วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > New&Trend > เกาหลีใต้นำทีม 10 สตาร์ทอัพบุกตลาดท่องเที่ยวไทย ดัน Travel Tech ปูทางสู่หุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว

เกาหลีใต้นำทีม 10 สตาร์ทอัพบุกตลาดท่องเที่ยวไทย ดัน Travel Tech ปูทางสู่หุ้นส่วนธุรกิจระยะยาว

ศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี นำทีม 10 สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยว บุกตลาดท่องเที่ยวไทย ตั้งเป้าสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ สู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่

ศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Startup Center: KTSC) เปิดดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2567 นับเป็นแห่งที่ 3 ต่อจากสิงคโปร์และโตเกียว โดยพัฒนาบทบาทจากแพลตฟอร์ม soft-landing สำหรับสตาร์ทอัพเกาหลี ไปสู่การเป็น “ตัวกลางขับเคลื่อนความร่วมมือทางธุรกิจ” ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเกาหลีกับภาคธุรกิจไทยในหลายมิติ มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการขยายตลาดของสตาร์ทอัพท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีนวัตกรรมด้านแพลตฟอร์มท่องเที่ยว, คอนเทนต์เสมือนจริง และ AI ตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจ การวิจัยตลาด และการทดลองใช้เทคโนโลยี (PoC) โดยมุ่งหวังให้เกิดการปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดไทย ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านข้อกฎหมายและกระบวนการจัดตั้งธุรกิจในประเทศไทย

นายยัง คยองซู รองประธานบริหาร สายงานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization: KTO) กล่าวว่า “เรามองประเทศไทยไม่ใช่แค่ฐานตลาด แต่คือพาร์ตเนอร์ระดับภูมิภาคที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน ธุรกิจไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการให้บริการ ขณะที่เกาหลีมีจุดแข็งด้านนวัตกรรม หากเราสามารถเชื่อมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว เราจะเป็นผู้เล่นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้เปรียบในตลาดท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ให้การสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพศักยภาพสูงเหล่านี้ผ่านทาง KTSC”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนเกาหลีกว่า 180,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาประสบการณ์ด้านความงาม สุขภาพ และการท่องเที่ยวเฉพาะทางที่เกาหลีมีความได้เปรียบเชิงคุณภาพ

ล่าสุด KTSC นำ 10 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีการท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ ร่วมโชว์ศักยภาพบนเวที KTSC Demo Day 2025 ซึ่งจัดโดยศูนย์ส่งเสริมสตาร์ทอัพการท่องเที่ยวเกาหลี ภายในงาน Techsauce Global Summit 2025 โดยมีเป้าหมายจับมือภาคธุรกิจไทย สู่การลงทุนด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว และต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ขณะเดียวกันหลายรายก็ได้เริ่มเปิดการเจรจาและเตรียมพัฒนาโครงการร่วมกับผู้ประกอบการในไทยแล้วเช่นกัน

งาน Demo Day ครั้งนี้นับเป็นเวทีเปิดตัวครั้งแรกของสตาร์ทอัพเกาหลีในประเทศไทย ภายหลังการเปิดตัว KTSC กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ การลงนาม MOU ระหว่าง KTO และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมท่องเที่ยวในระดับทวิภาคีผลักดันการพัฒนา Travel Tech อย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมร่วม เช่น โครงการ Travel Tech

โดยส่วนหนึ่งของสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมในงานครั้งนี้ ประกอบด้วย

1. DOWHAT ดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์ม ‘DOWHAT’ ระบบบริหารจัดการโรงแรมแบบครบวงจร ที่ช่วยรวมการจัดการลูกค้าและผู้ดูแลโรงแรมไว้ในที่เดียว พร้อมระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยมีประวัติความร่วมมือกับผู้ให้บริการ PMS (ระบบจัดการโรงแรม) และบริษัททางด้าน IoT ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

2. Lala Station ให้บริการแพลตฟอร์มไลฟ์คอมเมิร์ซบน OTA ที่รองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์หลายภาษา ด้วยระบบ SaaS ล่าสุดได้ร่วมทุนกับเครือสหพัฒน์ ในไทย เพื่อขยายการให้บริการและรุกตลาดในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง

3. Healing Paper เปิดตัวแอปพลิเคชันภาษาไทย ‘UNNI (강남언니)’ แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวเชิงความงามและการแพทย์จากเกาหลีใต้ ที่ให้ข้อมูลด้านศัลยกรรมและการรักษา รวมทั้งเชื่อมต่อผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับโรงพยาบาลในเกาหลี เป็นสะพานสำคัญในการเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระหว่างไทยและเกาหลีใต้

4. Seoul Unniedeul (Star Secret Korea) ดำเนินแพลตฟอร์มทัวร์คอมเมิร์ซที่ผสมผสานประสบการณ์ K-Beauty และสไตล์แฟชั่น มุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคผู้หญิงในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนำเสนอกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดเป้าหมายอย่างตรงจุด

5. Nanugi World อยู่ในระหว่างดำเนินการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบางพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ‘Churros Edu Trip’ ที่ให้บริการท่องเที่ยวเชิงการศึกษาเชื่อมโยงกับการศึกษาต่อในต่างประเทศ สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ควบคู่กับการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่

ปัจจุบัน KTSC  มี 12 บริษัทเข้าร่วมโครงการ โดย 2 ราย ได้แก่ Lala Station และ Seoul Unniedeul (Star Secret Korea) ได้จดทะเบียนบริษัทในไทยแล้ว และมีความร่วมมือมากกว่า 16 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

สตาร์ทอัพอย่าง Gadget Korea, Healing Paper (GangnamUnni) และ Star Secret Korea ต่างอยู่ระหว่างการขยายธุรกิจ โดยมี KTSC ทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยโดยตรง ปัจจุบัน Healing Paper มีผู้ใช้งานจากไทยกว่า 2,000 รายต่อเดือน ขณะที่ Star Secret Korea เตรียมเปิดตัวสินค้า K-beauty กว่า 300 รายการที่ออกแบบเฉพาะสำหรับตลาดไทย

ขณะเดียวกัน GroundK ผู้ให้บริการโซลูชันการเดินทางครบวงจรสำหรับลูกค้าองค์กร ทั้งในด้านพัฒนาซอฟต์แวร์ Mobility และบริการท่องเที่ยว ได้จับมือกับ The Trago แพลตฟอร์มจองตั๋วเรือและเรือเฟอร์รี่ออนไลน์ของไทย ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงจากการสนับสนุนของ KTSC ตลอดปีที่ผ่านมา

นายยัง คยองซู กล่าวทิ้งท้ายด้วยมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ว่า “ถ้าการท่องเที่ยวจะอยู่รอดในเศรษฐกิจแบบนี้ เราต้องเปลี่ยนเกม ไม่ใช่แค่เพิ่มงบโฆษณาหรือทำโปรโมชั่น แต่ต้องยกระดับ ‘ระบบ’ ที่รองรับการเดินทางจริง ๆ และถ้าใครยังมองว่าดิจิทัลเป็นแค่เครื่องมือ ก็อาจพลาดทั้งโอกาสและตลาด เราไม่ได้มองว่าไทยเป็นแค่ตลาดปลายทาง แต่เรามองว่าไทยคือพาร์ตเนอร์ที่กล้าทดลอง กล้าปรับ และพร้อมเติบโตไปกับเราในสนามที่ยังเปิดกว้าง”

โดยองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีเผยข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว วัยรุ่น คู่รัก วัยทำงาน โดยมีพฤติกรรมท่องเที่ยวดังนี้

– เดินทางด้วยตัวเอง (individual traveler / FIT)

– เน้นคุณภาพบริการเฉพาะด้าน เช่น Medical Wellness / K-beauty / คลินิกศัลยกรรม

– วางแผนล่วงหน้า ใช้แพลตฟอร์มจองออนไลน์-เปรียบเทียบราคา

– เที่ยวเชิงลึกในย่านใหม่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวกระแสหลัก

– สื่อสารผ่านแอปฯ แปลภาษา / ใช้ eSIM เพื่อความสะดวก

จุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยในเกาหลี

อันดับแรกยังคงเป็น “โซล” เน้นช็อปปิ้ง คลินิกความงาม (กังนัม), คาเฟ่-สตรีทแฟชั่น, พิพิธภัณฑ์ K-culture

“ปูซาน” ท่องเที่ยวริมทะเล ศิลปวัฒนธรรม

“คยองกี–อินชอน” เช่น สวนสนุก สกีรีสอร์ท โรงเรียนสอนภาษา

“เชจู”  Wellness retreat, farm stay, กิจกรรมกลางแจ้ง

นอกจากนี้ยังมีการเที่ยวเมืองรอง เช่น แทกู คยองจู เรียนทำอาหาร, เรียนภาษ, เทศกาลกินไก่กับเบียร์ ในฤดูร้อน, ซอลลานัมโด (전라남도 / Jeollanam-do) จังหวัดทางตอนใต้ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งทะเล ภูเขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม Wellness จึงเริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวไทยสาย Slow Travel และเดินทางด้วยตัวเอง

ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยต่อทริป

ประมาณการค่าใช้จ่าย 30,000 – 50,000 บาท/คน/ทริป โดยระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย 5 วัน

ทั้งนี้ตั้งเป้าตัวเลขคนไทยเดินทางไปเที่ยวเกาหลีสิ้นปี 2568 ไว้ที่ 360,000 คน