วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Home > Cover Story > รพ. จักษุกรุงเทพ ชูเทคโนโลยี ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาไร้ใบมีด

รพ. จักษุกรุงเทพ ชูเทคโนโลยี ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาไร้ใบมีด

เมื่อถึงช่วงอายุ 40+ สายตายาวจะเริ่มเข้ามาเป็นอุปสรรคในการมองเห็น ตัวเลือกแรกของคนทั่วไปคือการใส่แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่พัฒนาแบบก้าวกระโดด ทำให้มีอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลสุขภาพดวงตา

ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยในปี 2567 ประเทศไทยมีประชากรอายุ  60 ปีขึ้นไปกว่า 13.2 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 20% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะเดียวกันภาวะสายตายาวตามวัย ซึ่งเป็นภาวะที่เลนส์ตาสูญเสียความยืดหยุ่นตามอายุ ทำให้การมองเห็นในระยะใกล้ไม่ชัด กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่พบได้มากเมื่ออายุเข้าสู่วัย 48 ปีขึ้นไป

เทรนด์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในปัจจุบันเริ่มขยายตัวทั้งในมิติของประชาชนที่ใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากขึ้น จากการเลือกอาหารสำหรับการบริโภค ออกกำลังกาย ขณะที่ด้านการแพทย์เริ่มผนวก Wellness เข้ากับการรักษามากขึ้น เพราะเป็นการป้องกัน ดูแลสุขภาพในระยะยาว

แน่นอนว่าการรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาก็เป็นไปในทิศทางที่ไม่แตกต่างกัน รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า การตรวจสุขภาพประจำปีในปัจจุบัน องค์กร หน่วยงานเอกชนเริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจดวงตามากขึ้น โดยบรรจุเข้าไปเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการสำหรับพนักงาน

เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถตรวจหาความเป็นไปได้ หรือความเสี่ยงที่จะเกิดโรคที่เกี่ยวกับดวงตาได้

“Wellness ด้านดวงตา ทำอะไรได้บ้าง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นมองเห็นชัดเจนขึ้นทำให้ไม่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ ทำงานในบางอาชีพได้ เช่น นักบิน แอร์โฮสเตส ที่อาจจะไม่สะดวกหากต้องใส่คอนแทคเลนส์หรือแว่นสายตา ต้องบอกว่าโรคเกี่ยวกับดวงตา ปัจจุบันคนเป็นกันเยอะขึ้นตามความเสื่อมของร่างกาย และต้อหิน บางคนมีอยู่ในยีนส์ หากคนในครอบครัวเป็นก็มีโอกาสที่จะเป็น ปัจจุบันเราสามารถตรวจหายีนส์ความเสี่ยงนี้ได้แล้ว รวมไปถึงการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม เป็นส่วนที่ปลูกถ่ายแล้วได้ผลดีที่สุดในบรรดาอวัยวะทั้งหมด เพราะสามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต ไม่เสื่อมสภาพ”

ล่าสุด โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นการปฏิวัติการแก้ไขผู้มีปัญหาสายตายาว ซึ่งจะเป็นการผ่าตัดโดยไร้ใบมีด เป็นที่แรกที่สามารถทำได้ด้วยเทคนิคนี้ รศ.นพ.อนันต์ ให้ข้อมูลว่า

“ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการแก้ไขสายตายาวตามวัยแบบไร้ใบมีด หรือ No-Blade RLE (No-Blade Refractive Lenx Exchange) คือการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาโดยไม่ใช้ใบมีด แต่จะใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ที่สามารถเปิดแผลขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา นี่เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัดเป็นธรรมชาติ และเพิ่มความแม่นยำในการจัดวางเทคโนโลยีเลนส์แก้วตาเทียมชนิดหลายระยะ (Multifocal Intraocular Lens: Multifocal IOL) เลนส์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการมองเห็นได้ครบทุกระยะ ทั้งไกล กลาง และใกล้” รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี อธิบาย

No-Blade RLE เป็นเทคโนโลยีคืนความคมชัดให้ดวงตาที่ศูนย์รักษาสายตา LASERVISION ของโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพเลือกใช้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสายตาด้วยการทำเลสิกได้ จากเงื่อนไขสุขภาพของดวงตา เช่น ผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาแห้ง หรือมีปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียงที่คงที่แล้ว

รศ.นพ.อนันต์ พูดถึงข้อดีของเทคโนโลยีการผ่านตัดนี้ว่า “การผ่าตัดรูปแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลิกพึ่งแว่นตาในชีวิตประจำวัน เพื่อความสะดวกในการอ่านหนังสือ การทำงานนอกสถานที่ มีข้อดีคือ 1. ปลอดภัยสูงทุกขั้นตอน มีการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ AI 2. ฟื้นตัวเร็ว ลดระยะเวลาหยุดงานหรือกิจกรรม และ 3. ลดการพึ่งพาแว่นตา เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ศูนย์รักษาสายตา LASERVISION at Bangkok Eye Hospital เป็นศูนย์เลสิกแห่งแรกของไทยที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐาน AACI ซึ่งเป็นมาตรฐานการการันตีระดับสากล “ทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางที่มากไปด้วยประสบการณ์ ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลดีที่สุด โดยจะมีขั้นตอนการตรวจประเมินสายตา และสุขภาพตาอย่างละเอียด จากนั้นจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการจะเลือกเลนส์เทียมที่เหมาะสมกับดวงตาคนไข้มากที่สุด แล้วจึงค่อยเข้าสู่ขั้นตอนการผ่าตัดด้วยเลเซอร์แบบไร้ใบมีด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีต่อข้าง

“การแก้ไขสายตายาวตามวัยด้วยเทคโนโลยี No-Blade RLE ไม่ใช่แค่การรักษาสายตาให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่คือการมอบอิสรภาพ ความมั่นใจ และศักยภาพในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ให้แก่ผู้ป่วยทุกคน เราจึงไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ยุคสมัย ทั้งด้านความปลอดภัย ความแม่นยำ และคุณภาพในการมองเห็น เพื่อให้ผู้ป่วยของเราได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะกลุ่มวัย 48 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงของสายตา” รศ.นพ.อนันต์ ขยายความ

อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ยังเผยหลังการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่นี้ว่า น่าจะช่วยผลักดันให้การเติบโตทางธุรกิจได้มากขึ้น “ปัจจุบันผู้ใช้บริการของเราเป็นคนไทย 80% ต่างชาติ 20% (รวม Expat) เราตั้งเป้าการเติบโตด้าน Wellness คือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันไว้ 100%”.