พีเอฟพีเปิดเกมรุก AEC ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
หลังจากที่ประมงไทยได้รับเทียร์ 3-ใบเหลือง จากคณะกรรมการจากสหภาพยุโรปไปเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 และให้เวลาในการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานการทำประมงไทย 6 เดือน ดังนั้นเป็นที่น่าจับตามองว่าระหว่างวันที่ 18-23 มกราคม 2559 ที่ผ่านมานั้น การตรวจสอบเพื่อประเมินผลงานการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู ฟิชชิ่ง อียูจะสรุปผลออกมาเป็นอย่างไร ขณะที่บริษัทชั้นนำอย่าง พี.เอฟ.พี. ออกมาแถลงข่าวและตั้งเป้าหมายทิศทางการดำเนินงานทางธุรกิจว่าจะทำให้กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งโตขึ้น 15-20 เปอร์เซ็นต์ พร้อมลุยตลาดอาเซียนอย่างเต็มตัวเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ทวี ปิยะพัฒนา ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท พี.เอฟ.พี. ออกมายอมรับว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทยไม่ค่อยสวยนัก พร้อมทั้งเข้าใจภาครัฐเพราะการแก้ปัญหาต้องใช้เวลา เพราะไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งรัฐบาลยังอัดเม็ดเงินเข้าระบบซึ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นที่จะเดินหน้าธุรกิจต่อไป ซึ่งในปีนี้บริษัทยังตั้งเป้ายอดขายรวมที่ประมาณ 6,000 ล้านบาท ที่มาพร้อมกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างให้ครอบคลุมและเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยสัดส่วนการจำหน่ายภายในประเทศอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ และส่งออกต่างประเทศ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ประมาณการณ์ดังกล่าวไม่ใช่สิ่งตายตัว ซึ่งต้องอาศัยการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจและสภาพคล่องของตลาดเป็นหลัก โดยสัดส่วนตัวเลขดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามที่เห็นสมควร เมื่อดูคำอธิบายจากนายใหญ่ของ พี.เอฟ.พี. แล้วเห็นได้ชัดว่าลึกๆ แล้วก็ยังคงมีความไม่มั่นใจในสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก
Read More