Home > Cover Story (Page 51)

95 ปี Jubilee Diamond  แบรนด์เพชรเบอร์หนึ่งของไทยในมือ อัญรัตน์ พรประกฤต

แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยและโลกจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับยังคงเป็นธุรกิจที่มีอนาคต นั่นเพราะกลุ่มลูกค้าหลักมีศักยภาพในการจับจ่าย แม้จะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าที่ผู้คนชื่นชอบ และประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศชั้นแนวหน้าของโลก ได้รับการยอมรับในระดับสากลในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ ยังมีประเทศอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และเบลเยียม สำหรับแบรนด์เครื่องประดับเพชรที่เฉิดฉายและส่องประกายมาอย่างยาวนานกว่า 95 ปี อย่าง Jubilee Diamond ที่ปัจจุบันบริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 4 อัญรัตน์ พรประกฤต อาจกล่าวได้ว่า เธอคือนักปฏิวัติวงการเครื่องประดับเพชรอย่างที่หลายคนให้คำนิยาม นับตั้งแต่วันที่แบรนด์เครื่องประดับเพชรอย่าง Jubilee Diamond ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536 ด้วยการจัดตั้งบริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ด้วยเงินทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท แต่เส้นทางการเดินทางของยูบิลลี่นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ต้นตระกูลพรประกฤต ที่เริ่มธุรกิจโรงรับจำนำในย่านสะพานเหล็ก ก่อนจะผันตัวและขยับขยายสู่ร้านจำหน่ายเครื่องประดับและอัญมณีในรุ่นถัดมา ก่อนจะบริหารงานโดย วิโรจน์ พรประกฤต ผู้เป็นบิดา ความแตกต่างของแบรนด์ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ในเวลานั้น คือ

Read More

ซินไฉฮั้ว เล่งเน่ยยี่ ซักแห้งต้นตำรับเซี่ยงไฮ้

เพราะวันนั้น กิจจา กัญจนาภรณ์ เดินทางไปเยี่ยมญาติที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและมีโอกาสฝึกงานในร้านซักแห้ง “ไฉฮั้ว” ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เขามองเห็นโอกาสในเมืองไทย ตัดสินใจเปิดกิจการร้านซักแห้งในประเทศไทยเมื่อปี 2477 ใช้ชื่อ  “ซินไฉฮั้ว” ซึ่งในภาษาจีนแต้จิ๋ว  “ซิน” แปลว่า ใหม่  “ไฉ” แปลว่า สีสัน  “ฮั้ว” แปลว่า ความเจริญรุ่งเรือง หรือ “นิวไฉฮั้ว” ต้นตำรับเมืองจีน สาขาแรกใกล้วัดเล่งเน่ยยี่ ก่อนขยายร้านมาแถวสี่พระยา ในยุคแรกๆ ซินไฉฮั้วให้บริการซักผ้าลูกค้ารายย่อย เช่น ชุดราชปะแตนของข้าราชการ จนเข้าสู่ช่วงสงครามเวียดนาม มีทหารเกณฑ์จากอเมริกันเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย มีลูกค้าส่งซักชุดทหารจำนวนมาก จนมีเงินทุนขยายกิจการโรงงานเย็บเสื้อผ้าตามสั่งและโรงงานฟอกยีนส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ เวลานั้น ต่อมาเข้าสู่เจเนอเรชันที่ 2 นายพิพัฒน์ และทัศนา กัญจนากรณ์ ทั้งคู่ต่อยอดธุรกิจรับผลิตเสื้อผ้าส่งออกต่างประเทศ และเริ่มให้บริการซักผ้าแก่องค์กรต่างๆ แต่เกิดเหตุการณ์ย้ายฐานการผลิตตามค่าแรง โรงงานฟอกยีนส์และผลิตเสื้อผ้าทยอยลดขนาด พวกเขาจึงเปลี่ยนไปจับตลาดบริการในประเทศมากขึ้น นับระยะเวลากว่า 90 ปี จากเจน 2 สู่ทายาทรุ่นที่ 3

Read More

แอลจี โดดชน “อ๊อตเทริวอช” สมรภูมิร้านสะดวกซักหมื่นล้าน

แม้เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ลงทุนหลักล้าน แต่ร้านสะดวกซัก เครื่องหยอดเหรียญ ยังเป็นกิจการยอดนิยมและผุดเพิ่มขึ้นไม่หยุด มีหลายสิบแบรนด์ โดยเฉพาะช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากปี 2564 ตลาดรวมมีสาขามากกว่า 2,400 แห่ง ปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 3,400 กว่าแห่ง และปีที่ผ่านมาพุ่งพรวดอีกนับพันแห่ง เกือบ 5,000 สาขา เม็ดเงินทั้งตลาดทะลุหมื่นล้านบาท ที่สำคัญตลาดมีแนวโน้มเติบโตตามการรุกขยายเจาะพื้นที่ชุมชนในทุกจังหวัด มีแบรนด์ยักษ์ใหญ่กระโดดเข้ามาเล่นในสมรภูมิมากขึ้น ล่าสุด ค่ายแอลจี บิ๊กแบรนด์เกาหลี ประกาศแตกไลน์ธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ เปิดแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักเป็นครั้งแรกในประเทศไทยและครั้งแรกของแอลจีทั่วโลก ภายใต้ชื่อ “LG Laundry Crew” ปักหมุดแรก เจาะทำเลรามคำแหงซอย 8 ซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักในประเทศไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีโอกาสเติบโตอีกมาก แอลจีมองเห็นโอกาสตรงนี้และที่ผ่านมามีสัดส่วนตลาดเครื่องซักผ้าเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยมาตลอด 35 ปี จึงตัดสินใจเปิดตัว LG Laundry

Read More

แฟรนไชส์เลิกกิจการ ผลพวง วิกฤต-ไม่วิกฤต

แม้ด้านหนึ่งมีข้อมูลชี้ชัดภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ปี 2567 จะมีมูลค่าสูงถึง  300,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตไม่หยุด แต่อีกด้านหนึ่งจำนวนกิจการแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นเพียง 3% หรือมียอดรวม 619 กิจการ จากปีก่อนหน้า 606 กิจการ ยิ่งไปกว่านั้น มีกรณีเลิกขายแฟรนไชส์กว่า 60 แบรนด์ ศูนย์รวมแฟรนไชส์ ThaiFranchiseCenter.com ระบุว่า ศูนย์ได้ปรับปรุงแก้ไขข้อมูลการลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ประจำปี 2567 โดยขอความร่วมมือจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ อัปเดตข้อมูลการลงทุน ซึ่งจากการโทรสอบถามเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ มีแบรนด์ที่หยุดขายแฟรนไชส์แล้วราวๆ 60 แบรนด์ และติดต่อไม่ได้เกือบ 70แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแฟรนไชส์อาหาร ค้าปลีก สมุนไพร ความงาม ฟิตเนส สถาบันสอนภาษา การศึกษา ไอศกรีม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม ชา กาแฟ และอื่นๆ ซึ่งศูนย์ต้องลบข้อมูลออกจากระบบรวม 49 ราย ส่วนสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น การแข่งขันสูง

Read More

เจาะแฟรนไชส์ 3แสนล้าน เครื่องดื่ม-ไอศกรีม ยังฮอตฮิต

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุภาพรวมธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย ปี 2567 จะมีมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านบาท แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ย 18% และมีผู้สนใจลงทุนเพิ่มขึ้น 15% โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการหาอาชีพที่สองนอกเหนือจากงานประจำ หรืออยากเป็นนายตัวเองและอยากรวยเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน สถิติจำนวนแฟรนไชส์ในไทยยังขยายตัวเพิ่มขึ้น แม้อัตราเกิดใหม่อาจชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดย Thaifranchisecenter ศูนย์รวมธุรกิจแฟรนไชส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เก็บรวบรวมตัวเลขล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 619 กิจการ เพิ่มขึ้น 3% จากปี 2566 ที่มีจำนวน 606 กิจการ หากเจาะย้อนหลัง 5 ปีและช่วงเวลาเกิดสถานการณ์โควิดแพร่ระบาดอย่างหนักเมื่อปี 2563 พบว่า ปี 2566 มีกิจการ 606 กิจการ เพิ่มขึ้น 11% ปี 2565 มีจำนวน 548 กิจการ เพิ่มขึ้น 9% ปี 2564

Read More

“สัมมากร” จากที่ดินผืนแรก สู่ปีที่ 54 ในตลาดอสังหาฯ เมืองไทย

“สัมมากร” หรือ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดมานาน จากที่ดินผืนแรกจำนวน 200 ไร่ในละแวกสุขาภิบาล 3 สู่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่อยู่ในตลาดมานานถึง 54 ปี และส่งมอบบ้านให้ผู้อยู่อาศัยไปแล้วมากกว่า 6,000 หน่วย สัมมากรก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2513 โดยสำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ เพื่อประกอบกิจการจัดสรรที่ดิน พัฒนาที่ดินแบ่งเป็นแปลงย่อย พร้อมปลูกสร้างบ้านขายให้แก่ประชาชนที่มีรายได้ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป โดยเริ่มดำเนินโครงการแรกในปี 2516 กับโครงการ “สัมมากร บางกะปิ” ที่เริ่มต้นจากที่ดินจำนวน 200 ไร่ ในละแวกสุขาภิบาล 3 ก่อนที่จะขยายเป็น 1,200 ไร่ ในระยะต่อมา ซึ่งทำให้สัมมากรขึ้นแท่นผู้บุกเบิกอสังหาริมทรัพย์ในละแวกดังกล่าว 3 กุมภาพันธ์ 2537 บริษัทจดทะเบียนในนามสัมมากรเติบโตและแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด และเน้นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในลักษณะของหมู่บ้านจัดสรร พร้อมทั้งการให้บริการบำรุงรักษาโครงการภายหลังการขาย ภายใต้สัญลักษณ์ “บ้านสัมมากร” อีกทั้งยังขยายขอบเขตออกไปทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งมีนบุรี

Read More

“ณพน เจนธรรมนุกูล” เลือดใหม่สัมมากร สานต่อความเก๋า เติมความทันสมัย

“สัมมากร” ถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 54 ปีเต็ม และเติบโตแบบเงียบๆ มาโดยตลอด เพราะที่ผ่านมามักไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวออกมาให้เห็นมากนัก กระทั่งระยะหลังมานี้ชื่อของสัมมากรกลับมาปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้ง และที่สำคัญยังมาพร้อมกับชื่อของ “ณพน เจนธรรมนุกูล” ผู้บริหารเจนฯ ใหม่ ที่กำลังเข้ามาปรับภาพลักษณ์ของสัมมากรจากองค์กรที่อยู่นิ่งมานานสู่การเป็นองค์กรที่ทันสมัย และเพิ่มพอร์ตโฟลิโอด้วยการกระโดดเข้าสู่ตลาดบ้านระดับไฮเอนด์ เพื่อแข่งกับคู่แข่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด “ผู้จัดการ 360 องศา” มีโอกาสได้สนทนากับ “ณพน เจนธรรมนุกูล” ซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ณ “Park Heritage” โครงการบ้านเดี่ยวระดับอัลตราลักชัวรีใหม่ล่าสุด ที่นอกจากจะทำให้เราได้รู้จักบทบาทและตัวตนของณพนมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราเห็นภาพความเป็นสัมมากรที่เปลี่ยนไปได้ชัดเจนขึ้นด้วยเช่นกัน ณพน เจนธรรมนุกูล หรือ คุณปอย เป็นทายาทของ “สัจจา เจนธรรมนุกูล” ประธานกรรมการ บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ราวๆ 49%

Read More

การเติบโตของ 137 ดีกรี แบบออแกนิกสู่เบอร์หนึ่งนมทางเลือก

การบุกเบิก และเป็นของใหม่ในตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในตลาดนมพร้อมดื่มที่มีมูลค่าสูงหลายหมื่นล้านบาท และคู่แข่งมากหน้าหลายตาให้ฝ่าฟัน แต่ อริสา อร่ามวัฒนานนท์ กลับสร้างความแตกต่างและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดนม สร้างทางเลือกใหม่ด้วยการเสิร์ฟนมทางเลือกผลิตภัณฑ์จากอัลมอนด์ การแพ้นมวัวของอริสา เป็นที่มาของการเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 9 ปีก่อน นมอัลมอนด์จึงเป็นทางออกที่ดีของการเติมเต็มด้านสุขภาพ การเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศและเห็นผลิตภัณฑ์นมทางเลือกอย่างอัลมอนด์ ทว่ารสชาติยังไม่ถูกปากนัก อริสาจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจ แรกเริ่ม อริสาทดลองทำนมอัลมอนด์เพื่อดื่มเองภายในครอบครัว ก่อนจะเริ่มแจกจ่าย และตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายในท้องตลาด และนำมาสู่แบรนด์ 137 ดีกรี® ภายใต้บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด “137 มาจากเลขที่บ้านค่ะ เราอยากจะสื่อถึงจุดเริ่มต้นของเราว่าเป็นโฮมเมดมาก่อน จึงใช้บ้านเลขที่มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ส่วน ‘ดีกรี’ คือเพิ่มความเป็นยูนิค” อริสา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด อธิบายที่มา 137 ดีกรี® เป็นเจ้าแรกในตลาดนมทางเลือก และยืนระยะการเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดได้ตลอดระยะเวลาที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์มา 9 ปี ที่น่าสนใจ คือ การเติบโตแบบออแกนิก เน้นการสื่อสารแบบปากต่อปาก จนวันนี้ที่ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์

Read More

ทรุ้มพ์ฟ เดินหน้าสู่อนาคต ปักหมุดสร้างโชว์รูมในไทย

อุตสาหกรรมเหล็กในปีที่ผ่านมาการบริโภคเหล็กประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน ในปี 2567 มีการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเหล็กจะมีแนวโน้มเติบโต ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ วิจัยกรุงศรีประเมินว่าในช่วงปี 2567-2569 ภาครัฐมีแนวโน้มเร่งรัดการดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่องทั้งโครงการเดิมและโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาเครือข่ายการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยปี 2566-2570 ในส่วนของกระทรวงคมนาคมถูกกำหนดไว้ 112 โครงการวงเงินลงทุน 9.8 แสนล้านบาท นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจากค่ายรถยนต์ต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ทั้งหมดน่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมเหล็กในไทยขยายตัวขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์ หรือยอดการบริโภคเหล็กทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 17 ล้านตัน ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมเหล็กจำเป็นต้องผูกโยงอยู่กับอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นๆ ซึ่งหากจะมองว่าอุตสาหกรรมเหล็กแปรรูป คืออุตสาหกรรมปลายน้ำก็คงจะไม่ผิดนัก แม้การเติบโตของอุตสาหกรรมยังต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมอื่น ทว่า ทรุ้มพ์ฟ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการขึ้นรูป โลหะแผ่น ยังมุ่งมั่นที่จะขยายตัวกรุยทางเพื่อการเติบโตโดยเฉพาะในไทย ทรุ้มพ์ฟ ดำเนินธุรกิจมา 100 ปีในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องจักรเพื่อการแปรรูปโลหะแผ่น เทคโนโลยีเลเซอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าส่วนใหญ่ของทรุ้มพ์ฟมีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แต่การเติบโตที่ผ่านมาของทรุ้มพ์ฟดูจะไม่เพียงพอ การปักหมุดเลือกไทยเป็นโชว์รูมแห่งแรก

Read More

เส้นทาง ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จาก “บุญเติม” ก้าวกระโดดสู่ “เต่าบิน”

จุดเริ่มต้นความฮือฮาของ “ตู้เต่าบิน” อาจต้องย้อนไปพูดถึงพงษ์ชัย อมตานนท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท จีเนียส คอมมูนิเคชั่น ซีสเต็ม จำกัด เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน พงษ์ชัย อมตานนท์ เรียนด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาเริ่มเปิดกิจการบริการแปลซอฟต์แวร์และจำหน่ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กระทั่งปี 2532 ตัดสินใจเปิดบริษัท จีเนียส คอมมูนิเคชั่น ซีสเต็ม จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายตู้สาขาโทรศัพท์ (PABX) ภายใต้เครื่องหมายการค้า FORTH โดยแจ้งเกิดจากการพัฒนาระบบตอบรับอัตโนมัติที่เป็นเสียงพูดภาษาไทยและสามารถพิมพ์ใบเสร็จแจ้งการใช้งานโทรศัพท์ของผู้พักอาศัย เจาะตลาดกลุ่มอพาร์ตเมนต์จนวงการรู้จักแบรนด์ FORTH และจีเนียส คอมมูนิเคชั่น ซีสเต็ม ปี 2548 บริษัทแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในชื่อบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีพงษ์ชัยเป็นประธานกรรมการบริหาร ไม่กี่ปีถัดมา ในห้วงจังหวะการเติบโตของการใช้งานอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ พงษ์ชัยเริ่มคิดหาช่องทางการต่อยอดหารายได้จากอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ บวกกับพฤติกรรมของผู้คนที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการเติมเงินค่าใช้บริการต่าง ๆ เพราะเวลานั้นมือถือส่วนใหญ่ต่างใช้ระบบเติมเงินเป็นหลัก กลายเป็นที่มาของตู้บริการเติมเงินสารพัดนึก ปี 2551 บริษัท ฟอร์ท

Read More