ความนิยมรสชาติอาหารเผ็ดร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นวัฒนธรรมการกินที่ฝังรากลึกอยู่ในรสนิยมการบริโภคของคนไทยมาช้านาน กว่า 136 ปีที่แม็คคอร์มิค คือผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยจากในครัว ทั้งไทยและ 150 ประเทศทั่วโลก ในฐานะผู้ผลิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องปรุง ที่ช่วยเติมเต็มทุกสูตรลับความอร่อยได้ในหลายเมนู
ล่าสุดแม็คคอร์มิค แบรนด์สมุนไพรและเครื่องเทศ เปิดเผยผลการศึกษาความต้องการผู้บริโภคส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับความชื่นชอบอาหารรสเผ็ด และนิยมความเผ็ดร้อนที่จับคู่กับรสชาติอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ทั้งสามหมวด คือ 1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2. ขนมขบเคี้ยว และ 3. เครื่องปรุงรส พบว่า คนไทยชอบการผสมผสานระหว่างรสเผ็ดร้อนและอูมามิ 59% คนอินโดนีเซียชื่นชอบรสเผ็ดร้อนผสมกับรสหวาน 47% และคนเวียดนามชอบรสเผ็ดร้อนผสมกับรสเปรี้ยว 51%
“อาหารรสเผ็ดร้อนกำลังเป็นคลื่นลูกใหม่ในเอเชียที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมสมัยนิยม หรือป๊อปคัลเจอร์ และพบว่ามีตั้งแต่ หม่าล่าแบบจีน ไปจนถึงรสเผ็ดสไตล์เกาหลีและญี่ปุ่น โดยจะเห็นได้ว่า รสเผ็ดสไตล์ญี่ปุ่นเกาหลีครองตลาดผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวใหม่ๆ ในไทยมาอย่างต่อเนื่อง

อาหารจีนรสเผ็ดโดยเฉพาะหม่าล่า ที่ทุกคนรู้จักดี จากกระแสความนิยมอาหารเผ็ดร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ในประเทศไทยนอกจากรสชาติต้มยำกุ้งในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว คนไทยยังชื่นชอบรสเผ็ดสไตล์เกาหลีเช่นกัน ขณะเดียวกัน ความนิยมของหม่าล่า โดยเฉพาะในอาหารประเภทหม้อไฟ ยังส่งผลให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสหม่าล่าเป็นที่ต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นด้วยรสเผ็ดร้อน ที่ทำให้เกิดอาการชาในปาก และหม่าล่าเป็นรสอาหารต่างชาติรสเดียวที่ติดอันดับเป็นที่นิยมของคนไทย พอๆ กับรสอาหารไทยอย่างต้มยำและผัดกะเพรา ทั้งในด้านการรับรู้และความดึงดูดใจ ด้วยโพรไฟล์รสชาติที่เข้มข้นและทำให้เกิดอาการชา สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลและ Gen Z ที่ชอบมองหาประสบการณ์รสชาติที่จัดจ้านและแปลกใหม่” เบ็ตตี้ จูเลียน่า ตัน รองประธานฝ่าย Specialty Flavours & Ingredients แม็คคอร์มิค เอเชีย อธิบาย
แม็คคอร์มิคได้นำข้อมูลและผลการศึกษารสนิยมของผู้บริโภคมาเป็นตัวกำหนดแนวทางการพัฒนานวัตกรรม สร้างสรรค์เครื่องปรุงรสเผ็ดร้อนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ กระทั่งพัฒนาเครื่องปรุงรสชาติใหม่
“ปัจจุบันผู้บริโภคมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านอาหารรสเผ็ดร้อนจากทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จากเทรนด์ดังกล่าวเราจึงผสมผสานรสอาหารยอดนิยมจากท้องถิ่นต่างๆ เข้ากับโพรไฟล์รสชาติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทั่วโลก นวัตกรรมด้านรสชาติของเราพัฒนาขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีดาต้าและรากฐานของผลิตภัณฑ์ในการปรุงอาหารของเราคือหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์รสชาติที่ปรับแต่งตามความต้องการในตลาด เราอาศัยความเชี่ยวชาญในการเปลี่ยนดาต้าให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ โดยเราได้สร้างสรรค์ปรับแต่งรสชาติให้หลากหลายมิติสอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทย เช่น รสหม่าล่าหม้อไฟ, ซอสกระเทียมเนยรสเผ็ดแบบไม่รมควัน, ซุปกิมจิเกาหลีรสเผ็ด และ อุจิ วาซาบิ” เบ็ตตี้ จูเลียน่า ตัน อธิบาย

Krungthai Compass เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดเครื่องปรุงรสปี 2568-2569 คาดว่าจะขยายตัว 8.0% และ 5.7% ตามลำดับ โดยแบ่งเป็นมูลค่าการจำหน่ายเครื่องปรุงรสในประเทศ ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 8.7% และ 6.0% ตามลำดับ ตามความต้องการใช้ในครัวเรือน อุตสาหกรรมพร้อมรับประทาน และร้านอาหารที่มีแนวโน้มเติบโต และมูลค่าการส่งออกเครื่องปรุงรสคาดว่าจะขยายตัว 7.0% และ 5.5% ตามลำดับ ตามการขยายตัวของจำนวนร้านอาหารในต่างประเทศ รวมทั้งนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกที่เป็นแรงหนุนให้เครื่องปรุงรสของไทยเป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ขณะที่ธุรกิจผลิตเครื่องปรุงรสของไทยยังเผชิญความเสี่ยง ทั้งการแข่งขันสูงทั้งตลาดในไทยและตลาดส่งออก การถูกลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ และค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีที่มีทิศทางแข็งค่า ทำให้การแข่งขันด้านราคามีแรงกดดันเพิ่มขึ้น
นอกจากเครื่องปรุงในแบบที่แม็คคอร์มิคถนัดแล้ว ล่าสุดยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสมระหว่างเครื่องปรุงรสเผ็ดร้อนและของหวานเข้าด้วยกัน เช่น กัมมี่หมีรสหม่าล่าเผ็ดร้อน
สำหรับแผนธุรกิจในอนาคตอาจพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ Health & Wellness เช่น ผลิตภัณฑ์ Low sugar, Low Sodium รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออแกนิก ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้ ต้องพิจารณาการเติบโตของตลาดในเซกเมนต์นี้ด้วยเช่นกันว่า มีการเติบโตและมีความต้องการจากกลุ่มผู้บริโภคมากเพียงใด.
