ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของไทย โดยมีสัดส่วนมากกว่า 90% ของธุรกิจทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และเป็นแหล่งการจ้างงานมากถึง 70%
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยโตต่ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 2%
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลต่อ SME ซึ่งมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ทั้งจากเศรษฐกิจที่โตต่ำ รายได้ลดลง หนี้เพิ่มมากขึ้น มาตรการช่วยยืดหนี้หายไป เกิดหนี้เสียที่ขยายตัวมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2564 และที่น่าเป็นห่วงคือการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ส่งผลให้ขาดสภาพคล่อง โดยพบว่าสินเชื่อ SME ลดลงตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2565 และติดลบมาตลอดจนถึงปัจจุบัน นั่นหมายความว่าธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ SME ลดลงเรื่อยๆ จนเกิดคำถามว่า SME ไทยไหวไหม? ท่ามกลางหนี้เสียท่วม เศรษฐกิจซบ และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้
ที่ผ่านมาเริ่มมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อช่วยพยุง SME ให้อยู่รอดได้ อย่างโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและ SME แต่สิ่งสำคัญในการช่วยให้ SME อยู่รอดได้ คือการสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง และในห้วงเวลาที่ธนาคารลดการปล่อยสินเชื่อเช่นนี้ การระดมทุนผ่าน “คราวด์ฟันดิง” (Crowdfunding) ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับ SME เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่จำกัดประเภทธุรกิจ อนุมัติไว
“คราวด์ฟันดิง” เป็นการระดมทุนเพื่อสนับสนุนธุรกิจ SME หรือสตาร์ทอัปในรูปแบบของการออกหุ้นกู้ โดยการระดมทุนจะทำผ่านคราวด์ฟันดิง แพลตฟอร์ม ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.)
สำหรับในเมืองไทยมี บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยีการเงินที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2561 เป็นผู้เล่นรายใหญ่ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 บริษัทฯ ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ในการให้บริการระบบ Funding Portal หรือ Crowdfunding Platform โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมตรงระหว่าง SME ที่มีศักยภาพ กับนักลงทุนที่มองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ด้วยการออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง (Crowdfunding) ให้กับ SME

“สภาพคล่องหนืด NPL สูง ธนาคารปล่อยสินเชื่อน้อยลงอย่างต่อเนื่อง นี่คือภาพปัจจุบันซึ่งเป็นภาพที่น่ากังวล อินเวสทรีเป็นนอนแบงก์ที่มีเป้าหมายเพื่อช่วย SME ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ หลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือข้อจำกัดด้านวงเงิน ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเท่าเทียม โดยอินเวสทรีมีหน้าที่ในการประเมินความเสี่ยงของบริษัท ดำเนินการออกหุ้นกู้ เสนอขาย จนถึงการชำระคืนค่าหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนเมื่อครบกำหนด เราเหมือนบริษัทหลักทรัพย์เล็กๆ เป็นคนกลางให้กับ SME เท่านั้น” ณัทสุดา พุกกะณะสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเวสทรี (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว
โดยคุณสมบัติของผู้ที่ขอออกหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงกับอินเวสทรี ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในรูปแบบ “บริษัทจำกัด” อย่างน้อย 1 ปี หรือ “บริษัทมหาชน” ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ต้องทำธุรกิจกับองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น บริษัทที่มีความมั่นคง บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทข้ามชาติ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานรัฐบาล และต้องผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและการพิจารณาเครดิตของอินเวสทรี ส่วนวิธีการระดมทุนตามแบบฉบับของคราวด์ฟันดิงจะซับซ้อนเพื่อลดข้อจำกัดทางการเงินและความยุ่งยาก ซึ่ง SME สามารถขอออกหุ้นกู้ได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
สำหรับนักลงทุนเอง หุ้นกู้คราวด์ฟันดิงก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนยุคใหม่ ที่เหมาะเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน เพราะมีหุ้นกู้ให้เลือกจากหลากหลายธุรกิจและอุตสาหกรรม และที่สำคัญที่สุด การลงทุนนี้ยังเป็นการมอบโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจ SME ที่มีศักยภาพแต่ขาดเงินทุนให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ซึ่งหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงจะถูกนำออกขายบน คราวด์ฟันดิง แพลตฟอร์ม เท่านั้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า การลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินต้นจากการลงทุน ดังนั้น นักลงทุนควรศึกษาและไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนลงทุน
“นักลงทุนที่ลงทุนกับเราต้องเป็นคนที่มีเงินเย็น เป็นเงินที่เอาไว้เสี่ยงได้ ที่สำคัญคือเขาต้องมีความต้องการที่จะช่วยเหลือ SME”
ด้าน วรกร สิริจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ อินเวสทรี ยังเผยสถิติการดำเนินงานตลอด 4 ปี นับจากได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ด้วยตัวเลขเติบโตต่อเนื่อง ยอดระดมทุนสะสมทะลุ 4.2 พันล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการไทยไปแล้วกว่า 120 ราย ผ่านดีลระดมทุนกว่า 2,000 ครั้ง โดยอินเวสทรีมีระยะเวลาระดมทุนเฉลี่ยเพียง 1 วัน และต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 12% ต่อปี (*ผลตอบแทนคิดจากค่าเฉลี่ยของหุ้นกู้ทั้งหมด ผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถยืนยันหรือค้ำประกันผลตอบแทนในอนาคตได้) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้จริงของ SME ไทยในช่วงที่สภาวะการเงินยังตึงตัว
“บทบาทของคราวด์ฟันดิงไม่ใช่แค่การระดมเงินทุน แต่คือการสร้าง ‘สาธารณูปโภคทางการเงิน’ ให้ SME ที่มีศักยภาพได้ขยับตัวทันเวลา ข้อสำคัญคือความโปร่งใสในการคัดกรองและติดตามผลหลังการระดมทุน ซึ่งช่วยให้ทั้งฝั่งผู้ออกหุ้นกู้และนักลงทุนทำงานร่วมกันได้อย่างมีวินัย”
ล่าสุดอินเวสทรียังได้รับใบอนุญาต “ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้” จาก ก.ล.ต. ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้กรอบบริหารความเสี่ยงของแพลตฟอร์มสมบูรณ์ขึ้น เพราะช่วยเชื่อมต่อการปกป้องสิทธิผู้ลงทุนตั้งแต่ขั้นตอนคัดกรองผู้ออกหุ้นกู้ การติดตามสัญญาณเตือน จนถึงการดำเนินการทางกฎหมาย โดยถือเป็นแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิงรายแรกในไทยที่ได้รับใบอนุญาตนี้
“นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ปลดล็อกให้เราสามารถเสนอขาย ‘หุ้นกู้คราวด์ฟันดิงมีหลักประกัน’ ได้เป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนโดยตรง ใบอนุญาตนี้จะยกระดับวินัยของผู้ออกตราสารหนี้ให้ปฏิบัติตาม และรักษามาตรฐานตามที่สัญญาไว้ ส่งผลให้ตลาดโดยรวมมีความเชื่อมั่นมากขึ้นและช่วยดึงดูดฐานนักลงทุนได้กว้างขึ้น” วรกรกล่าว พร้อมเสริมว่า ปัจจุบันอินเวสทรีมีพอร์ตหุ้นกู้ครบกำหนดและชำระคืนแล้ว 91% ผิดนัดชำระหนี้เพียง 2% และมีประวัติติดตามเรียกคืนหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ได้ 79%
วรกรทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า การขยายตัวของตลาดตราสารหนี้เอกชนสำหรับ SME จำเป็นต้องเดินคู่กับการพัฒนาระบบนิเวศให้ครบวงจร ทั้ง “ข้อมูล” และ “กลไกค้ำประกัน” เพื่อให้ทุนไหลไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพได้รวดเร็วขึ้น หากเครดิตบูโรสามารถนำข้อมูลทางเลือกมาใช้ประเมินความสามารถในการชำระเงิน เช่น ข้อมูลธุรกรรมจริงจากคู่ค้าหรือระบบดิจิทัล จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ดีแต่ไร้หลักฐานแบบเดิมเข้าถึงทุนได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันการขยายขอบเขตการค้ำประกันสินเชื่อให้ครอบคลุมหุ้นกู้ รวมถึงการมีกลไก ปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน และการทบทวนกฎเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ทางภาษี ให้เอื้อต่อการระดมทุนสำหรับ SME ก็จะเป็นการทำให้ต้นทุนทางการเงินของ SME เสถียรมากขึ้นในระยะยาว.
