ปี 2567 มูลค่าตลาดโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 87,000-90,000 ล้านบาท และเติบโตราวๆ 13% จากปีก่อนหน้า โดยมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียนที่ 10.2% ในขณะที่ค่าเล่าเรียนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 600,000-1,200,000 บาท และมีการขยายตัวออกสู่หัวเมืองใหญ่นอกเหนือจากกรุงเทพฯ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต และระยอง มากขึ้น
อีกทั้งยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของครอบครัวไทยรายได้สูงที่ต้องการเตรียมบุตรสู่การศึกษาต่างประเทศและตลาดแรงงานสากล รวมถึงครอบครัวชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศ ซึ่งดูจะสวนทางกับอัตราการเกิดของไทยที่อยู่ระดับต่ำ และระบบการศึกษาทั่วประเทศที่มีแนวโน้มหดตัว
จากแนวโน้มการเติบโตและการขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติในไทย ทำให้กลุ่มการศึกษานานาชาติ EtonHouse International Education Group จากสิงคโปร์ ตัดสินใจส่ง “โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ” (Middleton International School Bangkok: MISB) บุกเมืองไทย โดยปักหมุดย่านปิ่นเกล้าเป็นแห่งแรก แต่คำถามคือ EtonHouse International Education Group คือใคร และอยู่ในธุรกิจการศึกษานานาชาติมานานแค่ไหน “ผู้จัดการ 360 องศา” จะพาไปหาคำตอบ
EtonHouse International Education Group ไม่ใช่หน้าใหม่ในแวดวงโรงเรียนนานาชาติ แต่เป็นกลุ่มสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี ก่อตั้งโดย ดร. Ng Gim Choo (ดร. อิง กิม ชู) ในปี 1995 ณ ประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงเรียนอนุบาลที่มีการเรียนการสอนแบบ play-based ในกรุงลอนดอน
ดร. Ng Gim Choo เคยกล่าวไว้ว่า ในตอนที่เธอเป็นเด็กนั้น การศึกษาไม่มีอะไรที่น่ารื่นรมย์เท่าใดนัก เพราะทุกอย่างถูกกำหนดโดยครูและโรงเรียน แต่เมื่อเป็นแม่ เธออยากให้ลูกๆ และเด็กทุกคนมีประสบการณ์ในการเรียนที่แตกต่างออกไป ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลในการก่อตั้ง EtonHouse
โดย ดร. Ng Gim Choo ได้นำแรงบันดาลใจนั้นกลับมาวิจัยและพัฒนาต่อ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กอยากเรียนรู้และรักการมาโรงเรียน ในที่สุดจึงได้เปิดตัวโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ขึ้นที่ Broadrick Road ประเทศสิงคโปร์ ขึ้นเป็นแห่งแรก ด้วยจำนวนนักเรียนเพียงไม่กี่คน

EtonHouse จากโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ สู่เครือข่ายการศึกษาระดับโลก
โรงเรียนอนุบาล EtonHouse Broadrick (อีตันเฮาส์ บรอดริค) ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ปกครอง ซึ่งหนึ่งในความคิดเห็นที่พบบ่อยที่สุดคือ ลูกๆ ของพวกเขาขอไปโรงเรียนแม้กระทั่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ EtonHouse ค่อยๆ เติบโตจากโรงเรียนอนุบาลเล็กๆ กลายเป็นกลุ่มการศึกษานานาชาติที่มีโรงเรียนมากกว่า 100 แห่งใน 9 ประเทศ ทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง ได้แก่ สิงคโปร์ จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ภูฏาน ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงประเทศไทย โดยโรงเรียนส่วนใหญ่อยู่ที่จีนและสิงคโปร์เป็นหลัก
แม้ว่าเดิมทีจะก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานของการศึกษาปฐมวัย แต่ปัจจุบัน EtonHouse International Education Group ได้เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย (K-12) นอกจากนี้ ยังขยายขอบเขตด้วยการก่อตั้ง E-Bridge Pre-School ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Anchor Operator Scheme ของรัฐบาลสิงคโปร์ และ Middleton International School ซึ่งให้การศึกษาที่มีคุณภาพสูงตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมปลายในราคาที่เข้าถึงได้
จากโรงเรียนเล็กๆ ในสิงคโปร์ ปัจจุบันกลุ่ม EtonHouse เติบโตเป็นเครือข่ายการศึกษาระดับโลก และเป็นหนึ่งในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีชื่อเสียงด้านการเรียนการสอนสองภาษาและแนวทางการเรียนการสอนแบบ Inquiry-Based ให้การศึกษากับเด็กมากกว่า 25,000 คน เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ ทั้ง IB (Inquiry-Based), Cambridge และหลักสูตรที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Reggio Emilia ซึ่งล้วนออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบสืบค้นจากประสบการณ์ตรง ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจในความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ส่ง Middleton บุกไทย วางโพสิชั่นเป็น “โรงเรียนนานาชาติ 3 ภาษา ในราคาที่เข้าถึงได้”
ปี 2569 EtonHouse บุกตลาดโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ” (Middleton International School Bangkok: MISB) แคมปัสแห่งใหม่ของกลุ่ม EtonHouse ในย่านปิ่นเกล้า โดยวางโพสิชั่นเป็น “โรงเรียนนานาชาติ 3 ภาษา ในราคาที่เข้าถึงได้”
โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ในย่านปิ่นเกล้า ดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการร่วมทุนในประเทศไทย โดยผสานความเชี่ยวชาญของ EtonHouse ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตร การกำกับดูแลด้านวิชาการ และการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ควบคู่กับความร่วมมือของพันธมิตรในประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานมีความมั่นคงต่อเนื่อง และสอดคล้องกับบริบทของการศึกษาไทยในระยะยาว

นาย Ng Yi-Xian ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม EtonHouse International Education Group กล่าวว่า “กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติในภูมิภาคอาเซียน มีการแข่งขันและมีความพร้อมสูง แต่ในปัจจุบันครอบครัวผู้เรียนมองหาทางเลือกทางการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างความเป็นเลิศทางวิชาการ สุขภาวะของผู้เรียน และความสอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรม ควบคู่กับการเข้าถึงได้สำหรับครอบครัวในปัจจุบัน โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยนำประสบการณ์ระดับโลกของ EtonHouse มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของครอบครัวไทย”
ในส่วนของทำเลที่ตั้งอย่างย่านปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรีนั้นถือเป็นทำเลศักยภาพ ที่อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางกรุงเทพฯ มากนัก เดินทางสะดวก และใกล้กับแหล่งที่อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของโรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน
สำหรับ โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ เปิดสอนหลักสูตรสามภาษา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาจีนกลาง มีการผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับสุขภาวะของผู้เรียนและความเข้าใจทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวทางที่เน้นให้ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ EtonHouse รูปแบบการเรียนรู้สามภาษาของโรงเรียนถูกออกแบบให้เป็นธรรมชาติและเชื่อมโยงกับประสบการณ์ในชีวิตจริง โดยภาษาไทยและภาษาอังกฤษถูกผสานอยู่ในกิจกรรมประจำวัน ขณะที่ภาษาจีนกลางถูกสอดแทรกผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ภายในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ภาษาในบริบทจริง เพื่อส่งเสริมความมั่นใจ ความเข้าใจ และทักษะการสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า หลักสูตรหลายภาษาที่ออกแบบอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการในภาพรวมอีกด้วย

ชูแนวคิดการเรียนรู้เชิงสืบค้นบนพื้นฐานวัฒนธรรมไทย
หัวใจสำคัญของแนวทางการเรียนการสอนของมิดเดิลตันคือการเรียนรู้เชิงสืบค้น (Inquiry-led Pedagogy) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดการศึกษา Reggio Emilia ควบคู่กับการผสานบริบททางวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ผู้เรียนไม่เพียงสร้างพื้นฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งผ่านหลักสูตรนานาชาติ (UK IPC, Cambridge IGCSE และ International A-Levels) แต่ยังสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ เข้าใจและมีส่วนร่วมกับโลกและสังคมรอบตัวได้
ไม่เพียงเท่านั้น มิดเดิลตันยังใช้หลักสูตร Singapore Mathematics คือแนวการสอนคณิตศาสตร์ที่พัฒนาจากกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์เป็นหนึ่งในการเรียนการสอน โดยเน้นความเข้าใจเชิงโครงสร้าง, ทักษะแก้ปัญหา, และผลสัมฤทธิ์ระดับนานาชาติ เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมทั้งจากโรงเรียนและสถาบันกวดวิชาต่างๆ ที่นิยมนำไปใช้
อีกหนึ่งจุดเด่นของโรงเรียนคือสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่สตูดิโอศิลปะอาหาร (Culinary Atelier) ที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทย ไปจนถึงสตูดิโอเล่านิทานในห้องสมุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะหุ่นเชิดไทย แต่ละพื้นที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นจินตนาการ ทำให้การเรียนรู้มีชีวิตชีวา และเปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้ โดยภายในแคมปัสประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้ง สระว่ายน้ำ พร้อมสระสำหรับเด็กเล็ก ฮอลล์อเนกประสงค์ หอประชุม สนามกลางแจ้ง ลู่ปั่นจักรยาน ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้อง Atelier และสตูดิโอดนตรี ทุกพื้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนทั้งการพัฒนาทางวิชาการและสุขภาวะของผู้เรียน
ทั้งนี้ โรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ มีแผนรองรับนักเรียนประมาณ 1,500 คน ทั้งครอบครัวชาวไทยและต่างชาติ ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ระดับ Nursery 1 จนถึง Grade 4 (อายุ 2.5-10 ปี) พร้อมมีแผนขยายหลักสูตรอย่างต่อเนื่องไปสู่ระดับ K-12 (อายุ 18 ปี) ส่วนค่าเล่าเรียนนั้นทางโรงเรียนเน้นว่าอยู่ในจุดที่เข้าถึงได้ง่าย โดยมีค่าเล่าเรียนเริ่มต้นที่ 396,000 บาท
แม้อัตราการเกิดของไทยจะต่ำลงอย่างต่อเนื่องและย่อมส่งผลต่อจำนวนนักเรียนในอนาคต แต่ Ng Yi-Xian กลับไม่กังวล เพราะเขามองว่า ยิ่งอัตราการเกิดต่ำ ผู้ปกครองยิ่งเฟ้นหาการศึกษาที่ดีให้กับลูก สิ่งที่ EtonHouse ต้องทำคือ การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นคำตอบที่ผู้ปกครองมองหามากกว่า
การเข้ามาของ EtonHouse ในประเทศไทย ผ่านโรงเรียนนานาชาติมิดเดิลตัน กรุงเทพฯ ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดโรงเรียนใหม่ แต่เป็นการวางยุทธศาสตร์การศึกษานานาชาติในภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว โดยมีกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลาง.
