วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > เครือสหพัฒน์ต่อจิ๊กซอว์สำคัญบนพระราม 3 เปิดตัว KINGSQUARE Community Mall มูลค่าพันล้าน

เครือสหพัฒน์ต่อจิ๊กซอว์สำคัญบนพระราม 3 เปิดตัว KINGSQUARE Community Mall มูลค่าพันล้าน

เครือสหพัฒน์เดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ตัวสำคัญให้กับโครงการมิกซ์ยูส “คิงสแควร์” ที่มีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ด้วยการเปิดตัว “KINGSQUARE Community Mall” พรีเมียมคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกบนถนนพระราม 3 อย่างเป็นทางการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่และลดความเสี่ยงจากธุรกิจเดิม

คิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ (KINGSQUARE Community Mall) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ คิงสแควร์ มิกซ์ยูส ที่เครือสหพัฒน์ โดยบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเครือสหพัฒน์ก็ว่าได้ ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูสแห่งใหม่ในย่านพระราม 3 ที่มีมูลค่าโครงการรวมกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการที่เติมเต็มและต่อยอดมาจากโครงการคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ อาคารสำนักงานเกรดเอสูง 52 ชั้น บนพื้นที่ 6 ไร่ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในย่านพระราม 3 ที่พัฒนาโดยบริษัท คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ จำกัด ในเครือสหพัฒน์ ซึ่งมีมูลค่าลงทุนราวๆ 6,000 ล้านบาท และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยถือเป็นอาคารสูงแห่งแรกของเครือสหพัฒน์หลังผ่านการดำเนินงานมากว่า 80 ปี

สำหรับโครงการมิกซ์ยูส คิงสแควร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 32 ไร่ ย่านถนนพระราม 3 ประกอบด้วย โรงเรียน, คอนโดมิเนียม, เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และคอมมูนิตี้มอลล์ ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ (King’s College International School Bangkok) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเครือสหพัฒน์ และโรงเรียนคิงส์คอลเลจ วิมเบิลดัน ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 3 ของโลก และเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพได้เปิดการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี 2563 ปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้น Pre-nursery จนถึง Years 13 (Senior School) สามารถรองรับนักเรียนได้ราวๆ 2,000 คน

คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์ (KingsQuare Residence) คอนโดมิเนียมระดับ Luxury ที่ก่อสร้างโดย “ไทย โอบายาชิ” (Thai Obayashi) สูง 52 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ 4 ไร่ จำนวนห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 222 ยูนิต มีห้องพักทั้งแบบ 1 Bedroom Plus, 2 Bedroom, 2 Bedroom Plus, 3 Bedroom, 3 Bedroom Plus, Duplex 3 Bedroom, 3 Bedroom Plus, Penthouse และ Duplex Penthouse ขนาดเริ่มต้น 60-344 ตร.ม. อยู่ติดกับโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ เดือนกรกฎาคม 2568 การก่อสร้างโดยรวมคืบหน้าไปแล้ว 37.6% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569

ดุสิต สวีท คิงสแควร์ กรุงเทพฯ (Dusit Suites KingsQuare Bangkok) อาคารสูง 28 ชั้น ประกอบไปด้วยเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ 94 ห้อง และโรงแรม 60 ห้อง โดยมี “โตคิว คอร์ปอเรชั่น” และ “ดุสิตธานี” เป็นพาร์ตเนอร์สำคัญ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2570

ล่าสุดเครือสหพัฒน์เดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้กับโครงการมิกซ์ยูสคิงสแควร์ ด้วยการเปิดตัว “คิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์” (KINGSQUARE Community Mall) พรีเมียมคอมมูนิตี้มอลล์แห่งแรกบนถนนพระราม 3 อย่างเป็นทางการ เพื่อเติมภาพมิกซ์ยูสคิงสแควร์ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

จักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการ บริษัท คิง สแควร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ประกอบธุรกิจการลงทุนในหุ้นบริษัทต่างๆ และการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ โดยเน้นการลงทุนใน 3 หมวดใหญ่ๆ ได้แก่ 1. Consumer Goods ลงทุนในธุรกิจสินค้าอุปโภค 2. ลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่น มาม่า ฟาร์มเฮ้าส์ และ 3. ลงทุนในธุรกิจการพัฒนาสวนอุตสาหกรรมซึ่งทำมาร่วม 40 ปี และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ รวมถึงโครงการคิงสแควร์มิกซ์ยูสแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

โครงการคิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ ถือเป็นโครงการคอมมูนิตี้มอลล์แห่งที่ 2 ของเครือสหพัฒน์ต่อจากเจปาร์ค ศรีราชา ซึ่งเปิดไปเมื่อ 10 ปีก่อน เกิดขึ้นจากความตั้งใจของเครือสหพัฒน์ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยในย่านพระราม 3 ใน 3 เขต ได้แก่ สาทร, ยานนาวา และบางคอแหลม โดยทั้ง 3 เขตมีประชากรรวมกันกว่า 250,000 คน และมีครัวเรือนอยู่กว่า 138,000 ครัวเรือน

นอกจากนั้น ยังพบว่าที่อยู่อาศัยที่เกิดขึ้นใหม่ในย่านพระราม 3 ยังมีราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์กว่า 5,000 ยูนิต อาทิ ‘วัน ริเวอร์ พระราม 3’ คอนโดมิเนียมหรู 33 ชั้น ที่บริษัท วัน เรียลเอสเตท จำกัด ร่วมทุนกับบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) พัฒนาขึ้น ราคาเริ่มต้นที่ 15 ล้านบาท, ไวด์เด็น บาย แสนสิริ ถนนนางลิ้นจี่ ราคา 8.9-49.9 ล้านบาท ขณะที่คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์ เริ่มต้นที่ 10 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าพระราม 3 เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีกำลังซื้อ เหมาะแก่การพัฒนาโครงการ

“ข้อมูลเมื่อ 4 ปีที่แล้วตอนสหพัฒน์เริ่มทำคอมมูนิตี้มอลล์ พบว่า ย่านพระราม 3 ที่อยู่อาศัยราคา 18-60 ล้าน มีถึง 292 ยูนิต แต่ถ้าย้อนไป 10 ปีก่อน มีอยู่เพียง 20-30 ยูนิตเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าพระราม 3 เป็นพื้นที่ที่มีกำลังซื้อและเติบโตเร็วมาก ซึ่งในย่านพระราม 3 ยังมีคอมมูนิตี้มอลล์ไม่มากนัก มีอยู่ประมาณ 4 แห่งเท่านั้น ยังมีโอกาสอยู่มาก”

สำหรับคิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ ถือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ระดับพรีเมียม ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพ เป็นอาคารสูง 5 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวม 23,000 ตร.ม. ภายในอาคารประกอบด้วยร้านค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Villa Market ซูเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 1,200 ตร.ม. ร้านผลิตภัณฑ์จากญี่ปุ่นสาขาแรกในไทย “Standard Products”, Samsung Business Experience Studio ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและเครื่องดื่ม อย่าง Hong Bao, Kaneko Hannosuke, Ginger Farm Kitchen, Thank You Cup, Unagi Yondaime Kikukawa รวมถึงร้านดังที่เปิดตัวครั้งแรกในไทยอย่าง Daishogun Burger แชมเปี้ยนเบอร์เกอร์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น, โรงเรียนกวดวิชา, โรงเรียนสอนกิจกรรม, คลินิกเสริมความงาม, ร้านแว่นตา, ร้านทำผม, ร้านทำเล็บ, ร้านเครื่องเขียน, Gym & Wellness Center ยิมขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สหพัฒน์สร้างขึ้นมาใหม่ และ Hall สำหรับจัดงานต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีร้านที่เตรียมเปิดให้บริการในช่วงปลายปี เช่น The Coffee Academics, Let’s Relax Spa เป็นต้น

“ร้านค้าที่เป็นของเครือสหพัฒน์ มีที่เป็นร้านข้าวหน้าเทมปุระ ข้าวหน้าปลาไหล และจะมีร้านใหม่เปิดที่น่าสนใจคือ Standard Products เป็นแบรนด์พรีเมียมของไดโซะซึ่งอยู่ในเครือสหพัฒน์ ซึ่งเขามีแบรนด์นี้มา 3-5 ปีแล้วที่ญี่ปุ่นราคาเริ่มต้นที่ 300 เยน หลักการของเขาคือขายของคล้ายๆ ไดโซะ แต่เป็นเวอร์ชันที่อัปเกรดขึ้นมา จะมาเปิดที่นี่เป็นที่แรกในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้”

จักรกฤษณ์เผยว่า ปัจจุบันคิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์ มีผู้เช่าพื้นที่แล้ว 99% คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการสมบูรณ์ 100% ในช่วงพฤศจิกายน 2568 ทั้งนี้ ตั้งเป้าในส่วนของ Hall จะมีผู้มาใช้พื้นที่ต่อเดือน 1-2 ครั้ง และคาดหวังรายได้จากค่าเช่าประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อเดือน หรือราวๆ ปีละ 50-60 ล้านบาท

“ธุรกิจรีเทลใช้เงินลงทุนสูง ผู้ที่เข้ามาเช่าพื้นที่ปกติสัญญา 3 ปี แต่เงินลงทุนที่เราลงไปไม่สามารถคืนทุนได้ใน 3 ปี สิ่งที่น่ากังวลคือ เขาอยู่ 3 ปีแล้วออกไป เราก็จะไม่มีค่าเช่าเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใหญ่เป็นห่วงคือ ทำอย่างไรให้ลูกค้าทั้งที่มาใช้บริการและลูกค้าที่เช่าพื้นที่เขาอยู่ได้ เลยเป็นที่มาของกิจกรรมหรือคูปองต่างๆ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ คนมาใช้สอยมากขึ้น ร้านค้าก็จะอยู่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผู้ใหญ่อยากให้เราทำให้ดีที่สุด สำหรับจำนวนคนมาใช้บริการตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 คนต่อวัน ซึ่งเท่าที่เปิดมาก็เป็นไปตามเป้าแล้ว”

จักรกฤษณ์มองว่าธุรกิจหลักของเครือสหพัฒน์คือการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับธุรกิจค้าปลีกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และลดความเสี่ยงจากการเป็นผู้ผลิตแบบเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้เครือสหพัฒน์ยังมีที่ดินในทำเลอื่นๆ ที่พร้อมจะพัฒนาอีกในอนาคต ทั้งที่ดินกว่า 100 ไร่ บริเวณสำนักงานใหญ่ ไอ.ซี.ซี. ที่ยังทำอะไรได้อีกมาก รวมถึงที่ดิน 17 ไร่ ใกล้กับโครงการคิงบริดจ์ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างวางแผนพัฒนา ที่ต้องรอลุ้นว่าจะออกมาในรูปแบบใด.