Home > Cover Story (Page 102)

คิกออฟวัคซีนทั่วประเทศ ค้าปลีกลุ้นกระแสปลุกจับจ่าย

7 มิถุนายน 2564 เริ่มต้นคิกออฟฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขประกาศจะเร่งจัดหาและกระจายวัคซีนตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 ภายในปี 2564 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ พลิกฟื้นสถานการณ์ประเทศไทย หยุดการติดเชื้อ และปลุกเศรษฐกิจกลับมาเติบโต โดยเฉพาะการอัดฉีดกำลังซื้อพร้อมๆ กับมาตรการกระตุ้นยอดจับจ่ายชุดล่าสุด ทั้งนี้ กระทรวงการคลังระบุว่า มาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิดทั้ง 4 โครงการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา จะครอบคลุมประชาชน ประมาณ 51 ล้านคน ซึ่งแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการ และคาดว่าจะช่วยรักษากำลังซื้อและเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสูงถึง 473,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะ 3 ประมาณ 13.65 ล้านคน จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน นาน 6 เดือน วงเงินรวม

Read More

ทุเรียนพุ่งแรง ปัง ปัง ไลฟ์สด 6 ชั่วโมง โกย 16,000 กิโล

ธุรกิจหลายรายต้องปิดกิจการเซ่นพิษโควิดระลอก 3 แต่ราชาผลไม้ไทย “ทุเรียน” กลับสร้างยอดขายถล่มทลาย ทำราคาพุ่งพรวด และพลิกวิกฤตเป็นโอกาสให้ผู้คนทำมาหากินฝ่ามรสุมเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทั้งเปิดแผงหน้าร้าน แผงท้ายกระบะ และขายผ่านช่องทางออนไลน์ “ไลฟ์สด” ชนิดที่แม่ค้าบางคนสามารถทำสถิติขาย 6 ชั่วโมงโกยยอดจองซื้อสูงถึง 16 ตัน หรือ 16,000 กิโลกรัม ยังไม่นับรวมการขายผ่านกลุ่มโมเดิร์นเทรด เช่น เทสโก้ โลตัส ซึ่งใช้วิธีทำข้อตกลงกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกรายใหญ่ในภาคตะวันออก เพื่อนำไปจำหน่ายในสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการส่งขายบริษัทผู้ส่งออก ซึ่งหันมาใช้วิธี Pre-order ทั้งในตลาดจีน ยุโรป และญี่ปุ่น โดยเฉพาะตลาดจีนสั่งออร์เดอร์สูงมาก จนเป็นหนึ่งในผลไทยหลักที่ปลุกยอดส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ราคาทุเรียนในปีนี้ปรับสูงขึ้นกว่าปีก่อน เฉลี่ย กก. ละ 130-140 บาท เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากจีนเพิ่มสูงมาก หลังเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัวจากโควิด บวกกับความต้องการในประเทศยังมีต่อเนื่อง เห็นได้จากล้งที่รับซื้อทุเรียนมีจำนวนเปิดใหม่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ที่สำคัญ สวนทุเรียนทุกแห่งกลายเป็นจุดเช็กอินของกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไปจองตัดสดจากสวน เพื่อนำมาจำหน่ายให้ลูกค้า ออร์เดอร์ล้นทะลัก

Read More

ค่า GP ของ Food Delivery ทางรอด ความหวัง หรือการซ้ำเติม

จากมาตรการของภาครัฐที่มีเป้าประสงค์ที่จะสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เป็นผลให้ร้านค้า ร้านอาหาร ไม่สามารถเปิดให้ผู้บริโภคเข้ามานั่งรับประทานอาหารภายในร้านได้ ทำได้เพียงการบริการซื้อกลับบ้าน เหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องมองหาช่องทางอื่นในการจำหน่ายอาหาร เพียงหวังให้มีรายได้เพิ่มขึ้น แม้เม็ดเงินที่จะเข้ามาอาจไม่เท่ากับช่วงเวลาในสถานการณ์ปกติ Food Delivery จึงเป็นทางออกที่ดูจะเหมาะเจาะกับสถานการณ์อันยากลำบากนี้ บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย โดยมุ่งหวังจะเข้ามาเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้บริโภค แม้เข้ามาดำเนินธุรกิจอยู่ในไทยได้ระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ทว่า ยังไม่สามารถสร้างความนิยมได้มากนักในช่วงแรก ทั้งจากการที่ยังมีร้านค้าเข้าร่วมใช้บริการไม่มากนัก รวมไปถึงข้อจำกัดของเส้นทางการขนส่ง และพนักงานขับรถส่งอาหารยังมีไม่มากพอ ปัจจุบัน Food Delivery แอปพลิเคชันแทบจะกลายเป็นแอปพลิเคชันพื้นฐานที่ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์สื่อสารของคนไทย และช่วงเวลาที่สถานการณ์อันเลวร้ายที่สร้างข้อจำกัดการเข้าถึงร้านอาหารของผู้บริโภคในการนั่งรับประทานอาหารภายในร้าน นับตั้งแต่ที่โคโรนาไวรัสระบาดในไทยตั้งแต่ต้นปี 2563 หากพูดถึงในแง่มุมของผลประโยชน์ที่ร้านอาหารจะได้จากการเข้าร่วมแอป นั่นคือ Food Delivery แอปพลิเคชัน เป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ร้านอาหาร ร้านค้า มีโอกาสสร้างรายได้ในช่วงเวลาวิกฤตเพิ่มขึ้น เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ใช้บริการแอปพลิเคชันส่งอาหารถึงสองค่ายบอกกับ “ผู้จัดการ 360 องศา” ว่า “ถึงจะโดนหักค่าคอมมิชชั่นที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ต้องยอม อย่างน้อยก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ในเมื่อเราเห็นว่าช่องทางนี้สร้างรายได้แน่ๆ ทำไมจะไม่ทำล่ะ ถึงเวลาที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง” ขณะที่ร้านอาหารขนาดเล็กหรือร้าน Street food หลายร้านคล้ายกับถูกกระแสความนิยมของแอปพลิเคชัน Food Delivery เข้ามาแผ่อิทธิพล ซึ่งมีตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นแรงจูงใจ กระทั่งตัดสินใจเข้าร่วมเป็นผู้ใช้บริการในระยะแรก ทว่า

Read More

COVID ระบาดในเรือนจำ ความล้มเหลวการควบคุมโรคของรัฐ

ขณะที่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่ดำเนินมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา และติดตามมาด้วยการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างจากการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนหรือ cluster ที่กระจายตัวอยู่ในแหล่งชุมชนจำนวนมาก กำลังสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนคนไทยอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักยภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคของกลไกภาครัฐ กรณีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องไปถึงการบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของวัคซีนที่เคยได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยับยั้งการแพร่ระบาดและทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสังคมไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง ว่าแท้จริงแล้วสังคมไทยยังจะสามารถให้ความมั่นใจและหวังพึ่งพาวัคซีนที่มีอยู่ได้มากน้อยเพียงใด หากแต่ประเด็นที่ทำให้การแพร่ระบาดระลอกใหม่สั่นสะเทือนความมั่นใจและความรู้สึกของผู้คนทั่วไปในสังคมไทยมากอีกประการหนึ่งอยู่ที่การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่เรือนจำในความรับผิดชอบของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งพบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละวันด้วยอัตราเร่ง และกลายเป็นกลุ่มก้อนที่มีความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ชะตากรรมที่ผู้ต้องขังต้องเผชิญอยู่ในเรือนจำของไทยเช่นนี้ ในด้านหนึ่งอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ระบบงานด้านสาธารณสุขในเรือนจำก็เป็นประหนึ่งแหล่งเพาะพันธุ์โรคที่มีความเปราะบางอยู่เสมอแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ หวัด หรือแม้กระทั่งโรคตาแดง ซึ่งพบว่าอัตราคนที่มีปัญหาสุขภาพในเรือนจำมักอยู่ในเกณฑ์ที่สูงว่ากลุ่มประชากรทั่วไปในพื้นที่เดียวกันเสมอ ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ทำให้เรือนจำเป็นประหนึ่งแหล่งเพาะและกระจายเชื้อโรค เพราะคนจากชุมชนยากจน ซึ่งมีมาตรฐานระบบสาธารณสุขต่ำ มีแนวโน้มจะต้องเข้าสู่กระบวนการรับโทษในเรือนจำมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นมาก และเมื่อเข้าไปในเรือนจำก็ไม่ได้รับการรักษาที่ได้มาตรฐาน และอาจนำโรคติดตัวนั้นไปแพร่ระบาดขณะถูกคุมขัง ก่อนจะนำเชื้อต่าง ๆ วนกลับออกมาแพร่ในชุมชนยากจนอีกรอบเมื่อได้รับการปล่อยตัว ทัศนะที่ผู้คนส่วนใหญ่ประเมินและมองเรือนจำในฐานะที่เป็นสิ่งที่แยกออกจากชุมชนของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่ได้คำนึงถึงความเป็นไปที่เกิดหรือกำลังเกิดขึ้นหลังผนังและซี่กรงที่คุมขังผู้ต้องราชทัณฑ์ กลายเป็นมายาภาพที่ทำให้ความเป็นไปในเรือนจำถูกละเลยและไม่ได้นึกกังวลถึง ซึ่งนั่นย่อมไม่ใช่เรื่องที่พึงประสงค์เลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนจำไม่ได้จำกัดผลอยู่เพียงในขอบเขตของกำแพงเรือนจำเท่านั้น หากมีผลเกี่ยวเนื่องสู่สังคมภายนอกอย่างแยกไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดกรณีของการแพร่ระบาด COVID-19 ในปัจจุบัน จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำที่ติดเชื้อรายใหม่ ตามรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ของกรมราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียวรวม 1,243 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังที่ติดเชื้อสะสมรวม 19,753 คนจากจำนวนผู้ต้องราชทัณฑ์รวม 311,644

Read More

คลัสเตอร์โควิดในกลุ่มแรงงาน ส่งผลร้ายต่อธุรกิจ เศรษฐกิจไทย

การติดเชื้อไวรัสโคโรนาระลอกสาม ดูเหมือนจะขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทั้งแรงงานชาวไทย และแรงงานข้ามชาติ มีความเป็นไปได้ว่าสาเหตุที่ส่งผลให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในกลุ่มแรงงานเกิดได้ง่ายขึ้น อาจมาจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด สถานที่ทำงานหรือที่พักที่ยังขาดมาตรฐานการเฝ้าระวังทางสาธารณสุข ปัจจุบันเกิดคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยจำนวนผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ทั้งหมดในระลอกนี้หลายพันคน ซึ่งเกิดขึ้นในคลัสเตอร์คนงานก่อสร้างรัฐสภา คลัสเตอร์คนงานก่อสร้าง บ. แสงฟ้า เขตบางพลัด คลัสเตอร์โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทุ่งครุ คลัสเตอร์แคมป์คนงานก่อสร้าง จ.นนบุรี คลัสเตอร์โรงงานอาหารทะเลกระป๋อง จ.สมุทรปราการ คลัสเตอร์คนงานบริษัทแคลคอมพ์ จ.เพชรบุรี และคลัสเตอร์โรงงานปลากระป๋อง จ.สงขลา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาคการผลิต ธุรกิจและเศรษฐกิจไทยไม่น้อย เมื่อไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาแรงงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติที่เป็นฐานรากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย จำนวนผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นในกลุ่มก้อนแรงงานต่างๆ ส่งผลให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงักเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในพื้นที่ หรือในโรงงานนั้นๆ ลดลงจนถึงจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี 2563 ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีแรงงานที่อยู่ในระบบประมาณ 37 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 5.3 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยจากสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน รายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อตุลาคม 2563 พบว่า มีแรงงานต่างด้าวอนุญาตให้ทำงานทั่วราชอาณาจักร 2,482,256 คน โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

Read More

Pet Shop โตหมื่นล้าน เติมเต็ม “มนุด” ยุคโควิด

Pet Shop หนึ่งในธุรกิจที่เติบโตฝ่ามรสุมโควิด สามารถสร้างเม็ดเงินในตลาดมากกว่าหมื่นล้านบาท ล่าสุดกำลังเปิดสงครามแข่งขันแย่งชิงกลุ่มลูกค้า เหล่า “มนุดทาส” ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในยุค New Normal ที่ผู้คนต้องหยุดกิจกรรมบันเทิง หยุดเชื้ออยู่บ้าน หยุดการเดินทาง และ Work from Home ทำให้เจ้าสัตว์เลี้ยงกลายเป็นสิ่งเติมเต็มความสุขที่ขาดหายไป ขณะเดียวกัน เทรนด์การเลี้ยงสัตว์ของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนจากพฤติกรรมแบบ Pet Lover รักสัตว์แบบเดิมๆ เป็น Pet Parent รักและผูกพันเหมือนสมาชิกในครอบครัว เหมือนลูกหลาน ต้องการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ บริการอาบน้ำ ที่พักโรงแรม คลินิกสัตวแพทย์ ยิ่งต่อยอดให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง กระแสความสำคัญของสัตว์เลี้ยงทำให้นึกถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 2 (ปปส. ภาค 2) ตัดสินใจเปิดประมูลแมวของกลางเครือข่าย “กุ๊ก ระยอง” ณ ศาลาประชาคมอำเภอแกลง จ.ระยอง ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังกลุ่มคนรักแมวต่างเรียกร้องขอรับเลี้ยงของกลางทั้ง 6 ตัว การประมูลครั้งนั้นประกอบด้วย

Read More

ห้างยักษ์ลุยศึกดีลิเวอรี่ แข่งเดือดส่งฟรี แจกหม้อ

โควิดระลอก 3 ส่งผลกระทบรุนแรงชนิดที่ยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย “โลตัส-บิ๊กซี” ต่างเปิดสงครามดีลิเวอรี่แย่งชิงกลุ่มลูกค้าอย่างดุเดือด หลังจากรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ทั้งยอดผู้ติดเชื้อที่สูงกว่า 2,000 รายต่อวัน มียอดผู้เสียชีวิตทุกวันและเกิดคลัสเตอร์แพร่ระบาดต่อเนื่อง รวมถึงตลาดสดขนาดใหญ่เริ่มปรากฏจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วย แน่นอนว่า จำนวนลูกค้าทรุดฮวบชัดเจน เพราะผู้คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องหยุดกิจกรรมนอกบ้านและหยุดเดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้า รวมถึงภาครัฐออกมาตรการควบคุมเวลาเปิด-ปิดให้บริการ โดยศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศเปิดเวลาปกติ 11.00 น. แต่ปรับเวลาปิดเป็น 21.00 น. ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ท ให้บริการถึง 21.00 น. และร้านค้าสะดวกซื้อให้บริการเวลา 04.00 – 23.00 น. ขณะที่ร้านอาหารในศูนย์การค้าสามารถนั่งรับประทานอาหารในร้านได้ 25% ของที่นั่ง โดย 1 โต๊ะ นั่งได้แค่ 1 คน และนั่งได้ถึง 21.00 น. งดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมากและให้พนักงาน Work From Home เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ นั่นส่งผลให้ช่องทางออนไลน์และบริการดีลิเวอรี่กลายเป็นกลยุทธ์เดียวที่จะกระตุ้นการจับจ่ายให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังก่อนปิดงบประจำปี 2564 ก่อนหน้านี้

Read More

Go Fresh ผุดพรึ่บ 200 สาขา โลตัสแท็กทีมเซเว่นฯ ปลุกรายได้

ครึ่งปีหลังจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ต้องเร่งแท็กทีมเครือข่าย Food Retail และ Food Service ทั้งโลตัส แม็คโคร ซีพีเฟรชมาร์ท และเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อปลุกรายได้ขนานใหญ่ หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของ “ซีพีออลล์” เติบโตติดลบ โดยเฉพาะโลตัส ล่าสุดเดินหน้าพลิกโฉมสาขาเอ็กซ์เพรสสู่แพลตฟอร์มใหม่ “Go Fresh” มากกว่า 200 สาขา และตั้งเป้าหมายปูพรมปรับทั้งหมด 1,600 สาขาภายใน 2 ปี ด้านหนึ่ง Go Fresh เป็นแผนปรับโมเดลเอ็กซ์เพรสให้สอดรับกับชีวิต New Normal มากขึ้น และการที่ผู้คนจำเป็นต้องอยู่กับบ้าน เพื่อหยุดการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้สร้างพฤติกรรมการทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคหันมาใช้บริการจับจ่ายของสดในมินิซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น หลังตลาดสดกลายเป็นอีกคลัสเตอร์ใหญ่ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง มินิซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถแทรกอยู่ในทุกแหล่งชุมชน ทุกย่านการค้า สถานีบริการน้ำมัน โรงพยาบาล และการกระจายสาขาใหม่ง่ายกว่าการลงทุนเปิดสาขาขนาดใหญ่ ทั้งนี้ กลุ่มซีพีเริ่ม Synergy เครือข่ายค้าปลีกอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่บรรลุสัญญาซื้อกิจการเทสโก้ โลตัสในประเทศไทยและมาเลเซีย

Read More

ธุรกิจโรงแรม ทรุดหนัก ไร้สภาพคล่อง-ปรับตัวหนีตาย

การแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากจะทำให้สังคมไทยเผชิญกับความยากลำบากและธุรกิจหลากหลายได้รับผลกระทบรุนแรงแล้ว ธุรกิจโรงแรมของไทยดูจะเป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน และกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ว่าด้วยการสูญเสียธุรกิจและต้องล้มหายไปจากภูมิทัศน์ทางธุรกิจนี้ไปโดยปริยาย อุบัติการณ์ของการแพร่ระบาด COVID-19 ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกหดตัวเป็นประวัติการณ์ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2563 จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกลดลงถึงร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลดลงถึงร้อยละ 82 ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบันยังคงอยู่ในภาวะคับขัน ขณะที่ประเทศไทยเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผลกระทบจากการแพร่ระบาดรุนแรงและมีแนวโน้มยาวนาน ทำให้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) แนะนำว่าการสร้างให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ Herd Immunity จำเป็นต้องมีการฉีดให้ครอบคลุมมากถึงร้อยละ 65-70 ของจำนวนประชากร ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจะไม่ฟื้นตัวเร็วเหมือนวิกฤตในอดีต เพราะความกังวลของประชาชนที่มีต่อโรคระบาดจะยังดำรงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 3-6 เดือน นอกจากนี้ รายได้และกำลังซื้อที่ลดลงรุนแรงทำให้ความต้องการเดินทางซึ่งถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ภาคท่องเที่ยวของไทยทรุดหนัก นับตั้งแต่ประกาศใช้ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 และติดตามมาด้วยมาตรการห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราวระหว่างวันที่ 3 เมษายน 2563 - 30

Read More

เสี่ยง “ติดเชื้อ” หรือ “อดตาย” ทางแพร่งของชาวชุมชนคลองเตย

การระบาดระลอกที่สามของ COVID-19 กำลังคุกคามความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของประชาชนคนไทยอย่างหนักหน่วง แม้ว่าจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดครั้งใหม่นี้จะเกิดขึ้นจากสถานบันเทิงย่านสุขุมวิท ซึ่งถือเป็นแหล่งสันทนาการของบรรดาเหล่าผู้มีรายได้และศักยภาพทางเศรษฐกิจ หากแต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับทำให้พื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก กลายเป็นชุมชนแออัดซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ไปโดยปริยาย สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ครั้งล่าสุดนี้ มีปัจจัยที่แตกต่างจากการแพร่ระบาดครั้งที่ผ่านมา โดยการระบาดระลอกแรกเกิดขึ้นจากการติดเชื้อจากสนามมวยซึ่งมีคนเฉพาะกลุ่มไม่กี่คน หรือในครั้งต่อมาที่เกิดจากแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง แต่การระบาดครั้งนี้เริ่มจากสถานบันเทิง ซึ่งผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบข้างทั้งชุมชนคลองเตย ชุมชนบ่อนไก่ และชุมชน 70 ไร่ จำนวนไม่น้อยทำงานอยู่ในสถานบันเทิงย่านสุขุมวิท ซึ่งนั่นเป็นเหตุให้การลุกลามของโรคดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก ชุมชนแออัดในเขตคลองเตยมีประชากรรวมกันนับแสนคน โดยสมาชิกของแต่ละครอบครัวอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ซึ่งภายใต้สภาพพื้นที่ในชุมชนมีความแออัดสูง ทำให้การติดเชื้อโรค COVID-19 เกิดขึ้นอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เพราะการที่จะคัดแยกและขอให้คนที่ติดเชื้อแยกกักตัวที่บ้านแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะบ้านหลังหนึ่งมีคนอยู่กันหลายคนในพื้นที่เล็กๆ ขณะที่การส่งตัวผู้ติดเชื้อไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามก็ดำเนินไปอย่างยากลำบากเพราะต้องรอรถรับ-ส่งอย่างเนิ่นนาน ซึ่งเมื่อผู้ป่วยต้องรออยู่ในบ้านทำให้สมาชิกในครอบครัวมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อกันหมด โดยในบางกรณีสมาชิกในครอบครัวติดเชื้อกันทั้งบ้าน ผลกระทบจากการระบาดครั้งนี้ยังขยายวงกว้าง เพราะไม่เพียงแต่ผู้ติดเชื้อเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ หากแต่คนในชุมชนที่ไม่ติดเชื้อก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความกังวลจากผู้คนภายนอกที่ทำให้คนในชุมชนถูกตีตราและกีดกันจากการทำงานเพียงเพราะเป็นผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด ซึ่งทำให้หลายคนต้องตกงาน ไม่มีรายได้ และไม่รู้ว่าจะได้กลับไปทำงานเมื่อไหร่ หรือจะยังมีงานทำอยู่หรือไม่ การถูกกีดกันจากการทำงานที่เกิดขึ้นกับผู้คนในชุมชนคลองเตย ดำเนินไปทั้งในรูปแบบของการไม่รับเข้าทำงานเลยเพราะพวกเขาถูกประเมินว่าเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยง หรือแม้กระทั่งการถูกสั่งพักงานที่ทำอยู่ จากผลของอคติที่มีต่อชาวชุมชนแออัด แม้ว่าพวกเขาจะมีผลตรวจที่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อก็ตาม ซึ่งกำลังลุกลามไปสู่การส่งผ่านข้อมูลในลักษณะที่ว่าให้งดสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหารต่างๆ เพราะมีคนจากชุมชนแออัดทำงานเป็นคนส่งจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้สถานประกอบการหลายแห่งกังวลมาก และก่อให้เกิดอคติว่าคนในกลุ่มนี้ต้องเอาเชื้อมาแพร่แน่ๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่ใช่เช่นนั้น การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ชุมชนแออัด ที่ได้รับการเรียกขานในเวลาต่อมาว่า “คลัสเตอร์คลองเตย” นี้

Read More