหว ครั้งแรกเจอเนื้องอกในไตแบบไม่รู้สาเหตุ อาจเกิดจากการเป็นออฟฟิศซินโดรมและกินยาเยอะ ทำร้ายไต แต่เป็นเพียงก้อนเนื้อ พอช่วงโควิดเจออีกก้อนบริเวณปีกมดลูกข้างซ้าย ครั้งนี้เป็นมะเร็งระยะ 2 ต้องตัดมดลูกและรังไข่ รู้เลยว่าต้องกลับบ้าน กลับไปหาธรรมชาติ บำบัดทั้งร่างกายและจิตใจ...” นุชจรินทร์ เฉลิมบุญ เล่าถึงการตัดสินใจหนีกรุงมาเป็นเกษตรกรเมื่อปี 2559 เอ่ยปากขอที่นากว่าสิบไร่จากพ่อแม่สร้างศูนย์เรียนรู้วนเกษตร “ไร่ปิดทองหลังพระ ก้าวหน้ายั่งยืน (เฉลิมบุญ)” ในอำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตั้งเป้าหมายระยะยาวเปิดจุดแคมปิ้งธรรมชาติบำบัดให้คนเมืองได้สูดอากาศบริสุทธิ์ กินอาหารอินทรีย์ ปลูกผักสวนครัว ปั่นจักรยาน และทำกิจกรรมในบรรยากาศธรรมชาติสุดๆ เธอเล่าว่า พ่อแม่เป็นลูกชาวนาสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ มีที่ดินนับร้อยไร่เป็นโฉนดที่ดินที่ออกในสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 แต่ครอบครัวแบ่งขายไปเรื่อย เหลือที่นาส่วนหนึ่งของพ่อ ซึ่งเป็นกำนัน ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช และพี่น้องบางคน จริงๆ เธอไม่เคยคิดอยากเป็นเกษตรกร พ่อแม่รู้สึกเช่นกันไม่อยากให้ลูกๆ 3 คน เป็นชาวนา เพราะลำบาก ต้องปากกัดตีนถีบ รายได้ไม่พอ ปีหนึ่งทำนาได้ครั้งเดียว 3 เดือน เนื่องจากที่ไม่อุ้มน้ำ น้ำไม่ถึง ต้องรอเก็บเกี่ยวผลผลิตและปล่อยร้างอีก

Read More

ส่งออกข้าวพุ่งทะยาน สวนทางชีวิตชาวนาจนที่สุด

ขณะที่เถ้าแก่โรงสีและผู้ส่งออกกำลังตื่นเต้นกับราคาข้าวพุ่งทะยานต่อเนื่องรับตลาดส่งออกขยายตัว ผลพวงสถานการณ์ภัยแล้ง พิษปรากฏการณ์เอลนีโญและการประกาศมาตรการห้ามการส่งออกข้าวขาวของอินเดีย แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาชีวิตชาวนายังเรื้อรัง หนี้เพิ่ม และยากจนที่สุดเมื่อเปรียบเทียบประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งอินเดีย เวียดนาม และเมียนมา ทั้งนี้ ในช่วง 1-2 สัปดาห์ ราคารับซื้อข้าวในประเทศไทย ทั้งข้าวเปลือกและข้าวขาวปรับสูงขึ้นทุกชนิด โดยราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้า กข.89 และข้าวหอมปทุม ความชื้น 15% เดิมอยู่ที่ 8,000-8,500 บาทต่อตัน ปรับขึ้นเป็น 12,000 บาทต่อตัน ข้าวปทุมธานี 1 จากเดิม 6,000-6,500 บาท/ตัน ปรับขึ้นไปอยู่ที่ 9,800 บาทต่อตัน ด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 พบว่า การส่งออกข้าวไทยยังขยายตัวทั้งปริมาณและมูลค่า โดยส่งออกข้าวได้ทั้งสิ้น 4.04 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 75,526.2 ล้านบาท (2,223.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 14.9% และมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น

Read More

กาแฟพันธุ์ไทย หรอยแรง ชู Story เมนูภูมิปัญญาไทย

กาแฟพันธุ์ไทยยังเร่งเปิดเกมสร้างการรับรู้กับกลุ่มลูกค้า งัดเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบ “ภูมิปัญญาไทย” ตั้งแต่เมล็ดกาแฟอาราบิก้า 100% จากแหล่งเพาะปลูกในอำเภอดอยสะเก็ด เมืองเชียงใหม่ ไปจนถึงเครื่องดื่มร้อนๆ เย็นๆ ที่ใช้ผลผลิตเกษตรหากินยากในประเทศไทย ปีที่ผ่านมา พันธุ์ไทยออกเมนูตามยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง เช่น น้ำตาลโตนดจากสงขลา ครีเอตเป็นกาแฟโตนด ชาไทยโตนด และนมสดโตนด การนำส้มมะปี๊ด ผลไม้ประจำท้องถิ่นของจันทบุรี มาทำเมนู จี๊ดกาแฟ และ จี๊ดชาไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับจากลูกค้าอย่างดีและบรรจุเป็นเมนูถาวรของร้าน รวมถึงเมนูสีสัน “สตรอเบอร์เร่อ” ใช้ตรอเบอร์รี่พันธุ์ 80 ที่ปลููกในดอยสููง โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งอน จังหวัดเชียงใหม่ มาปีนี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่เดินหน้าทันที เซ็นเอ็มโอยูประกาศความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แบบระยะยาว ด้านหนึ่งดึงองค์ความรู้ต่อยอดเมนูใหม่ๆ ขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นการเน้นภาพลักษณ์การช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชน เปิดช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร ผ่านร้านค้าแบรนด์ต่างๆ ในเครือข่ายพีทีจี ทั้งสถานีบริการน้ำมันพีที ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นเป็นจุดขายหลักต่างจากคู่แข่ง ความร่วมมือสองฝ่ายนำร่องโครงการแรก จัดซีรีส์เมนู “โพดจุกใจ ไร่สุวรรณ” ใช้น้ำนมและเมล็ดข้าวโพดจากศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ

Read More

“แอน จักรพงษ์” Content is Queen!! ทรานส์ฟอร์มเวทีประกวด สู่ผลิตภัณฑ์และบริการ

“แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” แห่งอาณาจักร เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อครั้งประกาศเข้าซื้อธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาลเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมาว่า การทุ่มเม็ดเงินถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 800 ล้านบาท ไม่ใช่แค่การซื้อเวทีประกวดนางงาม แต่เป็นการซื้อแบรนด์ที่มีอายุถึง 71 ปี ที่อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่ทรงคุณค่าและมีมูลค่ามหาศาล ด้วยฐานผู้ชมในแต่ละปีมากกว่า 1,000 ล้านคนทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้เป็นมากกว่าเวทีประกวดนางงาม ด้วยการเปิดตัว MU Lifestyle หน่วยธุรกิจเฉพาะเพื่อการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ภายใต้องค์กรนางงามจักรวาล เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอด้านสินค้าไลฟ์สไตล์ของเจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป และต่อยอดแบรนด์ Miss Universe ไปพร้อมๆ กัน ด้วยระยะเวลาไม่ถึงปีนับจากการประกาศในครั้งนั้น ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แอน-จักรพงษ์ ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับแวดวงธุรกิจและนางงามอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว M*U Beverage กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Miss Universe ออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและน้ำแร่อัลคาไลน์ธรรมชาติระดับพรีเมียม จากแหล่งน้ำบริสุทธิ์ประเทศไอซ์แลนด์ โดยดำเนินงายภายใต้บริษัท JKN Drink ตามมาติดๆ ด้วยการเปิดตัวธุรกิจ Miss

Read More

“แจ็ค แอนด์ จิล” 30 ปีในไทย ระยะเวลาอาจไม่นาน แต่ถือว่ามาได้ไกล

“จากปี 2536 ถึงปัจจุบัน ต้องบอกว่าระยะเวลาอาจไม่นานมาก แต่ถือว่าเรามาได้ไกลพอสมควร เพราะวันนี้แจ็ค แอนด์ จิล คือ 1 ใน 10 ของตลาดขนมขบเคี้ยวในเมืองไทย จากยอดขายศูนย์บาท ตอนนี้ยอดขายของเราอยู่ที่ 6-7 พันล้านบาท” ฐานันท์ สุวรรณรักษ์ ผู้จัดการทั่วไป ประเทศไทย ลาว กัมพูชา และรองประธานบริษัท ยูอาร์ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของขนมขบเคี้ยวแบรนด์แจ็ค แอนด์ จิล ในประเทศไทย เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับขนมหลากประเภทภายใต้แบรนด์ “แจ็ค แอนด์ จิล” (Jack’n Jill) กันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ฟันโอ, ทิวลี่, โรลเลอร์ โคสเตอร์, โลซาน, ดิวเบอร์รี่ หรือลูกอมไดนาไมท์ ที่วันนี้กลายเป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค และยังติด Top 10 ของขนมขบเคี้ยวในไทย

Read More

ECOM ยกระดับผู้ประกอบการ E-commerce ไทย พร้อมสู้ศึกนักลงทุนจากจีน

นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดในประเทศไทยคลี่คลาย ภาพรวมของตลาดชอปปิ้งออนไลน์ที่เคยมีมูลค่าลดลงในช่วงวิกฤต กลับมีทิศทางที่สดใสมากยิ่งขึ้น ปัจจัยหลักมาจากการเปิดประเทศ การเดินทางระหว่างประเทศ ภาคการผลิต ที่กลับสู่ภาวะปกติส่งผลเป็นแรงบวกสำคัญต่อตลาดนี้ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยผลการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอีคอมเมิร์ซ ของไทยว่า ปัจจุบันคนไทยมากกว่าครึ่งมีการซื้อหรือเคยซื้อสินค้า/บริการผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซ โดยในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาจำนวนผู้ใช้งานสูงขึ้นจาก 30.7 ล้านคนในปี 2562 มาอยู่ที่ 41.5 ล้านคนในปี 2566 แรงผลักดันหลักมาจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจาก eCommerce-Thailand ชี้ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซยังคงได้รับความนิยมจากคนไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า/บริการผ่านตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่สูงขึ้นเกือบสามเท่าตัวจากปีละ 2,970 บาทต่อคนในปี 2562 ขึ้นมาอยู่ที่ 8,840 บาทต่อคนในปี 2566 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยในปี 2565 มีมูลค่ากว่า 6.2 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องปีละ 6% และอาจแตะที่ 6.34-6.94 แสนล้านบาท ในปี 2566-2567 อีกด้านของตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยที่น่าสนใจคือ สินค้านำเข้าจากจีนเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคไทย เนื่องจากมีราคาถูก สินค้ามีความหลากหลาย

Read More