วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Home > Cover Story > เปิดแนวคิด ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ป่ากลางเมือง The Aspen Tree บ้านเพื่อคนสูงวัย

เปิดแนวคิด ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ป่ากลางเมือง The Aspen Tree บ้านเพื่อคนสูงวัย

การขยายตัวของ Senior Living ในไทยเป็นไปในแบบคู่ขนานกับจำนวนผู้สูงอายุในไทยที่ค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ซึ่งรูปแบบที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุมีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านพักคนชราราคาถูกของภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เริ่มปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางสังคม และเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในลักษณะที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ

โครงการเหล่านี้มีตั้งแต่ระดับธรรมดา ไปจนถึงระดับลักชัวรี แบบเช่ารายเดือน เช่าระยะยาว และแบบซื้อขาด โดยเพิ่มเติมบริการการดูแลสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา ในส่วนของการรักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นต้องพบแพทย์ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะดึงผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจเพื่อเป็นจุดขายสำคัญ

ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ อีกหนึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่วางแผนขยายโครงการใหม่โดยมีหมุดหมายเพื่อรองรับการขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัยในไทย แต่แนวคิดที่ทิพพาภรณ์มีกลับไม่ใช่แค่การสร้างโครงการที่อยู่อาศัยแบบ Senior Living เท่านั้น แต่เป็นการสร้างคอมมูนิตี้ที่เอื้อและเหมาะสมกับทุกช่วงวัย โดยแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดแนวคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 33 ปีที่ผ่านมา

“เมื่อ 33 ปีที่แล้วก่อนที่จะสร้าง MQDC คุณพ่อได้มอบหมายให้ช่วยท่านดูแลเด็กกำพร้าและเด็กๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษาจึงก่อตั้งมูลนิธิพุทธรักษา ต่อมาก็สร้างธุรกิจเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือเด็กๆ ผ่านไปสิบกว่าปีแม้ได้มีโอกาสช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีอาหาร มีที่อยู่อาศัย มีการศึกษา แต่ก็ไม่สามารถให้ความรักความอบอุ่น ทั้งอ้อมกอด และรอยยิ้มให้กับเด็กแต่ละคนได้

“20 ปีที่แล้วจึงเกิดความคิดอยากจะสร้างโครงการที่สามารถให้เด็กและผู้สูงอายุอยู่ร่วมกัน โดยมีผู้ใหญ่ 2 คนดูแลเด็ก 5 คนและผู้สูงอายุ 2 คน สร้างเป็นระบบครอบครัวและหมู่บ้านให้มีวัฒนธรรมที่อบอุ่น ให้เด็กน้อยที่ขาดความรักได้มีพี่มีน้องมีพ่อมีแม่และมีคุณตาคุณยาย จึงเริ่มศึกษาว่าจะสามารถทำโครงการลักษณะนี้ได้อย่างไร จะหาโมเดลการเงินอย่างไรให้สามารถมีรายได้ต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการนี้มีความยั่งยืน โดยมีลักษณะเป็น social enterprise

“ปี 2008 ได้จัดทำโครงการประกวด social enterprise model ทั่วประเทศไทยและทีมงานที่ชนะเลิศได้ตั้งชื่อโครงการว่า ‘บ้านบุญธรรม’ ต่อมายิ่งศึกษาลึกขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าการดูแลผู้ใหญ่ตลอดชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างจากเด็กที่เมื่อถึงวัยหนึ่งจบการศึกษาแล้วสามารถเติบโตต่อได้ด้วยตัวเอง

“ในที่สุดก็คิดว่าหากอยากจะสร้างโครงการ ‘บ้านบุญธรรม’ นี้ให้สำเร็จ ควรจะเริ่มจากการทำโครงการบ้านพักคนชราให้เป็นธุรกิจขึ้นมา เพราะเมื่อเป็นธุรกิจจะต้องมีองค์ความรู้ มีระบบ มีผู้เชี่ยวชาญ ที่จะสามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างปลอดภัยและมีกำไรที่จะขยายผลเข้าสู่การทำ social enterprise ได้อย่างยั่งยืน

“ต่อมาเมื่อเริ่มคิดสร้างโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ที่มีหลักคิดเรื่องการเชื่อมต่อ 4 generations และพาผู้คน reconnect กับธรรมชาติ จึงตัดสินใจเริ่มต้นโครงการดิ แอสเพน ทรี ที่นี่ และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งของโลกคือเบย์เครสต์ (Baycrest) จากประเทศแคนาดา มาช่วยสร้างระบบที่มีคุณภาพในการดูแลผู้สูงอายุ โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะขยายเข้าสู่ตลาดกลางและล่าง และสุดท้ายเชื่อมโยงกลับมาที่เด็กกำพร้าและสร้างโครงการ ‘บ้านบุญธรรม’ ในที่สุด” ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลลอปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บอกเล่าแรงบันดาลใจ ต้นกำเนิดอันเป็นที่มาของโครงการดิ แอสเพน ทรี

สิ่งที่โดดเด่นสำหรับโครงการนี้คือ การอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ เดอะ ฟอร์เรสเทียส์ ที่มีพื้นที่ประมาณ 398 ไร่ มีพื้นที่สีเขียวกว่า 56% นั่นคือป่า 30 ไร่ นับเป็นป่ากลางเมืองในย่านบางนา เมื่อมองจากภาพมุมสูงหรือยืนอยู่ท่ามกลางแมกไม้ภายในโครงการอาจทำให้รู้สึกเหมือนหลุดออกจากโลกที่ยุ่งเหยิง การจราจรที่วุ่นวาย และมลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศ

นี่เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ทำให้โครงการดิ แอสเพน ทรี มีความแตกต่างจากโครงการที่อยู่อาศัยที่เจาะกลุ่มผู้สูงวัยของค่ายอื่น

นอกจากนี้ สิ่งที่ทิพพาภรณ์เพิ่มเข้ามาในโครงการดิ แอสเพน ทรี ทั้งเป้าหมายเพื่อการดูแลกลุ่มลูกค้าของโครงการ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่า และความสมบูรณ์ให้โครงการด้วย คือการดึงความร่วมมือจาก เบย์เครสต์ โกลบอล โซลูชั่นส์ จากประเทศแคนาดา ที่มีประสบการณ์ด้านการบริการการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมานานกว่า 105 ปี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

“เบย์เครสต์ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมการดูแลผู้สูงวัยและสุขภาพสมอง รวมถึงการทำวิจัยเพื่อคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ มีประสบการณ์มากกว่า 105 ปี ทั้งนี้ เบย์เครสต์ได้รับการรับรองระดับสูงสุดจาก Accreditation Canada และถือเป็นองค์กรแถวหน้าในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยและการดูแลผู้สูงวัย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญที่ทำงานวิจัยศาสตร์เชิงป้องกันและเวชศาสตร์ผู้สูงวัยและสถานพยาบาลเพื่อดูแลสุขภาพคนวัยอิสระมานานนับร้อยปี ได้นำผลงานนวัตกรรมเครื่องมือทดสอบสุขภาพสมอง หรือ ค็อกนิซิติ (Cogniciti) ของศูนย์วิจัยศาสตร์แห่งความสุขเชิงวิทยาศาสตร์ ที่พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการรับมือกับภาวะความเสื่อมของสมองและศาสตร์เชิงป้องกันโรคทางสมองต่างๆ ที่มักเกิดกับประชากรวัย 50 ขึ้นไป มาร่วมใช้กับโครงการ ดิ แอสเพน ทรี

“เบย์เครสต์เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยด้านผู้สูงวัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพสมอง หรือ Centre for Aging+ Brain Health Innovation (CABHI) ที่สนับสนุนโดย Baycrest และBaycrest Academy for Research and Education (BARE) และ Canadian Consortium on Neurodegeneration in Aging ดังนั้น เบย์เครสต์จึงเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงนักวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศแคนาดา เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อม  นอกจากนี้ เบย์เครสต์ยังร่วมทำงานกับมหาวิทยาลัยโทรอนโต (University of Toronto) ในการจัดโปรแกรมฝึกอบรมบุคลากรอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทั่วโลกในอนาคต ซึ่งปัจจุบันมีการฝึกอบรมไปแล้วกว่า 40 ประเทศ” ดร.วิลเลียม ไรซ์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานผู้อำนวยการ เบย์เครสต์ อธิบาย

ภายในโครงการดิ แอสเพน ทรี จะประกอบไปด้วย ที่พักอาศัยที่ตอบรับวิถีชีวิตของผู้สูงวัย ศูนย์ดูแลคุณภาพชีวิต (Wellness Center) และศูนย์สุขภาพและสมอง (Health & Brain Center) เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

Health & Brain Center ได้รับการดูแลจากแพทย์หญิงอุไรรัตน์ ศิริวัฒน์เวชกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูระบบประสาท และเวชศาสตร์ระงับปวด “สถานการณ์ผู้สูงอายุทั่วโลก คือประชากรมีอายุเฉลี่ย 70 ปี หมายความว่า เราจะมีโอกาสที่จะมีอายุยืนขึ้น ความท้าทายคือ จะอยู่อย่างไรให้มีชีวิตที่ดี การสร้างพื้นที่ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพื่อให้มีอายุยืนยาวจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต คือเราต้องปรับเปลี่ยนโมเดลการดูแลผู้สูงวัย ตั้งแต่ยังไม่ป่วย โดยพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าโรงพยาบาลให้ได้มากที่สุด  ในส่วนของ Health & Brain Center เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างศูนย์วิจัยศาสตร์แห่งความสุขเชิงวิทยาศาสตร์ แห่งแรกในเอเชียที่เน้นค้นคว้าวิจัยเชิงลึก มุ่งค้นหาความลับการทำงานของสมองโดยเฉพาะ เพื่อหาปัจจัยที่ทำให้มนุษย์มีความสุข ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ เพื่อนำมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ประชากร โดยเฉพาะกลุ่มคนวัย 50 ขึ้นไป มีการนำนวัตกรรมจากศูนย์วิจัยศาสตร์แห่งความสุขเชิงวิทยาศาสตร์มาใช้ในโครงการดิ แอสเพน ทรี เป็นแห่งแรก เพื่อสร้างความสุขทั้งกายและใจอย่างยั่งยืน”

Health & Brain Center นอกจากจะมีไว้สำหรับดูแลผู้อยู่อาศัยภายในโครงการแล้วยังให้บริการสำหรับบุคคลภายนอกที่สนใจด้วย

“เราต้องการให้มีคอมมูนิตี้เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ เป็นที่ที่ทุกเจเนอเรชันสามารถอยู่ร่วมกันได้ ผู้สูงวัยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เด็กๆ ได้รับความอบอุ่นจากผู้สูงอายุ สังคมเอเชียเป็นสังคมที่ดูแลผู้สูงวัย ดูแลพ่อแม่ เราสร้างฟอเรสเทียส์เพื่อเชื่อมต่อกับธรรมชาติ เพราะธรรมชาติทำให้คนมีสุขภาพดีขึ้น สมองดีขึ้น ที่สำคัญคือ ป่าที่นี่เป็น non toxic ปลอดภัยสำหรับสัตว์เล็กๆ เด็ก และผู้อยู่อาศัยที่ ดิ แอสเพน ทรี” ทิพพาภรณ์ ทิ้งท้าย.