วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > Airbnb เปิดเทรนด์ นทท. หลงเสน่ห์ท้องถิ่นไทย สร้างโอกาสท่องเที่ยวนอกเมืองใหญ่

Airbnb เปิดเทรนด์ นทท. หลงเสน่ห์ท้องถิ่นไทย สร้างโอกาสท่องเที่ยวนอกเมืองใหญ่

การท่องเที่ยว คือหนึ่งในเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจไทย และรายได้การท่องเที่ยวเคยมีสัดส่วนประมาณ 20% ของจีดีพี ก่อนการระบาดของโควิด-19 สำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในครึ่งแรกของปี 2568 หากนับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาไทยจนถึงวันที่ 13 กรกฎาคม อยู่ที่ 17.75 ล้านคน ลดลง 5.62%

โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นกลุ่มใหญ่ของไทยที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเป้าหมายเดิมที่เคยตั้งไว้ 11 ล้านคน ปัจจุบันเหลือเพียง 2.4 ล้านคนในครึ่งปีแรก สาเหตุหลักมาจากความรู้สึกไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน จากข่าวการถูกลักพาตัวผ่านพรมแดนไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน นักท่องเที่ยวจากมาเลเซียจึงกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งในศักราชนี้

“ผู้จัดการ 360 องศา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ อมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไปประจำอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Airbnb ที่มองว่าในแง่ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไทยยังคงครองอันดับผู้นำ แต่ควรรักษาความได้เปรียบและสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกและภูมิภาค

“Airbnb มีข้อมูลงานวิจัยจาก Oxford Economics1 ระบุว่าในปี 2024 นักท่องเที่ยวต่างชาติในไทยจอง Airbnb กว่า 90% เทียบเท่าระดับก่อนโควิด ที่น่าสนใจคือ ตลาดต้นทางของนักเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคิดเป็น 46% ของการจอง ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปเพิ่มขึ้นเป็น 29% และเพื่อคงความได้เปรียบนี้ ประเทศไทยควรเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องทั้งด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน และการสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความคาดหวังใหม่ๆ ของนักท่องเที่ยว”

หลังสถานการณ์โควิด พฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางได้เปลี่ยนแปลงไป ผู้บริหาร Airbnb ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า เพื่ออนาคตที่มั่นคงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไปโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความครอบคลุม และการขยายตลาด

“การขยายตลาดของนักท่องเที่ยวต้นทางให้หลากหลายจะช่วยลดการพึ่งพาภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้ Airbnb กำลังมองหาประสบการณ์ที่แท้จริงในท้องถิ่น นอกเหนือไปจากการไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวยังต้องการตัวเลือกที่พักที่หลากหลาย ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองแต่ละแห่งที่ไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นบ้านดั้งเดิมในชนบท หรือที่พักสร้างสรรค์ในเมืองใหญ่”

งานวิจัยจาก Oxford Economics1 ระบุว่า ปี 2567 นักเดินทางที่พัก Airbnb ในไทยใช้จ่ายรวมกว่า 73,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งค่าที่พักและค่าใช้จ่ายนอกที่พัก โดยเข้าพักเฉลี่ย 5 คืน และใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 4,400 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายนอกที่พัก เช่น ในทุกๆ 10,000 บาทที่ใช้จ่ายในไทย 2,800 บาท เป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม 2,400 บาทเป็นการชอปปิ้ง 2,200 บาทสำหรับศิลปะและความบันเทิง และอีก 1,300 บาท สำหรับของฝากและการเดินทาง

“นอกจากนี้ข้อมูลที่เห็นได้ชัดว่ากลุ่มลูกค้าที่พักกับ Airbnb มีการใช้จ่ายค่าที่พักในพื้นที่นอกเมืองใหญ่ ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า Airbnb สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไทยในตลาดท่องเที่ยวได้กว่า 72,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 110,000 ตำแหน่ง โดยการจ้างงานมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นนอกจังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่”

ประเด็นที่น่าสนใจและมีการถกเถียงกันเกี่ยวกับที่พักแบบบูติกและที่พักระยะสั้น โดยมีการเรียกร้องให้มีการปรับปรุงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อมันพรีท กล่าวว่า “Airbnb มุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อสร้างระบบที่เหมาะสมกับประเทศไทย พร้อมสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุง พ.ร.บ. โรงแรมเมื่อภูมิทัศน์การท่องเที่ยวไทยได้เปลี่ยนแปลงไป กฎหมายควรพัฒนาไปพร้อมกันเพื่อสะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้ให้บริการที่พักปัจจุบัน”

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในไทยมีทั้งที่เป็นคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน ล้วนแต่มีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ Airbnb ยังเป็นแพลตฟอร์มที่พักที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายเหล่านี้ได้ ด้วยโมเดลที่มีความยืดหยุ่น จึงยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ในทุกกลุ่ม

นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ตัวเลขการจองที่พักบนแพลตฟอร์ม Airbnbของนักเดินทางกลุ่มใหญ่ ตั้งแต่ 5คนขึ้นไป เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในระหว่างปี 2566-2567

“นักท่องเที่ยวยังต้องการตัวเลือกที่พักที่หลากหลายสะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองแต่ละแห่งที่ไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นบ้านดั้งเดิมในชนบท หรือที่พักสร้างสรรค์ในเมืองใหญ่

สำหรับตลาดประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทย เรายังเห็นความต้องการที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องทั้งจากตลาดระยะไกลและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2567 Airbnb พบว่าการเติบโตของการจองที่พักในอัตราเลขสองหลักจากประเทศฝรั่งเศส สเปน สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน เอเชียแปซิกยังคงเป็นภูมิภาคหลัก โดยจีน เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ติดอันดับทอป 10 ในปีนี้ และปี 2567 นักเดินทางจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และโอมาน มีการจองที่พักบนแพลตฟอร์ม Airbnb เพิ่มขึ้นมากกว่า 75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า” อมันพรีท บาจาจ อธิบาย

ข้อมูลจาก Airbnb ชี้ให้เห็นว่า แม้สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยจะยังไม่แน่นอนจากปัจจัยลบที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศ แต่ยังมีนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น นี่เป็นโอกาสที่ดีที่การท่องเที่ยวไทยหากจะหากลยุทธ์ที่ดีเพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่มใหม่มากขึ้น.