Home > พรภัสรา เอกกุล

อัพเดทความคืบหน้า SeaChange® 2030 หนึ่งทศวรรษภารกิจรักษ์โลกของไทยยูเนี่ยน

อาหารทะเลถือเป็นแหล่งโปรตีนหลักของประชากรกว่า 3,100 ล้านคนทั่วโลก อุตสาหกรรมอาหารทะเลจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อโภชนาการ ชีวิตความเป็นอยู่ และความมั่นคงทางอาหารในระดับโลก แต่ท่ามกลางอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ปัญหาการทำประมงเกินขนาด นั่นทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารทะเลก็ทวีความสำคัญมากขึ้นด้วยเช่นกัน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - Thai Union เริ่มขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange® มาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อประกาศเจตนารมณ์และพันธกิจด้านความยั่งยืน ก่อนจะต่อยอดเป็นแผนเชิงกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ซึ่งเป็นกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับองค์กร โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 42% ภายในปี 2030 พร้อมเป้าพันธกิจ 11 ข้อที่ครอบคลุมทั้งด้านแรงงาน โภชนาการ ระบบนิเวศ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ไม่เพียงช่วยยกระดับความความสามารถในการปรับตัวทางธุรกิจและกรอบการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย Healthy Living, Healthy Oceans ที่มุ่งส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี ควบคู่ไปกับท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เป้าพันธกิจ 11 ข้อ ของ SeaChange® 2030 สำหรับพันธกิจทั้ง 11

Read More

ไทยยูเนี่ยน พลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเล ด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมอาหารทะเล ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง หลักไมล์สำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อ ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป ออกมาประกาศกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ที่ถือเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย สำหรับ SeaChange® 2030 เป็นการต่อยอดจากกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทที่ประกาศครั้งแรกในปี 2559 และครั้งนี้ไทยยูเนี่ยนประกาศพันธกิจเพื่อความยั่งยืนทั้งสิ้น 11 ข้อ ที่ครอบคลุมการดูแลทั้งผู้คน (People) และโลก (Planet) ประกอบไปด้วย 1. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยวางเป้าไว้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42% ในขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ภายในปี 2573 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 2. การทำประมงอย่างรับผิดชอบ 100% ของอาหารทะเลที่จับจากธรรมชาติจะผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ หรือมาจากโครงการปรับปรุงการประมง โดยขยายขอบเขตการทำงานมากกว่าวัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าไปยังสัตว์น้ำอื่นๆ 3. การเพาะเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ โดยกุ้งเพาะเลี้ยงทั้งหมด 100% ของบริษัท จะต้องผลิตขึ้นโดยส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน้อยที่สุด

Read More