วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > เอกา โกลบอล สู้ภาษีทรัมป์ หาโอกาสในตะวันออกกลาง

เอกา โกลบอล สู้ภาษีทรัมป์ หาโอกาสในตะวันออกกลาง

อินเดียถูกคาดการณ์ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้ผ่านระดับต่ำสุดไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ภาวะฟื้นตัว ด้วยแรงหนุนจากนโยบายการเงินเป็นหลัก และนโยบายการคลัง

นอกจากนี้ การวางตัวอย่างนี้ช่วยหนุนให้อินเดียเป็นประเทศเนื้อหอมในสายตาต่างชาติ ลดผลกระทบสงครามการค้า

ซึ่งอินเดียไม่ได้เป็นประเทศที่มีรายได้หลักจากการส่งออกสินค้า (ส่งออกยารักษาโรค แต่ไม่ได้รับผลกระทบเชิงลบ) แถมยังเด่นด้านการส่งออกบริการมากกว่าด้วยซ้ำ โดยเฉพาะบุคลากรสายเทคโนโลยีเป็นปัจจัยแรกที่ช่วยให้ประเทศอินเดียได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่จำกัด

การวางตัวทางการทูตกับประเทศมหาอำนาจ และการอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรมไปเป็นอุตสาหกรรม กลับกลายเป็นสิ่งที่ช่วยหนุนให้อินเดียอาจรับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตในอนาคต เพื่อเลี่ยงผลจากสงครามการค้า

ข้อมูลจาก State of the Economy ฉบับเดือนมิถุนายน 2568 ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ระบุว่า เศรษฐกิจอินเดียยังคงความยืดหยุ่นและมั่นคงแม้อยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

GDP ของอินเดียในไตรมาส 4 ปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 6.5 และคาดกันว่าปีงบประมาณ 2568-2569 เศรษฐกิจอินเดียจะอยู่ที่อัตราร้อยละ 6.4 และจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 6.7 ในปีงบประมาณ 2569-2570

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องพิจารณาหากจะลงทุนในอินเดีย อาจจะมีปัจจัยภายนอก เช่น กำแพงภาษี ปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ภาพรวมของเศรษฐกิจอินเดียยังแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากภาคเกษตร อุตสาหกรรมและบริการ

ชัยวัฒน์ นันทิรุจ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปลงทุนตั้งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารในอินเดียตั้งแต่ปี 2562 มองว่าตลาดอินเดียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“นับตั้งแต่ที่เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานที่เมืองปูเน ประเทศอินเดีย เพราะเรามองเห็นศักยภาพของตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ดูได้จากการเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ด้วยกำลังการผลิต 300 ล้านชิ้นต่อปี เมื่อปลายปี 2567 ภาพรวมของตลาดอินเดียคือ เป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 30-40% ต่อปี และเอกา โกลบอลเองในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 50% ทำให้คาดการณ์ว่า ยอดขายในอินเดียทั้งปี 2568 น่าจะสูงกว่า 400 ล้านบาท” ชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด ให้ข้อมูล

ขณะที่เป้าหมายในระยะยาว 3-5 ปี ชัยวัฒน์ตั้งเป้าหมายว่า เอกา โกลบอล จะต้องขยายฐานลูกค้าในอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 800 ราย จากปัจจุบันมีลูกค่าอยู่ประมาณ 300 กว่าราย ส่วนการลงทุนเพิ่มเติมจะพิจารณาตามสถานการณ์และสภาวะเศรษฐกิจ โดยโรงงานปัจจุบันมีพื้นที่ที่สร้างเผื่อไว้สำหรับการขยายไลน์ผลิตในอนาคตแล้ว

นโยบายภาษีทรัมป์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุน เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องวิเคราะห์ตลาดและประเมินสถานการณ์อยู่ตลอด

ด้านผู้บริหารเอกา โกลบอล ประเมินว่า “ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตลาด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วนสูงกว่าครึ่งของจีดีพี และมีสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ กว่า 20-30% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ส่วนกลุ่มลูกค้าของเอกา โกลบอล มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ กว่า 70%

และจากการพูดคุยกับกลุ่มลูกค้า พบว่าผลกระทบนี้อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากอัตราภาษีของไทยจบลงที่ 35-36%  คาดการณ์เบื้องต้นจะทำให้ยอดขายมีโอกาสลดลงไม่ต่ำกว่า 10-15% ซึ่งไทยจะเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านเพราะสัดส่วนภาษีสูงกว่า ทำให้แข่งขันได้ยาก”

ชัยวัฒน์เสริมว่า เอกา โกลบอล และกลุ่มลูกค้ายังคงเฝ้าติดตามและรอให้การเจรจาภาษี ทรัมป์ ของแต่ละประเทศนิ่งและได้ตัวเลขอัตราภาษีสุดท้ายก่อน เพื่อปรับกลยุทธ์และเตรียมโซลูชันไว้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ขณะที่ชัยวัฒน์ตั้งเป้าหมายการเติบโตของปีนี้ไว้ที่ 1,400 ล้านบาท แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ด้านนโยบายภาษีทรัมป์ “เราตั้งเป้าการเติบโตด้านยอดขายรวมทั้งปีเอาไว้ที่ 1,400 ล้านบาท แม้ว่าภาพรวมยอดขายครึ่งปีแรกยังคงเติบโตได้ดีตามเป้ากว่า 10-15% จากปีก่อน แต่ด้วยสถานการณ์สงครามภาษีของทรัมป์ที่ยังไม่สิ้นสุด ทำให้ยังมองภาพได้ไม่ชัดเจนนัก อาจมีการพิจารณาลดเป้าลงตามสถานการณ์”

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาว สำหรับเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน “มุมมองในระยะสั้น 3 เดือนนี้ ผลกระทบจากภาษีทรัมป์จะยังไม่ส่งผลต่อยอดขายโดยตรง เนื่องจากภาษีทรัมป์เป็นเรื่องที่ทุกประเทศได้รับผลกระทบ ขณะที่ เอกา โกลบอล จะมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า โดยกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน (Ready-To-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ที่เน้นบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมสูง ทำให้การปรับเปลี่ยนคำสั่งสินค้าไปประเทศใหม่เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก

เอกา โกลบอล จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะสั้นๆ 2-3 เดือน ไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องภาษีทรัมป์ หลังจากนั้นในระยะยาว บริษัทฯ จะประเมินและวางแผนรับมือร่วมกับกลุ่มลูกค้าอีกครั้งว่าจะมีการปรับกลยุทธ์การส่งออกไปยังสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ อย่างไร”

การมองหาตลาดใหม่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการแทบจะทุกอุตสาหกรรมต้องพิจารณา เพราะนั่นหมายความถึงทางรอดของธุรกิจในภาวการณ์ที่สหรัฐฯ สร้างความโกลาหลทางเศรษฐกิจต่อนานาประเทศ

“ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เผชิญหน้ากับความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากสงครามภาษีของทรัมป์ บริษัทฯ เตรียมลุยทำการตลาดในประเทศอินเดียมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสขยายตัวได้ดี ตลาดอินเดียแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นภาษีของทรัมป์ เนื่องจากอินเดียเน้นการขายภายในประเทศเป็นหลักกว่า 80% ซึ่งทำให้บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงในส่วนนี้ แต่เรายังมองหาโอกาสการขยายตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก เพราะการส่งออกจากอินเดียไปตะวันออกกลางจะไม่มีภาษี โดยบริษัทฯ ได้เริ่มศึกษาตลาดนี้แล้ว และคาดว่าหากสำเร็จจะสามารถเข้าสู่ตลาดได้ภายใน 2-3 ปี” ชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย.