วันเสาร์, มิถุนายน 20, 2026
Home > Cover Story > กาแฟพิเศษ คือ Small Luxury กาเฟอีน แรงขับสู่ความยั่งยืน

กาแฟพิเศษ คือ Small Luxury กาเฟอีน แรงขับสู่ความยั่งยืน

กาแฟ เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนที่คนไทยแทบจะขาดไม่ได้ ดื่มได้ทุกเวลา ทั้งร้อน เย็น จากข้อมูลการบริโภคกาแฟสำหรับคนไทยเฉลี่ย 1.7 แก้วต่อคนต่อวัน และการเติบโตของธุรกิจกาแฟทั้งระบบ ร้านกาแฟที่มีอยู่ทุกตรอก ทุกซอย รวมไปถึงมูลค่ารวมของตลาดกาแฟไทยที่สูงหลายหมื่นล้านบาท นี่เป็นเครื่องชี้วัดความนิยมการดื่มกาแฟของคนไทยได้เป็นอย่างดี

วิวัฒนาการการดื่มกาแฟที่เริ่มจากการชงกับน้ำร้อนแบบง่ายๆ กาแฟชงพร้อมดื่มสำเร็จรูป กาแฟแคปซูล จนมาถึงการคั่วบดและดริปกาแฟดื่มเอง สิ่งที่เติบโตควบคู่ไปกับวิวัฒนาการการดื่มกาแฟคือ พัฒนาการของเมล็ดกาแฟ ที่ถูกบ่มเพาะอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การแปรรูป การคั่ว จนถึงการชง  คำนิยามที่ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในแวดวงกาแฟ เจ้าของเพจ ZMITHให้ไว้ น่าจะสื่อความหมายของกาแฟพิเศษได้เป็นอย่างดี “กาแฟดี ไม่จำเป็นต้อง Special แต่กาแฟ Specialty จำเป็นต้องดีเป็นพิเศษ”

งาน Thailand Coffee Fest 2025 เทศกาลกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 10-13 กรกฎาคม 2568 ทำให้ “ผู้จัดการ 360 องศา” มีโอกาสได้พูดคุยกับ ณัฎฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย ถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการกาแฟในปัจจุบัน

“10 ปีของวงการกาแฟพิเศษไทยเปลี่ยนไปอย่างมาก กาแฟพิเศษเริ่มมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทุกคนที่อยู่ในแวดวงมีการอัปเกรดตัวเองไปสู่การมีคุณภาพ จากคอมมูนิตี้เล็กๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เมื่อก่อนยังไม่มีความชัดเจนขนาดนี้ จากล้าหลัง ตอนนี้เรากลายมาเป็นผู้นำในโซน South-East Asia แต่ 10ปีนี้เราต้องหาจุดยืนในวงการกาแฟโลก สิ่งที่คนมักจะลืมคือ เราจะคิดว่าต้องปรับตัวตามโลก แต่เรานี่แหละคือส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง”

การเติบโตของกาแฟพิเศษไม่ใช่แค่มีการจัดงานกาแฟต่อเนื่องทุกปีเท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือการขยายตัวของนักดื่ม ร้านกาแฟพิเศษที่เพิ่มขึ้น จนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านตัวเลขมูลค่าตลาดกาแฟพิเศษที่กินสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าย้อนกลับไปตอนที่สมาคมเริ่มจัดงานกาแฟครั้งแรก เรามีเป้าหมายที่จะเป็นเวทีสำหรับเกษตรกรที่จะได้โชว์ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ จากตอนนั้นที่เรามีสัดส่วนของตลาดกาแฟรวมอยู่แค่ 5% มูลค่ารวมของตลาดกาแฟ 65,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันในแง่มูลค่ากาแฟพิเศษเพิ่มขึ้น 40-50% หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท”

นอกจากเทรนด์การเติบโตของแนวคิดของผู้บริโภคที่พร้อมให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานหรือองค์กร ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ตัวเร่งสำคัญที่ช่วยให้มูลค่ากาแฟพิเศษเติบโต ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่นายกสมาคมกาแฟพิเศษขยายความว่า “การดื่มกาแฟทุกวันนี้กลายเป็นวัฒนธรรมการดื่ม ซึ่งเชื่อมโยงไปกับคอมมูนิตี้ได้ง่าย ต้องบอกว่ากาแฟเป็นสิ่งแรกที่หากมีความแตกต่าง จะทำให้คนอยากลอง และคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวกับเทรนด์ Sustain รวมถึงองค์กรใหญ่ๆ ระดับโลก”

“กาแฟเป็นหนึ่งในความสุนทรีที่เข้าถึงง่าย และหากผสมเข้ากับดนตรี จะช่วยแยกเราออกมาจากโลกที่วุ่นวาย นี่เป็นเทรนด์ที่ไม่ใช่ความฉาบฉวย หรือหากจะบอกว่า กาแฟพิเศษ เป็น Small Luxury ก็คงไม่ผิด เป็นความหรูหราที่เข้าถึงง่าย จับต้องได้ ในราคาที่ไม่แพงมาก” ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด ผู้จัดงาน Thailand Coffee Fest ขยายความ

การเติบโตของกาแฟพิเศษแบบก้าวกระโดด เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่แม้ว่าด้วยมูลค่าของกาแฟพิเศษที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้เกษตรกรและผู้คนในแวดวงยิ้มได้ แต่ยังสร้างความกังวลไม่น้อยเมื่อ ณัฏฐ์รดามองว่า การเติบโตด้วยความรวดเร็วนั้นอาจทำให้กาแฟพิเศษไทยเข้าสู่ยุคฟองสบู่

“บางครั้งการที่วงการกาแฟพิเศษไทยโตเร็วไป ก็สร้างความกังวล เพราะอะไรที่โตเร็วเกินไปอาจจะไม่มีความยั่งยืน เป้าประสงค์แรกคือ เราไม่ควรพัฒนากาแฟในเชิงปริมาณ ด้วยภูมิศาสตร์ของประเทศที่จำกัดเมื่อเทียบกับประเทศที่ปลูกกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจ เช่น โคลอมเบีย บราซิล ดังนั้น เราจึงมองว่า กาแฟพิเศษไทยควรพัฒนาที่คุณภาพ นี่เป็นหมุดหมายแรกที่เกษตรกรไทยต้องพัฒนา และการพัฒนาตั้งแต่จุดเริ่มต้นจะทำให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืน

ในขณะที่เราต้องแนะนำวิธีการจัดการ เพราะเราอยากให้การเติบโตของกาแฟพิเศษเป็นสิ่งที่ยั่งยืน มูลค่าไม่สูงเกินกว่าคุณค่ามากจนเกินไป และเรื่องราวความพิเศษของกาแฟนั้นช่วยได้ กาแฟพิเศษคือ กาแฟที่ดี ดีในแง่มูลค่า คุณค่า ดีต่อโลก ดีต่อเรา ดีต่อทุกชีวิตที่อยู่ในวงจรของกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ คือ เกษตรกร ป่าไม้ สังคม ชุมชน คนส่ง” ณัฏฐ์รดา อธิบาย

“แง่งามของกาแฟพิเศษ คือคุณค่าที่กาแฟแก้วนั้นส่งต่อให้ ไม่ใช่แค่กาเฟอีนที่ปลุกให้คนดื่มได้ตื่น สดชื่น แต่ต้องลุ่มลึกไปถึงว่า กาแฟแก้วนี้ได้ส่งมอบอะไรดีๆ ให้แก่สังคมไทยได้บ้าง”  ช้างน้อย กล่าวเสริม

กาแฟพิเศษ เป็นคำตอบของการฟื้นฟูป่าและการพัฒนาชุมชน กาแฟพิเศษไม่ใช่แค่สินค้าทางการเกษตร แต่เป็นคุณค่าที่เกิดจากระบบความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ทั้งผู้ปลูก คนคั่ว คนเสิร์ฟ นักดื่มกาแฟ หลายพื้นที่ต้นน้ำในประเทศไทยเคยผ่านการเผาป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัจจุบันพื้นที่เหล่านั้นกลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟพิเศษที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรขายได้ราคาดีกว่าเดิมหลายเท่า และที่สำคัญคือ ไม่ต้องทำลายป่าอีกต่อไป การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาของป่า ทำให้ป่ายังคงสมบูรณ์ ระบบนิเวศได้ฟื้นฟูตัวเอง

“คุณค่าที่แท้จริงของกาแฟพิเศษอยู่ที่ความเข้าใจ และความเชื่อมโยงผู้คนทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่เริ่มเข้าใจรสนิยมของผู้บริโภค ร้านกาแฟที่หันมาให้ความสำคัญกับแหล่งที่มา หรือผู้บริโภคที่อยากรู้ว่าเบื้องหลังเมล็ดกาแฟคือใคร Thailand Coffee Fest จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมจิ๊กซอว์เหล่านี้เข้าด้วยกันจนเกิดเป็น ecosystem ที่แข็งแรง มีเป้าหมายร่วมกันคือกาแฟที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

“งาน Thailand Coffee Fest ไม่ได้มีเป้าหมายเช่นงานเทรดแฟร์อื่นๆ ที่เป็นสื่อกลางระหว่างเกษตรกร ผู้ขาย และผู้ซื้อมาเจอกันเท่านั้น แต่นี่เป็นงานที่มีปลายทางสำคัญอยู่ที่นำส่งเรื่องราวการเติบโตของกาแฟพิเศษนั้นๆ ไปสู่ผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคเป็นบุคคลสำคัญต่ออุตสาหกรรมกาแฟพิเศษ”

การเปลี่ยนแปลงทางตัวเลขมูลค่าของกาแฟพิเศษที่กินสัดส่วนเกือบ 50% ของมูลค่ารวมของตลาดกาแฟ ชี้ให้เห็นว่าตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผู้คนในแวดวงกาแฟพิเศษล้วนแต่มีส่วนสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

“จากเป้าหมายเดียวคือการยกระดับคุณภาพกาแฟไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ เราได้พิสูจน์แล้วว่า กาแฟไทยมีศักยภาพไม่แพ้ใครในโลก ทั้งในแง่คุณภาพ ความยั่งยืน และสร้างคุณค่าร่วมในชุมชน 10 ปีแรกเราได้เรียนรู้และลงมือทำร่วมกัน แต่ 10 ปีถัดไปเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบให้กาแฟไทยกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง ปัจจุบันประเทศไทยถูกมองว่า เป็น Rising Star เป็นฮับสำคัญในอุตสาหกรรมกาแฟพิเศษที่มีคุณภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และต่อไปจะก้าวขึ้นไปในระดับเอเชีย” ณัฏฐ์รดา ทิ้งท้าย.