Home > Cover Story (Page 141)

ดาวน์ทาวน์แวตรีฟันด์ ซีพีชนห้างยักษ์ ลุ้นผล 6 เดือน

แม้ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ของกลุ่มซีพี สามารถคว้าสิทธิ์โครงการ แวตรีฟันด์ ชนิดตัดหน้ากลุ่มห้างยักษ์ที่เตรียมการมานานนับปี และดูเหมือนว่าการยื่นเรื่องอุทธรณ์กรมสรรพากรยังมีแนวโน้มไร้ผลเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่การช่วงชิงยังไม่จบ โดยเฉพาะ 4 ยักษ์ค้าปลีกเตรียมเปิดศึกอีกรอบทันทีที่โครงการระยะทดลองนำร่อง  6 เดือนสิ้นสุดลง สำหรับโครงการ Vat Refund For Tourist ซึ่งกรมสรรพากรวางแผนทดลองนำร่องตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2561-31 มีนาคม 2562 ตั้งเป้าเปิดจุดคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวต่างชาติภายในเมืองเหมือนประเทศญี่ปุ่น หรือ “ดาวน์ทาวน์แวตรีฟันด์” จากปกตินักท่องเที่ยวสามารถขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 3 ช่องทางหลัก ช่องทางแรก ขอรับคืนที่สนามบินนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 10 แห่ง ประกอบด้วยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ อู่ตะเภา กระบี่ สมุย สุราษฎร์ธานี และแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ช่องทางที่ 2 ใส่ในตู้รับคำร้อง ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานนานาชาติทุกแห่ง และช่องทางที่ 3 ส่งกรมสรรพากรทางไปรษณีย์

Read More

เกมขายหุ้น “เงินติดล้อ” ลุ้นแผนรุกร้านสะดวกซื้อ

การประกาศขายหุ้นบริษัท เงินติดล้อ จำกัด 50% ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยหรือ “ไมโครไฟแนนซ์” ที่มีเม็ดเงินหลักแสนล้านบาท เมื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่เป็นกลุ่มนักลงทุนนำโดยกองทุน CVC Capital Partners Asia Fund IV (CVC) และบริษัท Equity Partners Limited (EPL) ที่มีคนตระกูล “เจียรวนนท์” เป็นพาร์ตเนอร์รายใหญ่ ท่ามกลางสงครามการแข่งขันธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่เร่งขยายแนวรบ “แบงกิ้งเอเย่นต์”อย่างเต็มรูปแบบ ไอเดีย “ร้านสะดวกซื้อทางการเงิน” ที่ ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและอดีตนายแบงก์ เคยจุดประกายเมื่อ 4 ปีก่อน ผุดขึ้นทันควัน วันนั้น 20 กุมภาพันธ์ 2557 ทนงเปิดตัวในฐานะผู้ร่วมถือหุ้นและประธานกรรมการบริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) ในงานแถลงข่าวการเสนอขายหุ้น IPO และเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยย้ำกลยุทธ์การสร้างเครือข่าย “ร้านสะดวกซื้อทางการเงิน” เปิดช่องทางให้ลูกค้าระดับชาวบ้านทั่วไปเข้าถึงแหล่งเงินทุนง่ายขึ้น แน่นอนว่า

Read More

ศึกดิวตี้ฟรี ภารกิจสุดหินของ “คิงเพาเวอร์”

“คิงเพาเวอร์” เพิ่งจัดงานเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 29 ปี พร้อมเปิดแคมเปญพิเศษให้ลูกค้านักช้อปตลอดเดือนตุลาคม แต่ทุกอย่างเหมือนดับวูบทันทีหลังเกิดเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของอาณาจักรธุรกิจแสนล้านตกหน้าสนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันเสาร์ที่ 27 ต.ค.61 ตามเวลาท้องถิ่น หลังจบเกมที่เลสเตอร์ ซิตี้ เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 แน่นอนว่า การสานต่อภารกิจของ “พ่อ” คือสิ่งที่ต้องดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการเดินหน้าประมูลสัญญาสัมปทานพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาคอีก 3 แห่ง คือ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในเดือนกันยายน 2563 ท่ามกลาง “จุดเปลี่ยน” ของสัญญาที่มีการเรียกร้องจากฝ่ายต่างๆ ให้ยกเลิกการทำสัญญาใหญ่รายเดียว (Mater Concession) แม้กลุ่มคิงเพาเวอร์พยายามปรับตัวรองรับการเปิดเสรีดิวตี้ฟรีมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งรุกขยายธุรกิจค้าปลีกย่านใจกลางเมือง หรือ “ดาวน์ทาวน์คอมเพล็กซ์” เพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง ขยายฐานลูกค้ากลุ่มนักช้อปทั่วไป รุกธุรกิจดิวตี้ฟรีในต่างประเทศ

Read More

ปัจจัยทัวร์จีน ดัชนีชี้วัด GDP ไทย

ภาพนักท่องเที่ยวจีนที่เดินกันขวักไขว่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย เช่น พระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ อย่างเชียงใหม่ และภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกเป็นจุดหมายปลายทาง กลายเป็นภาพจำไปแล้วสำหรับคนไทย เมื่อช่วงเวลาหนึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว เมืองไทยได้รับความสนใจและกลายเป็น destination ของนักท่องเที่ยวจีน อาจจะมาจากภาพยนตร์เรื่อง Lost in Thailand ที่ฉายในไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2556 นับเป็นการจุดพลุการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอื่นๆ ประกอบ ทั้งค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไทยที่ราคาไม่แพง ภาคการบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล หรือที่นักท่องเที่ยวจีนเคยให้เหตุผลน่าฟังว่า “คนไทยใจดี” ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่นักท่องเที่ยวจีนค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้นนั้น ด้านหนึ่งต้องยอมรับว่านอกจากจะเป็นการกระพือชื่อเสียงการเป็นเมืองท่องเที่ยวและสร้างความนิยมให้กับเมืองไทยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่ของผู้ประกอบการท่องเที่ยว และแน่นอนว่านั่นคือรายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน หากดูจากสถิติเมื่อปี 2560 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยมีจำนวน 9,805,753 คน และสร้างรายได้มากถึง 524,451.03 ล้านบาท นับว่าทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนถือเป็นอันดับหนึ่งของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยมากที่สุด และนั่นทำให้ในปี 2561 ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยสูงถึง 10.5 ล้านคน กระทั่งโศกนาฏกรรมเรือฟินิกซ์ล่มที่จังหวัดภูเก็ต กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นในสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวที่มีต่อเมืองไทยลง จำนวนนักท่องเที่ยวจีนจึงค่อยๆ ลดจำนวนลง นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเปลี่ยนเส้นทางไปยังประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เรื่องโรคไข้เลือดออกระบาด พฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสนามบิน

Read More

สัญญาณส่งออกหดตัว ระเบิดเวลาเศรษฐกิจไทย

ท่ามกลางความอึมครึมของสงครามการค้าระหว่าง 2 มหาอำนาจระดับนำทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ที่กำลังส่งผ่านคลื่นแห่งความกังวลใจและพร้อมจะฉุดรั้งให้เศรษฐกิจของโลกเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ดูเหมือนว่าดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจไทยในช่วงตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีได้แสดงอาการอ่อนไหวและตอบรับ “ภาวะซึมไข้” แล้วอย่างช้าๆ แนวโน้มแห่งอาการซึมไข้ทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้ปรากฏให้เห็นเฉพาะจากตัวเลขในไตรมาสที่ 3 เท่านั้นหากนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยต่างระบุว่าห้วงเวลานับจากนี้ เศรษฐกิจของไทยกำลังดำเนินไปในทิศทางชะลอตัวต่อเนื่องทั้งในช่วงไตรมาสที่ 4 ส่งท้ายปี และส่งผลซบเซาเลยไปสู่ภาวะเศรษฐกิจในช่วงปี 2562 อีกด้วย ข้อมูลที่นำไปสู่การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในเชิงลบส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนกันยายนที่ผ่านมาปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 5.2 ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 19 เดือน โดยมีประเด็นว่าด้วยข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยหลักในการกดทับภาวการณ์เช่นนี้ นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยประเมินว่าข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของจีน ขณะเดียวกันก็อาจได้รับผลจากทิศทางการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนอีกด้วย ความเป็นไปในอีกด้านหนึ่งอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 ขยายตัวในทิศทางที่ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 6.5 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 แม้ว่าผลของการเร่งการผลิตของภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2561 มาช่วยประคองภาพรวมของการส่งออกในไตรมาสที่ 3/2561 ให้ยังคงขยายตัวร้อยละ 11.2 โดยเฉพาะการเร่งส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ซึ่งช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 3/2561 ให้ยังเติบโตได้ร้อยละ 6.5 หากแต่ท่ามกลางประเด็นข้อพิพาททางการค้าที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ประกอบกับการบริโภคภาคครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2/2561 ส่งผลให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรม (Industrial production) ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องและทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาส

Read More

การท่องเที่ยวทรุด ฉุดเศรษฐกิจไทยร่วง?

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าฟันเฟืองที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้นั้นมีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง เช่น การส่งออก และการท่องเที่ยว และหลายครั้งที่สถานการณ์ทำให้เราประจักษ์ชัดว่าการท่องเที่ยวของไทยมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อรากฐานทางเศรษฐกิจในทุกระดับ ทุกๆ ภาครัฐและเอกชนของไทยจะตั้งเป้าหมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวว่าในแต่ละปีจะต้องมีรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวเท่าไหร่ รวมไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยและบทสรุปทั้งเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ในแต่ละปีที่ออกมามักสูงกว่าเป้าหมายที่ได้คาดการณ์เอาไว้ ทว่า ในปีนี้โดยเฉพาะห้วงเวลานี้กลับแตกต่างออกไปทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มปรับตัวลดจำนวนลงแม้จะยังไม่ใช่จำนวนที่มากมายนัก แต่กลับสร้างความตระหนกให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริษัททัวร์ ธุรกิจรถทัวร์ เรือนำเที่ยว หรือธุรกิจอื่นที่ล้วนแต่อยู่ในห่วงโซ่ย่อมได้รับผลกระทบแห่งระลอกคลื่นนี้เช่นกัน เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าว รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนกันยายน 2561 ว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 2,655,562 คน โดยจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกมากที่สุด 1,948,414 คน รองลงมา ได้แก่ นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป เอเชียใต้ อเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และแอฟริกา ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัว 2.13 เปอร์เซ็นต์ กระนั้นอัตราการขยายตัวดังกล่าว เป็นการขยายตัวในทิศทางที่ลดลง 0.3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมีทั้งเรื่องของฤดูกาล ที่เป็นช่วงฤดูฝน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่หลายคนกำลังจับตาและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือ ความปลอดภัยต่อสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โศกนาฏกรรมเรือฟินิกซ์ล่มที่จังหวัดภูเก็ต ดูจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเหตุการณ์ครั้งนั้นมีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตมากถึง 47 ราย

Read More

เมเจอร์ฯ พลิกเกมใหม่ เจาะอีสปอร์ตชิงหมื่นล้าน

ข้อมูลจากอินเทลคอร์ปอเรชั่นระบุว่า ประชากรทั่วโลก 7,700 ล้านคน มีคนเล่นเกมถึง 2,000 ล้านคน ซึ่ง 1 ใน 3 จะเล่นเกมผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านคอนโซลแพลตฟอร์ม ขณะที่ประเทศไทยมีประชากร 68 ล้านคน อย่างน้อย 1 ใน 3 ของประชากร หรือเกือบ 40% นิยมเล่นเกมผ่านคอมพิวเตอร์พีซี และอัตราการเข้าชมอีสปอร์ตในไทยจากปี 2560-2564 แนวโน้มเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% จากปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมในไทยติด 1 ใน 20 ประเทศที่มีรายได้จากเกมมากที่สุดในโลก ขณะที่บริษัท ทรู แอกซิออน อินเตอร์แอคทีฟ ระบุว่า ปี 2560 ตลาดเกมทั่วโลก มีรายได้ 121,700 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท ทิ้งห่างรายได้ของอุตสาหกรรมเพลงและภาพยนตร์รวมกัน และปี 2561 คาดว่าตลาดเกมจะสร้างรายได้สูงถึง

Read More

“วิชา” ซุ่มเจน 2 ลุยสมรภูมิปีหน้า

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา วิชา พูลวรลักษณ์ เจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” กำลังซุ่มถ่ายทอดวิทยายุทธ์ต่างๆ ให้ 2 หนุ่ม ทายาทรุ่นที่ 2 “วิศรุต-วิชญะ” โดยเฉพาะวิศรุตเริ่มเข้ามาเรียนรู้งานบริหาร ทั้งธุรกิจหลัก “โรงภาพยนตร์” และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกลุ่ม Non-Movie ซึ่งเป็นส่วนที่หมายมั่นเร่งขยายอย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมจุดขายและจุดแข็งในฐานะผู้นำตลาด ยึดครองส่วนแบ่งมากกว่า 70% ล่าสุด ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนทั้งหมด วิชาวางกำหนดเวลาเปิดตัว “วิศรุต” ผู้บริหารหนุ่ม ดีกรีปริญญาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้ ก่อนลุยสมรภูมิการแข่งขันเต็มรูปแบบในปี 2562 “คุณวิศรุตยังไม่อยากเปิดตัวในฐานะผู้บริหารเมเจอร์ฯ กับสื่อ เพราะยังเป็นช่วงเรียนรู้งานต่างๆ และออกงานอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งเท่าที่พูดคุยกัน คุณวิศรุตจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการประมาณสิ้นปีนี้” แหล่งข่าวใกล้ชิดวิชากล่าว ขณะเดียวกัน แผนการเปิดตัวทายาทรุ่นที่ 2 ยังต้องเตรียมการด้านการจัดสรรหุ้นต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจการบริหารอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป

Read More

เร่งเครื่อง MAJOR 5.0 จัดเต็มไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์

หลังเปิดตัวโรงภาพยนตร์เด็กแห่งแรกในเมืองไทยได้ไม่กี่เดือน ล่าสุด เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เดินหน้ากลยุทธ์เติมเต็มความเป็นไลฟ์สไตล์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร เพื่อสร้างโรงหนังที่เป็นมากกว่าโรงหนัง เผยโฉมโรงภาพยนตร์อีสปอร์ตแห่งแรกภายใต้ชื่อ Dell Gaming Esports Cinema และที่สำคัญยังซุ่มเตรียมแผนผุดโปรเจกต์ใหม่อย่างน้อยอีก 1 โครงการภายในสิ้นปีนี้ด้วย แน่นอนว่า ในช่วง 2 ทศวรรษแรก วิชา พูลวรลักษณ์ ฟันฝ่าต่อจิ๊กซอว์สร้างอาณาจักรธุรกิจเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ประกอบด้วยธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และลานสเกตน้ำแข็ง สื่อโฆษณา มีพื้นที่ให้เช่าและบริการรวมถึงสื่อภาพยนตร์ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนต์ครบวงจรในประเทศไทย และเวลานี้กำลังลุยสมรภูมิธุรกิจทศวรรษที่ 3 ประกาศวิสัยทัศน์ “MAJOR 5.0” แข่งขันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะวิดีโอสตรีมมิ่ง (Video Streaming) ที่กำลังมาแรงจนหลายฝ่ายเริ่มหวั่นวิตกว่าจะทำให้ธุรกิจโรงหนังเจอวิกฤตใหญ่อีกครั้ง เพราะวิดีโอสตรีมมิ่งเป็นระบบการนำข้อมูลในรูปแบบภาพและเสียงส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันเกิดธุรกิจผู้ให้บริการ Video Streaming หลายค่ายใหญ่ เช่น Netflix, iflix, Amazon Prime ทั้งแบบฟรีและคิดค่าบริการแบบรายเดือน โดยผู้ชมสามารถรับชมวิดีโอหรือเพลงบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือได้ทุกที่ทุกเวลา อย่าง

Read More

มาตรการใหม่แบงก์ชาติ สัญญาณเตือน “ฟองสบู่อสังหาฯ”

สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังมีประเด็นที่น่าสนใจ และน่าจับตามองไม่น้อย ทั้งจากฝั่งของผู้ซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย นักเก็งกำไร และผู้ประกอบการอสังหาฯ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมประกาศใช้มาตรการ Loan to Value (LTV) คือการลดวงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าที่อยู่อาศัยลง เพื่อหวังจะคัดกรองคุณภาพของลูกหนี้ และป้องกันการเกิดปัญหาหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น เหตุผลของการพิจารณาประกาศใช้มาตรการ LTV ของ ธปท. น่าจะมาจากอัตราการเติบโตของจำนวนที่อยู่อาศัยทั้งแนวตั้งและแนวราบที่มีผู้ประกอบการหน้าเก่าและหน้าใหม่ประกาศเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรก ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องที่ชวนให้แปลกใจแต่อย่างใด ที่จะมีจำนวนโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มจำนวนมากขึ้น เมื่อนักลงทุนกระโจนเข้ามาเล่นในตลาดนี้ เพื่อหวังจะแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด เมื่อมูลค่าการซื้อขายอสังหาฯ ในไทยปี 2560 มีมูลค่าสูงถึง 576,396 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นผู้ซื้อชาวไทย 80 เปอร์เซ็นต์ และผู้ซื้อชาวต่างชาติ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่มีส่วนให้การเติบโตของโครงการที่อยู่อาศัยมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม นั่นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจากในเมืองหลวงสู่รอบนอก ทำให้บรรดาผู้ประกอบการต่างกว้านซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยแนวตั้ง ด้วยระยะเวลาการก่อสร้างเพียงไม่นาน ที่อยู่อาศัยอย่างคอนโดมิเนียมผุดขึ้นราวดอกเห็ดหน้าฝน ทั้งนี้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่แบงก์ชาติเตรียมจะประกาศใช้ใหม่ ในกรณีการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ขึ้นไป ต้องวางเงินดาวน์อย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าหลักประกัน โดยเงื่อนไขเดิมสำหรับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่

Read More