ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2568 มูลค่าตลาดธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยอยู่ที่ราวๆ 75,200 ล้านบาท โต 1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับปี 2569 คาดการณ์ว่าตลาดจะเติบโตราว 1.0% ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่หดตัวลงก็ตาม
นั่นทำให้ภาพที่เราเห็นในปัจจุบันคือการเกิดขึ้นของผู้เล่นรายใหม่ๆ ที่เข้ามาในตลาด ในขณะที่ผู้เล่นรายเดิมก็มีการขยายธุรกิจให้รองรับกับความต้องการของตลาดที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน และหนึ่งในนั้นคือ “Dermaster” (เดอมาสเตอร์) ที่กำลังสร้างการเติบโต จากเดอมาสเตอร์คลินิกสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามครบวงจรระดับพรีเมียม
ถ้านับย้อนไป เดอมาสเตอร์อยู่ในตลาดศัลยกรรมและความงามมาแล้วถึง 14 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นจากนักธุรกิจทายาทเครื่องนอน Lotus อย่าง “ทีปกร โลจนะโกสินทร์” ที่มองเห็นช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครทำ
“ประมาณ 14 ปีที่แล้ว ผมมีปัญหาเรื่องสิว เลยไปรักษาที่คลินิกรวมถึงโรงพยาบาลดังๆ หลายที่ เลยมองเห็นช่องว่างบางอย่างที่ตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่มีใครทำ ผมจำได้ตอนนั้นเปิดคอร์สไป 80,000 บาท เราก็นั่งรอหมอทำเลเซอร์ นับจำนวนคนที่มาใช้บริการเยอะมาก แต่ลองนึกภาพคลินิกหรือโรงพยาบาลสมัยก่อนที่คนไข้นั่งรอเรียงกันเป็นตับ มีแบ็กดร็อปเกี่ยวกับการแพทย์ รูปผิวหนัง โปรโมชันต่างๆ พอเข้าไปในห้องมันก็เป็นบานเฟี้ยมธรรมดาๆ ระหว่างรอถ้าอยากดื่มน้ำ กาแฟ น้ำผลไม้ ก็ต้องออกไปซื้อเอง ไม่มีบริการ สมัยก่อนคลินิกความงามเจ้าของจะเป็นหมอ แต่ผมมันเป็นนักธุรกิจเลยมีความคิดอีกแบบหนึ่งที่แตกต่าง เรามองเห็นช่องว่างบางอย่างที่คนอื่นเขาไม่ทำ เลยมานั่งประมวลผลกับตัวเองว่า เอ๊ะ! อย่างนี้เราก็เปิดสู้กับเขาได้นี่ เลยตัดสินใจเปิดเดอมาสเตอร์คลินิกขึ้นครั้งแรกเมื่อ 14 ปีที่แล้ว” ทีปกร โลจนะโกสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอมาสเตอร์ จำกัด เล่าถึงที่มาของการก่อตั้งเดอมาสเตอร์คลินิกศัลยกรรมและความงาม

ปักหมุดสาขาแรกเดอมาสเตอร์เอกมัย
ทีปกรเปิดตัวเดอมาสเตอร์คลินิกสาขาแรกในย่านเอกมัย ด้วยงบลงทุนมากกว่า 300 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าที่มาใช้บริการ ทั้งการตกแต่งคลินิกที่ดูไม่เหมือนเป็นโรงพยาบาลหรือคลินิก รวมถึงการบริการต่างๆ ที่ “ให้มากกว่า” และแตกต่างจากคลินิกและโรงพยาบาลอื่นๆ ในขณะนั้น โดยให้บริการทั้งด้านศัลยกรรมความงาม ผิวพรรณ และรูปร่าง
“เราออกแบบ experience journey ของลูกค้าด้วยการให้มากกว่าที่อื่น ลงทุนสร้างตึก 300 กว่าล้านบาท มีล็อบบี้ มีที่จอดรถหน้าตึก 10-20 คัน เพื่อแสดงถึงความใส่ใจ ลูกค้าลงจากรถต้องมีเจ้าหน้าที่ของเราไปต้อนรับ หรือใช้บริการรถลีมูซีนไปรับส่งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ขึ้นรถไปปุ๊บมีเพลงบรรเลงเปิดคลอ ในคลินิกมีบาร์น้ำผลไม้ มีของกินเล่น ห้องทรีตเมนต์ส่วนตัว การตกแต่งต่างๆ ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในโรงแรม พนักงานต้องจำชื่อจำหน้าลูกค้าได้ ถ้าต้องพักฟื้นต้องมีเมนูอาหารชั้นดีให้ลูกค้า ตื่นมาตอนเช้าต้องมีช่อดอกไม้ไปให้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นซิกเนเจอร์ที่ผมคิดมาตั้งแต่วันแรกในการทำเดอมาสเตอร์ เราให้มากกว่า ทำมากกว่า สร้างประสบการณ์ที่มากกว่าให้กับลูกค้า มีลูกค้าหลายๆ ท่านแวะมาดื่มน้ำแล้วก็ไป เขาก็ไม่เก้อเขิน เพราะเขารู้สึกว่าที่นี่คือบ้านหลังที่ 2 ของเขา ต้องมี personal touch กับลูกค้า ไม่อย่างนั้นเราแข่งกับตลาดนี้ไม่ได้ เรากำไรน้อยกว่าเขาไม่เป็นไร แต่เราจะสู้ด้วยความเป็นนักธุรกิจ”
นอกจากมาตรฐานการบริการที่แตกต่างแล้ว อีกหนึ่งจุดแข็งของเดอมาสเตอร์คือมาตรฐานทางการแพทย์ ด้วยแพทย์เฉพาะทางในแต่ละสาขาโดยเฉพาะ รวมถึงการรักษาที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการเป็นหลัก

“ผมโชคดีที่ได้พบกับ นพ. ธำรงค์ ศิริปุณย์ ซึ่งเมื่อก่อนท่านประจำอยู่ในแถบตะวันออกกลาง เป็นหมอที่มีชื่อเสียงมาก ผมได้ท่านมาร่วมงานและเป็นจุดแรกที่ทำให้เดอมาสเตอร์มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและในกลุ่มตะวันออกกลาง รวมถึงทีมแพทย์เรามีมาตรฐานเป็นหมอบอร์ดที่เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา มีประสบการณ์และส่วนใหญ่เป็นอาจารย์แพทย์ทั้งสิ้น ที่สำคัญคือเราคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก ถ้าประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงกับตัวลูกค้าเอง หมอของเราจะไม่ทำให้ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเดอมาสเตอร์”
จากบริการที่แตกต่างและทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ทำให้เดอมาสเตอร์ค่อยๆ สร้างการเติบโตมาเป็นลำดับ จากสาขาแรกที่เอกมัย สู่การขยายสาขาไปยังชิดลมและพระราม 9 เพิ่มเติม แม้จะเป็นการเติบโตแบบที่ทีปกรใช้คำว่า “ต้วมเตี้ยม” ก็ตามที
“อาจารย์แพทย์หลายๆ ท่าน ที่มาร่วมงานกับเรา ท่านก็จะมีความ old fashion นิดหนึ่ง ถ้าอันไหนเสี่ยงและไม่เป็นผลดีกับลูกค้าท่านจะไม่รับทำ ในมุมธุรกิจมันอาจเป็นข้อเสีย แต่มันเป็นข้อดีสำหรับคนไข้หรือผู้มาใช้บริการ มีคนไข้จากวันแรกที่ไม่รู้จักกัน จนวันนี้เป็นญาติพี่น้องกัน เพราะมันเป็นเรื่องความจริงใจ เราอาจจะโตช้า แต่เราโตอย่างมั่นคง”

ก้าวสำคัญสู่โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามเดอมาสเตอร์
ล่าสุดทีปกรเดินหน้าสานต่อความสำเร็จของเดอมาสเตอร์คลินิก ก้าวสู่วงการศัลยกรรมความงามแบบองค์รวมในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวโรงพยาบาลเดอมาสเตอร์ ราชพฤกษ์ (Dermaster Hospital Ratchaphruek) ในโซนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าในโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง
ทีปกรกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านจากเดอมาสเตอร์คลินิกที่อยู่มา 14 ปี สู่โรงพยาบาลเดอมาสเตอร์ ราชพฤกษ์ ถือเป็นก้าวสำคัญ ซึ่งไม่ใช่เพียงเพื่อขยายขนาดธุรกิจ แต่เพื่อยกระดับมาตรฐานของวงการบริการการแพทย์ด้านศัลยกรรมและความงามไทย ให้สามารถรองรับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากลและความปลอดภัยสูงสุด ภายใต้แนวคิด Discover Your True Beauty
โรงพยาบาลเดอมาสเตอร์ ราชพฤกษ์ เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมและความงามครบวงจรระดับพรีเมียมที่มาในคอนเซ็ปต์ Boutique Hospital ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ พื้นที่รวม 2,000 ตร.ม. งบลงทุนรวม (รวมเครื่องมือทางการแพทย์) อยู่ที่ 350 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2566-2568 มีบริการหลักๆ ได้แก่ 1. ศัลยกรรมความงาม (Aesthetic & Plastic Surgery) ศัลยกรรมใบหน้า ศัลยกรรมหน้าอก ศัลยกรรมดูดไขมันและปรับรูปร่าง 2. บริการด้าน Aesthetic หรือ ผิวพรรณความงาม, Botox, Filler, Skin Booster, เครื่องยกกระชับหน้าแบบ Non-Invasive 3. บริการด้านสุขภาพเชิงลึก (Longevity & Wellness) ประเมินสุขภาพ ฟื้นฟู ปรับสมดุลร่างกาย
“สาขานี้ใช้เวลาสร้างค่อนข้างนาน แต่ผมเชื่อว่าถ้าสาขานี้เกิดแล้ว มันจะเป็นการสร้างอีโคซิสเต็มที่ดี เพราะตรงนี้เราได้ลูกค้าฝั่งธนฯ ซึ่งมีประชากรกว่า 40,000 ครัวเรือน ลูกค้าจากนครปฐมและพื้นที่ใกล้เคียง เราเพิ่มจำนวนห้องผ่าตัด ห้องพักฟื้น ไว้เพื่อรองรับ ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับเดอมาสเตอร์ได้”

ทีปกรเปิดเผยต่อว่า โรงพยาบาลเดอมาสเตอร์ ราชพฤกษ์ เน้นการดูแลด้านศัลยกรรมตกแต่ง ผิวพรรณ และรูปร่าง เป็นหลัก โดยนำแนวคิด “Personalized Experience” มาใช้ในการดูแลลูกค้าแต่ละบุคคล เริ่มต้นจาก “ที่ปรึกษาความงามส่วนบุคคล” (Personal Beauty Consultant) ที่มีประสบการณ์ พร้อมการวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกของผิวพรรณและรูปร่าง โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งทีมศัลยแพทย์และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวพรรณ จากนั้นจึงออกแบบแนวทางการดูแล การทำหัตถการต่างๆ รวมทั้งศัลยกรรมความงาม โดยผสมผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี กลมกลืนเป็นธรรมชาติ และปลอดภัย
“ตอนนี้เรามีโปรแกรมใหม่ที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายแต่อยากมีรูปร่างที่ดี คือ Lazy Gym เป็นระบบ subscription buffet สามารถเข้าคอร์สเผาผลาญแคลอรีของเดอมาสเตอร์ได้ทั้งหมดไม่อั้น ตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่อยากเข้ายิมแต่อยากรูปร่างดี”
โดย 3 อันดับแรกที่ลูกค้านิยมมาใช้บริการที่เดอมาสเตอร์ อันดับหนึ่ง-บริการด้านผิวพรรณและยกกระชับ, อันดับสอง-ศาสตร์ชะลอวัยและศัลยกรรม ส่วนอันดับสามคือการปลูกผมและลดน้ำหนัก สัดส่วนลูกค้าเป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30%
ส่วนเทรนด์ศัลยกรรมและความงามในปัจจุบันนั้น ทีปกรเผยว่าจะเน้นการผสมผสานมากกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจบ เช่นการศัลยกรรมร่วมกับศาสตร์ชะลอวัย หรือลูกค้าที่มาดูดไขมันแล้วนำไขมันที่ดูดออกไปมาเพาะเป็นสเต็มเซลล์แล้วเก็บไว้เพื่อนำกลับมาใช้ ซึ่งเดอมาสเตอร์มีครบทุกแผนกและจะเป็นจุดแข็งต่อไปในอนาคตได้ ทั้งนี้ทีปกรตั้งเป้าสร้างการเติบโตจากโรงพยาบาลเดอมาสเตอร์ ราชพฤกษ์ ไว้ที่ 30-40% ในปี 2569
“ผมเป็นนักธุรกิจ มีธุรกิจอื่นๆ เดอมาสเตอร์อาจไม่ใช่ธุรกิจหลัก แต่ทุกวันนี้มันเป็นเหมือนชีวิตจิตใจของผมไปแล้ว เพราะทีมงานและอาจารย์แพทย์ที่อยู่กันมา ทุกคนตั้งใจทำให้มันดีที่สุด เราต้องการให้เดอมาสเตอร์เป็น excellent center เป็นศูนย์กลางด้านความงามและสุขภาพที่สร้างชื่อเสียงให้ต่างชาติได้เห็น” ทีปกร กล่าวทิ้งท้าย.
