Content

คริสติออง ลาครัวซ์กับพิพิธภัณฑ์กอนญัก-เจย์

 Column: From Paris แม้ในวันนี้จะไม่มีห้างสรรพสินค้าลา ซามาริแตน (La Samaritaine) แล้วก็ตาม แต่ชาวปารีเซียงก็ยังพันผูกกับชื่อนี้ พร้อมกับหวังว่าสักวันหนึ่งห้างนี้จะคืนกลับ ทว่าจนทุกวันนี้โครงการของกลู่ม LVMH ในการปรับปรุงอาคารหลายหลังของห้างดังในอดีตแห่งนี้ยังไม่อาจสรุปลงตัวได้ ผู้ให้กำเนิดลา ซามาริแตนหรือเรียกกันสั้นๆ ว่าซามาริแตน คือ แอร์เนสต์ กอนญัค (Ernest Cognacq) ซึ่งเป็นพ่อค้าหาบเร่ที่ลา โรแชล (La Rochelle) และมาแสวงโชคที่ปารีส เริ่มจากการทำงานตามห้าง แล้วตั้งแผงขายของ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงออกไปทำงานต่างจังหวัดก่อนที่จะกลับมาปารีส คราวนี้ตั้งแผงตรงปั๊มน้ำชื่อลา ซามาริแตนแถวปงต์ เนิฟ (Pont Neuf) ต่อมาเช่าร้านกาแฟเพื่อขายของตรงมุมถนน rue du Pont-Neuf และ rue de la Monnaie ได้ลูกค้าจากย่านเลส์ อาลส์ (Les Halles) และจากห้าง A la Belle Jardinière

Read More

Bawah โมเดลดูแลชุมชน บนนิคมอุตสาหกรรมทวาย

 การเข้ามารับสัมปทานในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นั้นต้องทำมากกว่าการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการรวมไปถึงผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง เมื่อโครงการข้างต้นจำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการพัฒนามหาศาล แม้จะเคยผ่านงานอย่างนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดมาแล้ว หากแต่ อิตาเลียนไทยยังต้องพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของชาวทวาย ดูเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกครั้งที่มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดิน ซึ่งในส่วนนี้เองที่อาจจะส่งผลกระทบต่อชาวชุมชน  Relocation Area คือพื้นที่ที่ภาครัฐจัดสรรเพื่อรองรับการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชน โดยมีรายงานระบุว่า รัฐบาลเมียนมามีพื้นที่ต้องจัดการ 3 พื้นที่หลัก คือ 1. ปะกอว์ซูน (Pagaw Zoon) ขนาด 2,160 ไร่ เพื่อรองรับการย้าย 10 หมู่บ้าน 2,300 ครอบครัว 2. บาวาห์ (Bawah) พื้นที่ 1,855 ไร่ รองรับการย้าย 5 หมู่บ้าน 1,850 ครอบครัว และ 3. ปันดินอิน (Pandin in) มีเพียงชาวประมงพื้นถิ่นเพียง 52 ครอบครัว ขณะที่ผู้รับผิดชอบโครงการสร้าง

Read More

เช็กสุขภาพ ITD โปรเจ็กต์ทวายจะสบายดีไหม

 หลายคนอาจเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์เป็นเรื่องยาก” และเข้าใจว่ากว่าจะประสบความสำเร็จคงต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายก็ไม่ต่างกัน เมื่อโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นที่ “ศูนย์” กิโลเมตร โครงการมูลค่ามหาศาลบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้ หรือ Southern Corridor ที่เกี่ยวพันสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ไทย และญี่ปุ่น เข้าไว้ด้วยกัน แม้ในช่วงแรกญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวาในนครย่างกุ้ง มากกว่าก็ตาม เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายอาจเรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เมื่อโครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2008 หากนับเวลาจนถึงปัจจุบันกลับปรากฏความคืบหน้าเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ นับว่าล่าช้ามากเมื่อเทียบกับโครงการขนาดเดียวกัน สาเหตุของความล่าช้าที่เกิดขึ้นอาจมาจากรูปแบบการทำงานระบบราชการของเมียนมาที่ค่อนข้างใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทที่รับผิดชอบโครงการไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้สะดวกนัก และแม้ว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการระดับ G2G แต่การขาดเสถียรภาพของรัฐบาลทั้งสองประเทศก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โครงการทวายก้าวหน้าไปได้ช้ามาก  ทั้งนี้บริษัท อิตาเลียน ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้ที่ได้สิทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่ภายใต้สัมปทานระยะเวลา 50 ปี และสามารถขยายได้อีก 25 ปี ดูจะมีเรื่องให้น่ากังวลไม่น้อย เมื่อแรกเริ่มจำเป็นต้องควักเงินลงทุนไปล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ ITD และคู่สัญญากลุ่มธุรกิจร่วมทุนเพิ่งจะจรดปากกาในสัญญาสัมปทานโครงการทวายในระยะแรกกับคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2558

Read More

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของผู้หญิงซาอุดีอาระเบียในการเลือกตั้งท้องถิ่น

 Column: Women in Wonderland อย่างที่ทราบกันดีว่าผู้หญิงในประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ในสังคมเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าซาอุดีอาระเบียจะมีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติเหมือนกับประเทศอื่นๆ แต่กฎหมายในประเทศซาอุดีอาระเบียนั้น เป็นกฎหมายที่เข้มงวดมากๆ สำหรับสิทธิต่างๆ ของผู้หญิงในสังคม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับกฎหมายในประเทศอื่นๆ ที่มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ หรือจะกล่าวได้ว่าในสังคมของประเทศซาอุดีอาระเบียนั้นเป็นสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่และเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดในสังคม ในช่วงหลายปีมานี้เราจะได้ยินข่าวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ของผู้หญิงในสังคม อย่างเช่นเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 ที่มีข่าวว่า ซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขับรถเองได้ สาเหตุที่ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากทั่วทุกมุมโลกก็เพราะมีผู้หญิงซาอุดีอาระเบียกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิในการขับรถ และมีการรณรงค์ผ่านเฟซบุ๊ก ยูทูป และทวิตเตอร์ ให้ผู้หญิงออกมาขับรถพร้อมกันในโครงการ Women 2 Drive และจะมีการจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าผู้หญิงจะได้รับอนุญาตให้ขับรถได้ ซึ่งโครงการนี้ก็ได้รับความสนใจและมีผู้หญิงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก  สำหรับเรื่องนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขับรถเองได้เป็นเพราะกลัวผู้หญิงจะได้รับอันตรายจากการเดินทางไปไหนคนเดียว ก่อนอื่นคุณผู้อ่านต้องเข้าใจก่อนว่าที่ซาอุดีอาระเบียนั้นมีกฎหมายห้ามอย่างชัดเจนว่า ห้ามผู้หญิงใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และห้ามเดินทางคนเดียวโดยที่ไม่มีผู้ชายที่เป็นญาติเดินทางไปด้วย กฎเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงในซาอุดีอาระเบียค่อนข้างลำบากเวลาที่ต้องการเดินทางไปโรงเรียน ไปทำงาน หรือไปซื้อของ เพราะพวกเธอต้องพึ่งพาญาติที่เป็นผู้ชายให้เดินทางไปด้วย หรือไม่ก็ต้องจ้างคนขับรถ และไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะสามารถจ้างคนขับรถได้ เพราะสำหรับบางครอบครัวที่มีรายได้น้อยนั้น การจ้างคนขับรถถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ ในแต่ละปีประเทศซาอุดีอาระเบียต้องเสียเงินถึงปีละ 3,200 ร้อยล้านดอลลาร์ (ประมาณ 96,000 ล้านบาท) ในการจ้างคนต่างประเทศเข้ามาทำงานเป็นคนขับรถ ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2557

Read More

จาก “เลห์แมน” สู่ “คูนแคปปิตอล” ทุนอสังหาฯ พลิกโมเดลธุรกิจ

  ช่วงเวลาไม่ถึง 1 ปี กลุ่มนารายณ์พร็อพเพอร์ตี้เดินหน้าเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ หลังดึงอรฤดี ณ ระนอง อดีตผู้พลิกโฉมบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) จากธุรกิจอุตสาหกรรมสังกะสีเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง  ไม่ใช่แค่การเปิดศึกบุกตลาดไฮเอนด์จนถึงระดับซูเปอร์ลักชัวรี แต่ยังสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ตั้งบริษัทลูก “นายณ์เอสเตท” ทำหน้าที่ขยายโครงการในลักษณะการร่วมทุนกับพันธมิตรกลุ่มแลนด์ลอร์ด หรือพาร์ตเนอร์ที่สามารถเข้าถึงที่ดินผืนงามใจกลางเมือง ซึ่งนับวันจะหายากมากขึ้นและราคาสูงลิบลิ่ว อรฤดีในฐานะกรรมการบริหารบริษัท นารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นายณย์ เอสเตท ประเดิมยุทธศาสตร์จับมือร่วมทุนกับบริษัท คูน แคปปิตอล ผุดโครงการบ้านหรูหลังใหญ่ในทำเลทองย่านสุขุมวิท ท่ามกลางสมรภูมิคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าที่ยักษ์อสังหาฯ กำลังเปิดศึกผุดโปรเจกต์อย่างดุเดือด  เริ่มจาก “ควอเตอร์ 39” เป็นทาวน์โฮม จำนวน 15 ยูนิต เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ราคาเริ่มต้น 38.6 ล้านบาท ถึงเกือบ 60 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 680 ล้านบาท ตามด้วย “ควอเตอร์

Read More

ผิวหนังหนุ่มสาวขึ้น … แค่ออกกำลังกายเท่านั้น

 Column: Well – Being  ผิวหนังหนุ่มสาวขึ้น ... แค่ออกกำลังกายเท่านั้น  ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่เป็นที่ยืนยันแล้วว่า การออกกำลังกายไม่เพียงทำให้ผิวหนังของคุณเยาว์วัยขึ้น หากยังช่วยชะลอวัยอีกด้วย เปิดตัว IL-15นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยแม็คมาสเตอร์ประเทศแคนาดาให้คำตอบว่า ขณะออกกำลังกาย กล้ามเนื้อของคุณหลั่งโปรตีนทุกชนิดออกมา เพื่อให้ร่างกายตอบสนองต่อการออกกำลังกายในรูปแบบของทฤษฎีโดมิโน (domino effect) หลังจากศึกษาโปรตีนเหล่านั้นอย่างจริงจัง เหล่านักวิจัยพบว่า มีโปรตีนชนิดหนึ่งคือ IL-15 (IL ย่อมาจาก interleukin) ทำหน้าที่กระตุ้น mitochondria หรือแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ผิวหนัง ซึ่งจะเข้าไปมีอิทธิพลในการทำให้เซลล์ผิวหนังทำงานได้ดีขึ้น ทั้งในแง่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่เริ่มลดลง หรือกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ขึ้นใหม่ จึงเกิดการผลัดผิวใหม่ พูดง่ายๆ คือ IL-15 ทำให้ mitochondria แข็งแรงขึ้นและทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้ผิวหนังแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด IL-15 ที่ถือเป็นยาขนานเอกในการสร้างความเป็นหนุ่มสาวให้ผิวหนังของเรานั้น ได้มา “ฟรี” ไม่ต้องซื้อหา เพียงขยันออกกำลังกายเท่านั้น การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์แคนาดานี้ เพิ่งเปิดเผยเมื่อต้นปีนี้เอง โดยเปรียบเทียบผิวหนังของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายระดับพอประมาณถึงอย่างแข็งขันสัปดาห์ละ 4–5 ครั้ง กับผิวหนังของผู้สูงอายุที่เอาแต่นั่งนอน พวกเขาพบว่า ผิวหนังของผู้ออกกำลังกายอ่อนวัยกว่าถึง 25 ปี เคล็ดลับอยู่ที่ผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายมีระดับของโปรตีน

Read More

เมืองไทยประกันชีวิตรับรางวัล

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ารับรางวัล “บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1 ประจำปี 2557” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 จาก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในงานประกาศรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards) ประจำปี 2558 ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Read More

เสริมสุข เปลี่ยนแม่ทัพ

จากการที่นายฐิติวุฒิ์ บุลสุข มีความประสงค์ที่จะปรับบทบาทการทำงานจึงขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทเสริมสุข จำกัด (มหาชน) โดยจะมุ่งเน้นปฎิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการและกรรมการบริหารของบริษัทเสริมสุข ทั้งนี้ สำหรับตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารนั้น คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติแต่งตั้งให้นายฐิติวุฒิ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารคนที่ 3 เพิ่มขึ้นด้วย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ในการนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติแต่งตั้ง นายวิเวก ชาห์บรา (Mr. Vivek Chhabra) ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท เอฟแอนด์เอ็น ในเครือไทยเบฟ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง เพื่อบริหารและดำเนินงานของบริษัทเสริมสุขอย่างต่อเนื่อง นายฐิติวุฒิ์

Read More

โค้งสุดท้ายตลาดคอนโด “แสนสิริ-บีทีเอส” ลอยลำ

  เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี 2558 แม้คาดการณ์กันว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังสามารถเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15% มูลค่ารวม 337,000 ล้านบาท แต่เบื้องหลังตัวเลขดังกล่าวมาจากโครงการในระดับไฮเอนด์ จับกลุ่มเศรษฐี และโครงการเกาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ซึ่งมีดีเวลลอปเปอร์ยักษ์ใหญ่ยึดครองส่วนแบ่งเพียงไม่กี่ราย  โดยเฉพาะ “แสนสิริ” ที่ล่าสุดประกาศร่วมทุนกับ “บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์” และวางแผนภายใน 5 ปี ผุดโครงการตามแนวเส้นทางระบบขนส่ง จำนวน 25 โครงการ มูลค่าลงทุนมากกว่า 100,000 ล้านบาท  ยิ่งไปกว่านั้น บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ มีแผนประมูลโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทาง และมีที่ดินตามแนวเส้นทางจำนวนมาก โดยคีรี กาญจนพาสน์ ในฐานะประธานกรรมการบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ย้ำว่า บริษัทร่วมทุนสามารถผุดโครงการที่อยู่อาศัยตลอดระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร  ที่ผ่านมา ทั้งสองยักษ์มีสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรใกล้ชิด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้แสนสิริเจาะตลาดคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า กอบโกยรายได้ยอดขายจากทำเลที่มีศักยภาพและสร้างแบรนด์จนสำเร็จ แน่นอนว่า หากเปรียบเทียบทำเลตลอดเส้นทางรถไฟฟ้า สายสุขุมวิทยังเป็นทำเลทองของตลาดคอนโดมิเนียม ทั้งในแง่ความต้องการและราคาซื้อขายที่ปรับขึ้นทุกปี โดยเฉพาะทำเลดีหายากขึ้น

Read More

อนุพงษ์ อัศวโภคิน เกมผูกขาด “บ้านกลางเมือง”

  อนุพงษ์ อัศวโภคิน ใช้เวลากว่า 2 ทศวรรษ ขยายอาณาจักร “เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้” ฉีกแนวออกจาก “แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์” ของพี่ชาย “อนันต์ อัศวโภคิน” โดยเฉพาะการสร้าง “จุดต่าง” จนกลายเป็นยักษ์ใหญ่เจ้าตลาด “Townhouse in the big city” ภายใต้แบรนด์  “บ้านกลางเมือง” และ “บ้านกลางกรุง” ยึดทุกทำเลหลักในเขตเมือง และล่าสุดกำลังเปิดสมรภูมิสู่พื้นที่เมืองใหม่ ไล่ตามโครงข่ายคมนาคมและแนวเส้นทางรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ ในขณะที่ดีเวลลอปเปอร์รายอื่นกำลังลุยสงครามคอนโดมิเนียมช่วงชิงทำเลอย่างดุเดือด แต่ “เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์” หรือชื่อใหม่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หลังปรับภาพลักษณ์ครั้งใหญ่เมื่อปี 2556 สามารถขยายแนวรบ ทั้งตลาดคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ จับกลุ่มลูกค้าทั้งระดับกลางและระดับบน ทั้งลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวใหญ่ที่อยากมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าชีวิตคอนโดฯ  ทั้งนี้ แผนการปลุกปั้นแบรนด์ “บ้านกลางเมือง” และ “บ้านกลางกรุง”

Read More